ร้อนยาวถึงพฤษภาคม ภาคเหนือระอุสุดในประเทศ

เข้าเมษายนคนไทยเผชิญกับสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดทั่วประเทศไทย ขณะที่จังหวัดในภาคเหนือของไทยระอุที่สุด จ.ตาก วัดได้เกือบ 44 องศาเซลเซียส  อีก 2 เดือนกว่าจะพ้นหน้าร้อน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ร้อนปีนี้ลากยาวถึงเดือนพฤษภาคม นักวิชาการกรมอุตุนิยมวิทยาที่จับตาสภาพอากาศในไทยยืนยันวิกฤตอากาศร้อนในไทยแนวโน้มมีแต่อุณหภูมิจะขยับขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องจับตาและเตรียมรับมือผลกระทบมากมายที่จะเกิดขึ้นตามมา

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองตรวจและเฝ้าระวังสภาวะอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า  ช่วงวันหยุดสงกรานต์ วันที่ 12-16 เมษายน 2567 มีเมฆเป็นส่วนมาก มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง มาพร้อมกับความรุนแรง ลมกรรโชกแรง พายุลูกเห็บ ผลจากอากาศร้อนจัดกับอากาศเย็นมาเจอกัน  ส่วนใหญ่บริเวณภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก และซีกตะวันตกของภาคเหนือ เนื่องจากมีกระแสลมตะวันตกพัดปกคลุม  หลังวันที่ 13 เมษายน อากาศจะเริ่มกลับมาร้อนอีกครั้ง  อุณหภูมิเฉลี่ย 39-42 องศาเซลเซียส เนื่องจากฝนกระจายไปไม่ทั่วถึง 

“ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน แนวโน้มสภาพอากาศร้อนขึ้น แต่อากาศร้อนสู้สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ ส่วนที่คาดการณ์วันที่ 8 เมษายนจะร้อนที่สุดก่อนสงกรานต์ ปรากฎว่า จ.แม่ฮ่องสอน มีอุณหภูมิสูงสุด 42.8 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่ร้อนที่สุด เพราะวันที่ 5 เมษายน อ.เมือง จ.ตาก เป็นจังหวัดที่ร้อนสุด 43.5 องศาเซลเซียส  ส่วนที่ 7 เมษายน วัดได้ 43.4 องศาเซลเซียส  ที่จ.แม่ฮ่องสอน ตากยังครองแชมป์อยู่  สภาพอากาศช่วงเดือนเมษายนจะมีอุณหภูมิสูงสุด ต้องระมัดระวังสุขภาพร่างกาย เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เวลาเดินทางท่องเที่ยว บางพื้นที่มีฝนเหลืออยู่ในภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก  ต้องสังเกตุหากมีเมฆก่อตัวเหมือนจะเป็นฝนฟ้าคะนองควรหลีกเลี่ยง “ นายสมควร กล่าว

ส่วนอนาคตจังหวัดใดในไทยจะมีอากาศร้อนที่สุดนั้น ผอ.กองตรวจและเฝ้าระวังสภาวะอากาศ   กล่าวว่า   จังหวัดที่จะมีอุณหภูมิสูงในอนาคต  คือ ตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่    ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขา มีแอ่งกะทะ ลมพัดไปพัดมาไม่ไปไหน หน้าร้อนรับแสงแดด สะสมความร้อนได้ดี เทียบกับพื้นที่อื่นๆ ที่ภูมิประเทศไม่เป็นแอ่งกะทะ เวลาลมพัดจะถ่ายเทอากาศได้ดีกว่า  เทียบกับความร้อนพื้นดินภาคกลางกับภาคเหนือ ฝนน้อย ความแห้งสะสมตั้งแต่ต้นปี จะร้อนกว่า อีสานบางช่วงมีฝนสภาพอากาศถึงไม่ร้อนเท่าภาคกลาง แต่ก็มีลมร้อนที่ทำให้สภาพอากาศทวีความรุนแรง แต่ถ้าเทียบจังหวัดชายทะเลอุณหภูมิจะไม่ถึง 40 องศาเซลเซียส อยู่ที่ 37-38 องศาเซลเซียส  เพราะลมทะเลช่วยนำพาความชื้นเข้ามา การถ่ายเทอากาศดีกว่าพื้นดิน อนาคตจังหวัดชายทะเลจะอุณหภูมิเพิ่มขึ้นน้อยกว่า

“ อีกตัวการเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น ซึ่งหลายคนมองข้ามไป ภาคเหนือสภาพอากาศร้อนจัด พีคอยู่เรื่อยๆ  เพราะจำนวนจุดความร้อน หรือ Hot Spot จำนวนมาก และจุดความร้อนอยู่นานเป็นสัปดาห์ ทำให้ร้อนต่อเนื่อง หน้าร้อนหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม แล้วช่วงเดือนเมษายนแสงอาทิตย์ส่องตรงบริเวณประเทศไทยตอนบนตั้งฉาก  ความเข้มของแสงมากกว่าปกติ ถ้าวันเมฆน้อย ยิ่งกระตุ้นให้สภาพอากาศร้อนจัด “  นายสมควร กล่าว

