กฟผ.-สวทช.นำร่องวินมอ'ไซค์ไฟฟ้า  ลดมลพิษเขตเมือง

สาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดก๊าซเรือนกระจกมาจากการคมนาคมการขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้แบบสันดาป ในปัจจุบันหลายประทั่วโลกจึงหันมาใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าแทน สำหรับประเทศไทยก็ตื่นตัวกับการใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า จะเห็นว่าตอนนี้บนท้องถนนเริ่มมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์เพิ่มมากขึ้นด้วย

ด้วยเหตุนี้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนิน “โครงการนำร่องวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเขตชุมชนเมือง ช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ”  ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี และเขตบางพลัด กรุงเทพฯ จำนวน 50 คัน จนครบระยะเวลาขจากองการดำเนินโครงการทั้ง 2 เฟส ตั้งแต่ปี พ.ศ.2565-2567  จึงได้จัดพิธีมอบใบคู่มือจดทะเบียนประจำรถฯ (ป้ายเหลือง) ให้แก่วินมอเตอร์ไซค์ที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อผนวกยานยนต์ไฟฟ้า 2-3 ล้อเข้ากับขนส่งสาธารณะ โดยกรอบนโยบายที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเป็นแบบอย่างในการขยายผลไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

 โดยการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมาจากการสนับสนุนของ International Climate Initiative (IKI) โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณู และการปกป้องผู้บริโภค แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV) ภายใต้ โครงการ Integrating Electric 2&3 Wheelers into Existing Urban Transport Modes in Developing and Transitional Countries ให้แก่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เพื่อพัฒนาโปรแกรมใน 6 ประเทศจาก 2 ภูมิภาค ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม เอธิโอเปีย เคนยา และยูกันดา ที่ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้า โดยมีบริษัท Dongguan Tailing Electric Vehicles (TAILG) ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าเอกชนจีน ภาคีของ UNEP ในการบริจาคมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าให้ 6 ประเทศดังกล่าวข้างต้นและบริษัท เดอะสตาเลียน จำกัด (Stallions) ผู้ผลิตและประกอบมอเตอร์ไซด์เอกชนในไทย

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล

ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้หลักๆเพื่อใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับให้บริการสาธารณะ (ขนคน) ในประเทศไทย ที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากรถยนต์ส่วนบุคคลามาใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้นจากการเชื่อมต่อการเดินทางในระบบชนส่งมวลชน โดยประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่ได้ถูกคัดเลือกเข้าร่วม UNEP เพราะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีความต้องการและสามารถขยายการใช้พลังงานสะอาดได้กว้างขึ้น

ปัจจุบันได้ส่งมอบรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างในพื้นที่ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จำนวน 29 คัน และเขตบางพลัด กรุงเทพฯ จำนวน 21 คัน รวมเป็นจำนวน 50 คัน หลังจากผ่านการใช้งานการใช้งานเป็นระยะเวลาครบ 1 ปี ได้เพิ่มจำนวนสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมการให้บริการ และในการติดตามเก็บข้อมูลระยะการใช้งานและประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยรวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 759,354 กิโลเมตร เฉลี่ย 24,600 กิโลเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน 32.41 Wh/km หรือ 0.371 ลิตรเทียบเท่าแก๊สโซลีนต่อร้อยกิโลเมตร คิดเป็นผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 38.8 ตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ และคิดเป็นผลการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างทั้ง 50 คันอยู่ที่ 516,000 บาท

 “ส่วนการใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า อาจจะต้องมีการนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแบตเตอรี่ที่นำมาใช้ให้เหมาะกับสภาพอากาศและบริบทของคนขับในประเทศไทย เนื่องจากแบตเตอรี่ที่นำมาใช้ในรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างพัฒนามาจากต่างประเทศนอกจากยังเตรียมพัฒนาการสับเปลี่ยนแพ็คแบตเตอรี่ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อให้เป็นมาตรฐานการใช้งานประเทศ โดยจะต้องมีการพูดคุยกับผู้ประกอบการรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศเพื่อร่วมวางแผนพัฒนาต่อไป” ผอ.เอ็นเทค กล่าว

 ข้อมูลดังกล่าวตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการ ผอ.เอ็นเทค กล่าวว่า จะนำไปสู่การวางแผนขยายผลสู่กลุ่มรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างทั่วประเทศ ลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษา บรรเทาปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่สังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามเป้าหมายการเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าของนโยบาย อว. For EV และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไปในอนาคต              

 ชัยวุฒิ หลักเมือง

 ชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. กล่าวว่า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในโครงการจากทดลองขับขี่นำร่องพบว่าประสิทธิภาพเครื่องยนต์สันดาปภายในที่เป็นไฟฟ้าสามารถเพิ่มพลังงานจากมอเตอร์มาที่ล้อได้ถึง 80% จากเดิมที่ใช้พลังงานสันดาปปกติจะอยู่ที่ 20% ซึ่งทุกคันจะมีมาตรฐานคุณภาพพลังงานฉลากเบอร์ 5 ทั้งนี้พฤติกรรมการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็อาจจะเหมือนกันเพราะมีผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างบางรายที่อาจจะรับงานเสริมในการขับส่งอาหารก็จะใช้ความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นใช้งานหนักมากอาจจะเกินการดีไซน์สมรรถภาพของรถที่ออกแบบไว้ที่ต้องการควบคุมต้นทุนการใช้พลังงานต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันที่สามารถเร่งความเร็วได้ตามต้องการเพราะใช้น้ำมันมาเป็นตัวเร่ง อย่างไรก็ตามการใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทำให้ง่ายต่อผู้ใช้งานเพราะเมื่อแบตหมดก็สามารถมาสับเปลี่ยนได้ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้า Elex by EGAT ที่มีทั้งหมด 10 ตู้จะชาร์จแบตให้ทันทีหรือบางรายอาจจะชาร์จที่บ้านได้ด้วย ดังนั้นข้อมูลต่างๆที่ได้จากการใช้งานของมอเตอร์ไซค์ในโครงการจะเป็นการนำไปกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง หรือการพัฒนาโมเดลสถานีอัดประจุไฟฟ้า Elex by EGAT ให้ขยายเพิ่มขึ้น

สุก์พิญชญา ญาณโกมุท

สุก์พิญชญา ญาณโกมุท อายุ 58 ปี ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำที่จรัสสนิทวง 75 เล่าว่า ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากกว่า 30 ปี เดิมจะใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันอยู่แล้วซึ่งรายได้ก็ต้องจ่ายค่าน้ำมันครึ่งหนึ่งของรายได้ หลังจากได้เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนมาเป็นการชาร์จไฟฟ้ากับแบตเตอร์รี่ก็ดีเลยสามารถลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก ดูแลง่าย ไม่ต้องคอยถ่ายน้ำมันเครื่อง ซึ่งเรื่องความเร็วหรือการเร่งไม่เป็นปัญหาเพราะไม่ได้ขับขี่เร็วมากจึงชาร์จแบตแค่ 1 ครั้งอาจจะต่างจากคนที่ขับด้วยความเร็วมากซึ่งก็จะชาร์จแบตมากกว่า 1 ครั้ง ในอนาคตหากจะซื้อรถใหม่ก็จะเลือกใช้รถไฟฟ้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ. แจ้งเปลี่ยนกำหนดปิดการจราจรบนถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 เพื่อขึงสายส่งไฟฟ้าเป็น 8 พ.ค. นี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปลี่ยนกำหนดดำเนินการขึงสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดข้ามถนน จากสถานีไฟฟ้าย่อยชลบุรี 2 ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยบ่อวิน จ.ชลบุรี

จอมพลังไทยฟอร์มเฉียบ EGATยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2567

นายไตรรัตน์ ชัยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมพิธีปิดการแข่งขัน EGAT ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 ณ โรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

กฟผ. แจ้งร้อนนี้หากจะทำกิจกรรมริมน้ำดูแผนการระบายน้ำของเขื่อนต่าง ๆ ของ กฟผ. ล่วงหน้าที่เว็บไซต์ https://water.egat.co.th เพื่อป้องกันภัยประชาชน

กฟผ. เผยทุกเขื่อนมีการแจ้งแผนการระบายน้ำล่วงหน้าทั้งรายสัปดาห์และรายวันที่เว็บไซต์ https://water.egat.co.th และช่องทางการสื่อสารทางไลน์ในพื้นที่ชุมชนที่อยู่รอบเขื่อน วอนขอให้ประชาชนติดตามแผนการระบายน้ำก่อนที่จะทำกิจกรรมริมน้ำเพื่อมิให้เกิดอันตราย

กฟผ.ชวนสัมผัส “ELEXTROSPHERE โลกใหม่ Right คาร์บอน” โซนใหม่ศูนย์การเรียนรู้ จัดเต็มความรู้คู่ความสนุก พบกัน 2 เมษายนนี้!

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง เป็นโครงการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มุ่งทำขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์การแบ่งปันองค์ความรู้สู่สังคม หรือ Learning for Society

ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ 5 ดาว ประหยัดไฟ รักษ์โลกมากกว่าเดิม

แม้ไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนเพียงไม่นาน แต่บางพื้นที่มีอุณหภูมิร้อนแรงแตะ 45 องศาเซลเซียส ทำให้หลายคนเตรียมปาดเหงื่อทั้งจากอากาศที่ร้อนจัด