ส่วนที่มีนักวิชาการด้านภัยพิบัติคาดการณ์สุโขทัยจะเป็นจังหวัดที่ร้อนที่สุดในอนาคตข้างหน้า  ทั้งจังหวัดอุณหภูมิ  49 องศาเซลเซียส อีก 60 ปีข้างหน้า นายสมควร กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์จากการประเมินฉากทัศน์ต่างๆ ตามรายงาน IPCC โดยแบบจำลองคณิตศาสตร์ อย่างไรก็ตาม อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ บางปีเป็นปรากฎการณ์ลานีญาอุณหภูมิจะไม่พีคขนาดนั้น  แต่ถ้าปีที่มีปรากฎการ์เอลนีโญแรงๆ  ก็มีความเป็นไปได้  เพราะสุโขทัยเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด ปัจจัยมาจากสภาวะทางอุตุนิยมวิทยา

สำหรับหน้าร้อนปี 2567 จะอยู่ช่วงในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม  สัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. อุณหภูมิจะมากกว่า 40 องศาเซลเซียส  คาดการณ์สัปดาห์ที่สามเดือน พ.ค. ลมจะเปลี่ยนทิศ ลมตะวันตกเฉียงใต้เข้ามาเป็นสัญญาณเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูฝน ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

เมื่อถามว่า ปีนี้ไทยจะเผชิญวิกฤตภัยแล้งหรือไม่ ผู้อำนวยการคนเดิมระบุปัจจุบันต้นทุนน้ำเหลือ 30%  คาดหวังฤดูฝนเติมมา 50% คาดการณ์ต้นฤดูฝนปริมาณฝนจะไม่มาก  ไม่สม่ำเสมอ  ฝนจะมาตกเดือน มิ.ย. – ก.ค. เหมือนล่าช้า แต่ก็เร็วกว่าปี 2566 ซึ่งฝนมาเดือน ส.ค. – ก.ย.  

อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายสมควร กล่าวว่า แนวโน้มของสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง ปรากฎการณ์ต่างๆ ก็เปลี่ยนไป อย่างเอลณีโญ ลานีญ่า เดิม 2-3 ปี ครั้ง แต่ตอนนี้ต้นปีเป็นเอลนีโญ่ กลางปีระดับกลาง ปลายปีอาจจะเป็นลานีญ่า มันผิดปกติ ปีเดียวมีครบ แน่นอนอุณหภูมิเฉลี่ยโลกต้องขยับสูงขึ้น อนาคตในอีก 20-30 ปีข้างหน้าจะขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิจะขยับขึ้น 1.2-1.3 องศาเซลเซียส  ก็ถือว่าสูงแล้ว ถ้าประชาคมโลกไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงต่างๆ อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นๆ

ส่วนที่มีคำถามว่า สภาพอากาศของไทยจะร้อนปรอทแตกแตะ 50 องศาเซลเซียสหรือไม่ เรื่องนี้ นายสมควรให้คำตอบว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงสุด 50 องศาเซลเซียส  แต่ถ้าเมียนมาร์ อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ  มีความเป็นไปได้ เพราะมีปัจจัยความร้อนจากทะเลทราย  ในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า ประเทศไทยอาจจะมีอุณหภูมิสูงสุดแตะ 45-46 องศาเซลเซียส 

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบที่ตามมา ผอ.กองตรวจและเฝ้าระวังฯ  อธิบายว่า กระทบเรื่องปริมาณน้ำฝนที่น้อยลง การบริหารจัดการน้ำ โรคภัยที่คุกคามจากความร้อน  เช่น ฮีทสโตรกหรือลมแดด  การระบาดของโรคแมลง รวมถึงฝุ่นมลพิษอากาศเพิ่มขึ้น ตลอดจนการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่สูงยังกระทบภาคเกษตรกรรม ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหายไปจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ต้องมีนวัตกรรมและการศึกษาวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ให้ทนร้อน  ทุกภาคส่วนต้องมีการเตรียมความพร้อม รับมือ  รวมถึงต้องปรับตัวสู้กับภาวะความร้อนที่รุนแรง ชุมชนเมืองกับชนบทผลกระทบแตกต่างกัน

“ การออกแบบเมืองรับมืออากาศร้อน ขณะที่อุณหภูมิธรรมชาติสูงขึ้น เราออกแบบเมืองให้เย็นลงได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ อนาคตจะร้อนกว่านี้ ถ้าออกแบบไม่เหมาะสม จะยิ่งร้อนจัด สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น ควรมองระบบสำรองไฟฟ้ารับสภาพอากาศร้อนในอนาคตด้วย ปัจจุบันการพัฒนาสิ่งก่อสร้างในเมือง พื้นที่เปิดโล่งน้อยลง  สกายวอล์กที่พาดผ่านยาว ข้อดีอำนวยความสะดวกการเดินทาง แต่มีส่วนขวางทิศทางลม อากาศไม่สามารถไหลได้ตามธรรมชาติ ยังไม่รวมตึกสูงที่ขึ้นเต็มไปหมด การออกแบบตึกอาคารก็ช่วยให้เมืองเย็นขึ้นได้  “ นายสมควรกล่าว

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการกองตรวจและเฝ้าระวังสภาวะอากาศเสนอแนะในท้ายควรมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง  นอกจากช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดอุณหภูมิความร้อนในเมือง ลดมลพิษอากาศ กรองฝุ่น PM2.5 ยังมีมีส่วนเพิ่มความชื้น เพิ่มปริมาณฝนให้เมือง รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ชุ่มน้ำ สระน้ำในเมือง   ซึ่งการเตรียมการรับมือสภาพอากาศร้อนในเมืองต้องวางแผนระยะยาวอย่างรอบด้าน  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูฝน 15 พ.ค. ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 10% เกิดฝนทิ้งช่วง มิ.ย.-ก.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2569 โดยปริมาณฝนรวมของทั้ง

อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 44 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง

'อุตุฯ' เตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง