'ว่าวบูรงนิบง'ทุนวัฒนธรรมยะลา  สู่เศรษฐกิจสร้างสันติสุขชายแดนใต้

นับเป็นครั้งแรกที่จังหวัดยะลา ได้มีการจัดมหกรรมว่าวนานาชาติ ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 เมษายนที่ผ่านมา โดยมี 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล ตรัง และจากประเทศมาเลเซีย เข้าร่วมแสดงรวมกว่า 1,400 ตัว ลอยบนท้องฟ้า

ที่มาของการจัดมหกรรมว่าวนานาชาติ ขึ้นเป็นคร้้งแรกในปีนี้  มาจากการผลักดันของมหาวิทยาลัยราชภัฎมรภ.ยะลา ที่ได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หนึ่งในหน่วยงานของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว) ทำวิจัยการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนพหุวัฒนธรรม ว่าวบูรงนิบง สู่เทศกาลวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ซึ่งงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ สำคัญ เพื่อฟื้นฟูการเล่นว่าวบูรงนิบง ที่เป็นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่  พร้อมๆกับการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานราก ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

เป็นเวลานับร้อยปีที่ชาวยะลา โดยเฉพาะในหมู่ชาวมุสลิมนิยมเล่น”ว่าวบูรงนิบง”รองมาจากการเลี้ยงนกเขาเท่านั้น  ในช่วงหน้าร้อนที่มีลมดีๆ ไม่มีฝนจะเห็นว่าวบุรงนิบง ลอยเต็มท้องฟ้ายะลา  แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ความนิยมเล่นว่าวและความผูกพันธ์ในตัวว่าวบูงนิบงของชาวยะลาที่มีมายาวนาน กลับไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำให้เกิดการรวมตัว สามารถจัดกิจกรรมการเล่นว่าวที่ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด ที่ผ่านมางานมหกรรมว่าว จึงตกไปอยู่ที่จ.สตูล แทน ทั้งๆที่ว่าวบูรงนิบง ของชาวยะลามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปลักษณ์และลวดลายมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความเป็นมา หรือความเชื่อทางศาสนาซ่อนอยู่ ซึ่งทำให้ว่าวชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นว่าวที่”ไม่เหมือนใคร”

ตามประวัติศาสตร์ว่าวบูรงนิบง มีกำเนิดมาจากว่าวเบอร์อามัส หรือรู้จักกันอีกชื่อคือ”ว่าวทองแห่งมลายู” ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาอย่างยาวนาน บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของคนเชื้อสายมลายูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งความเป็นมาของว่าวเบอร์อามัส มาจากในสมัยที่ศาสนาอิสลาม ยังไม่เข้ามาในดินแดนที่เป็นภาคใต้ตอนล่างของไทย ว่าวเบอร์อามัส คือของสูงที่มีแต่เฉพาะ กษัติริย์ผู้ปกครองดินแดนเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้  แต่ต่อมาเมื่อศาสนาอิสลามเข้ามาในดินแดนภาคใต้ ว่าวเบอร์อามัส จึงถูกลืมเลือนไปช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชาวมุสลิม ที่เห็นคุณค่าของว่าวเบอร์อามัส ได้นำมาฟื้นฟูขึ้นใหม่ แต่ปรับรูปแบบและลวดลายให้เข้ากับหลักศาสนา และกลายมาเป็นว่าวบูรงนิบงจนถึงทุกวันนี้

ผศ.นูรีดา จะปะกียา หัวหน้าโครงการวิจัยการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนพหุวัฒนธรรมว่าวบูรงนิบง สู่เทศกาลวัฒนธรรมจังหวัดยะลา มรภ.ยะลา  กล่าวว่า  โครงการวิจัยนี้ เป็นการสืบสาน ฟื้นฟู รักษา และต่อยอด ขยายผลองค์ความรู้ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของลูกหลานคนมลายูสามจังหวัดชายแดนใต้ในการทำว่าว -นำเรื่องเล่าที่สูญหายในพื้นที่ ตลอดจนกรรมวิธีการทำว่าว ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ นำไปพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มาจากรากทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และส่งต่อสู่ลูกหลานเป็นการสืบสานศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่นใต้ โดยนำลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ของว่าวบูรงนิบง  มาพัฒนาสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ เสื้อ กระเป๋า และอยู่ระหว่างดำเนินการขอจดสิทธิบัตร ขณะเดียวกันก็ผลักดันเทศกาลว่าวนานาชาติ ให้ยกระดับเทศกาลวัฒนธรรมประจำของจังหวัดยะลา เพื่้อความยั่งยืน

“โครงการวิจัยยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนพหุวัฒนธรรมว่าวบูรงนิบง สู่เทศกาลวัฒนธรรมจังหวัดยะลานี้ จะก่อเกิดผลลัพธ์หลายมิติ ทั้งการสร้างกลไกประชาคมเครือข่ายว่าวบูรงนิบง การเสริมพลังทุนทางวัฒนธรรม และสืบสานคุณค่าทุนทางวัฒนธรรม และเป็นรากฐานสำคัญในการการสร้างความมั่นคงแก่เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ “

ก่อนที่จะมาเป็นการวิจัยเพื่อให้ว่าวบูรงนิบง ให้กลายมาเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้  จริงๆแล้ว มรภ.ยะลา ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องว่าวบูรงนิบง  แต่เป็นการทำวิจัย”ประเพณีแห่นก ” ของชาวยะลาที่มีขึ้นทุกปี เพราะการแห่นกเป็นประเพณียอดนิยม  มักมีในโอกาสเฉลิมฉลองต่างๆ หรือในงานพิธีมงคล เช่น การเข้าสุหนัต ของชาวมุสลิม   “นก” จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดยะลา มีอิทธิพล เกี่ยวข้องในทุกมิติในชีวิตผู้คน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ประเพณี ความเชื่อดั้งเดิม  จุดเริ่มต้นวิจัยจึงมุ่งหวังที่จะถอดมิติทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับนกโดยตรง

ผศ.นินุสรา มินทราศักดิ์

ผศ.นินุสรา มินทราศักดิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.ยะลา หนึ่งในทีมวิจัยฯ ขยายความเกี่ยวกับที่มาของการวิจัยจาก”ประเพณีนก” มาสู่”ว่าวบูรงนิบง”ว่า  เริ่มแรกทุนวิจัยที่มรภ.ยะลาได้รับจากบพท. อยู่ในกลุ่ม“ธัชภูมิ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทุนวัฒนธรรมในพื้นที่ต่างๆให้เกิดความภาคภูมิใจ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาจนเกิดเป็น”ตลาดวัฒนธรรม “สร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดรายได้ให้หมุนเวียนในท้องถิ่นนั้นๆ  

จากการวิจัย “ประเพณีนก” ในปีแรก ที่ผลลัพธ์ออกมาดี  เพราะผลักดันทำให้เกิดตลาดวัฒนธรรมที่ชื่อว่า “ตลาดบุรงมาร์เก็ต “ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยคำว่า “บุรง” นั้นแปลว่า “นก” ซึ่งตลาดดังกล่าว ได้อาศัย”งานวิ่งยะลามาราธอน” ที่โด่งดังติดอันดับ 5 ระดับสากล ของงานวิ่งมาราธอน มาเป็นตัวดึงดูดคนจากภายนอกให้มารู้จัก”ตลาดบุรงมาร์เก็ต “

จาก”ตลาดบุรงมาร์เก็ต”ทำให้ทีมวิจัยคิดต่อยอดการวิจัยไปอีกขั้น ผศ.นินุสรา กล่าวว่า เรามองหาวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมโยงกับเรื่องนก ในที่สุดก็ไปมองเห็นว่า “ว่าว” ที่เวลาลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ามีความคล้ายคลึงกับนก น่าจะเป็นโจทย์ใหม่ ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้

นอกจากนั้น ยังมีอีกเหตุผลก็คือทุกวันนี้ ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำ “ว่าวบูรงนิบง “เหลือน้อยเต็มที หากไม่ฟื้นฟูภูมิปัญญาดั้งเดิมอาจจะสูญหายไป จึงควรสืบสานการทำว่าวบูรงฯให้กับคนรุ่นใหม่

การวิจัย “ว่าวบูรงนิบง” จึงเริ่มขึ้นในช่วง 3-4เดือนที่ผ่านมา และใช้งานมหกรรมว่าวยะลา เป็นตัวนำร่องโครงการ ซึ่งในกระบวนการวิจัยขั้นต่อไป  ผศ.นินุสรา บอกว่า จะเป็นการเริ่มรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา ค้นหาอัตลักษณ์ของว่าวเบอร์อามัสก่อนมาเป็นว่าวบูรงนิบง และสร้างเครือข่ายเกี่ยวกับว่าวบูรงนิบง ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ ศิลปิน ปราชญ์ชาวบ้าน นักออกแบบลวดลาย นักผลิตของที่ระลึกในจังหวัด  นอกจากนั้น ยังจะจัดทำเวทีประชาคม เพื่อให้คนที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อผลักดันให้ว่าวบูรงนิบง กลายเป็นทุนวัฒนธรรม “ที่กินได้”

งานมหกรรมว่าวนานาชาติที่ยะลา

“กระบวนการทำวิจัยว่าวบูรงนิบงนี้ เราทำสิ่งที่เรียกว่า เป็นการร่วมค้นหาตัวตนความเป็นยะลา ผ่านเรื่องราวว่าวบูรงนิบง ที่มีรูปลักษณ์เป็นนกเป็นรูปแบบเฉพาะของคนยะลาที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ และงานมหกรรมว่าวที่จัดขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในการสร้างการรับรู้เรื่อง ว่าวบูรงนิบง ขึ้นอย่างเป็นทางการด้วย ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อให้ทุนวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ เป็นซอฟต์เพาเวอร์ ที่มีพลังสามารถยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นจริง จับต้องได้   ส่วนตัวคิดว่า นี่เป็นพลังส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดสันติสุขในพื้นที่แห่งนี้ได้ ”

การค้นหาลวดลาย และออกแบบว่าวบูรงนิบง ที่มีพื้นฐานตามภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการวิจัย อาจารย์ศฤงคาร กิติวินิต อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สังคมศาสตร์ มรภ.ยะลา หนึ่งในทีมวิจัย รับผิดขอบด้านการออกแบบลวดลายว่าวบูรงนิบงว่า บอกว่า การทำงานขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาสร้างลวดลายเฉพาะว่าวบูรงนิบง ข้อมูลที่เก็บมีทั้ง วัตถุ สิ่งของ เครื่องมือเช่นกริช พืชพันธุ์ ลายพรรณพฤกษา ไม้เลื้อย ใบไม้ ไม้ดอก ประเพณี คติความเชื่อ อาคาร บ้านเรือน ของชาวยะลาทั้งช่องลมลายเรขาคณิต ลายตัวอักษรมลายู ยาวี ทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลเพื่อสร้างลายเฉพาะของยะลาขึ้นมา ก่อนออกมาเป็นลายว่าวบูรงนิบง

อาจารย์ศฤงคาร กิติวินิต

“ผมคิดว่างานวิจัยที่พวกเรากำลังทำคือซอฟต์พาวเวอร์ เราสามารถนำไปปรับใช้เพื่อสื่อสาร สร้างการรับรู้ในแง่มุมต่างๆ ในสังคมได้ ลวดลายบนว่าวนี้ หากเป็นที่รู้จัก ก็จะสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไป แต่ที่เราทำอยู่อาจจะไม่มีพลังเพียงพอ ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าอาจต้องอาศัยคนที่มีพลัง เป็นผู้นำไปสื่อสารให้ เช่น ลิซ่าแบล็กพิงก์  หรือในแง่วงการภาพยนตร์ ค่ายหนังดังต่างๆ  หยิบเรื่องว่าวบูรงฯ ไปอยู่ในหนังของเขา ก็จะทำให้เป็นที่รู้จัก เกิดพลัง เกิดมูลค่า  จนเป็นสิ่งที่เรียกว่าซอฟต์ เพาเวอร์ได้จริงๆ”

ถึงแม้ทีมวิจัยจากมรภ.ยะลากำลังค้นลวดลายที่แท้จริงของว่าวบูรงนิบง แต่คนรุ่นใหม่อย่างอนุธิดา กาญจนานุชิต เจ้าของแบรนด์ YABULAN  ที่เป็นชาวยะลาโดยกำเนิด และเข้าร่วมในเครือข่ายการออกแบบลายว่าวบูรงนิบง ก็ได้ใช้อัตลักษณ์จากลายว่าวบูรงนิบง มาดีไซน์เป็นลายผ้า เพราะส่วนตัวมีความชื่นชอบลวดลายว่าวบูรงนิบง และเห็นว่าที่ผ่านมามีการใช้วัฒนธรรมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาออกแบบเป็นลายผ้ากันอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดีย ที่จะนำลายจากว่าวบูรงนิบงมาเป็นลายผ้าในแบรนด์ของตนเอง

อนุธิดา กาญจนานุชิต เจ้าของแบรนด์ YABULAN  ที่นำลวดลายว่าวเบอร์อามัสมาเป็นต้นแบบลายผ้า

“จริงๆแล้วตอนเรียนดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต หนูทำวิทยานิพนธ์ ก่อนจบโดยทำเรื่องลายผ้าที่มาจากว่าวบูรงนิบง  ซึ่งมีพื้นฐานมาจากว่าวเบอร์อามัส ซึ่งว่าวเบอร์อามัสมีจุดเด่น คือ เป็นว่าวที่ใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นโครงว่าวมากที่สุด เป็นว่าวชั้นสูงที่มีเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ ทรงคุณค่า และด้วยสีสันของตัวว่าวก็สวยมากมีความเป็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้วจึงนำมาต่อยอดในการออกแบบเครื่องแต่งกาย ในการทำแบรนด์YABULAN  จึงเป็นการนำสิ่งที่เราเคยศึกษาทำวิทยานิพนธ์มาเป็นธุรกิจ เพราะส่วนใหญ่ที่เรียนกันมา ก็ไม่ค่อยมีคนเอางานที่เขียนหรือศึกษามาทำเป็นธุรกิจตัวเอง”

ปัจจุบันแบรนด์YABULANมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหรับ และคนไทย อนุธิดา บอกว่าเมื่อนำไปแสดงตามที่ต่างๆ จะได้รับการตอบรับดีมาก และมีออเดอร์เข้ามาจนทำไม่ทัน ซึ่งน่าจะเป็นเพราะลายผ้าที่มาจากว่าวบูรงนิบง มีความเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากลายอื่นๆ.

   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจรใต้ป่วนยะลา-ปัตตานี

โจรใต้ป่วนอีก! ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มด้านหลัง สภ.ลำใหม่ ยะลา ตรงข้ามกับโรงเรียนบ้านพร่อน สั่งอพยพนักเรียนกลับบ้านทันทีเพื่อความปลอดภัย

ยะลาป่วน! จนท.เข้าปิดกั้นจุดเกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มหลังโรงพักลำใหม่

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงบริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรลำใหม่ ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

รำลึก 129 ปี พระปิยมหาราช เสด็จประพาสสวีเดน

“พระนามจุฬาฯ สูงส่ง...” ในวันแสงแดดเป็นใจ อุณหภูมิเป็นมิตร ผู้ชมหลากวัย หลายร้อยคน อาภรณ์ที่แตกต่างกันไป บ้างสวมชุดสากล บางคนชุดลำลอง และจำนวนไม่น้อยแต่งชุดไทยโบราณ

สลด! รองผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 4511 เสียชีวิตในห้องพักฐานที่นราธิวาส เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุสลดภายในฐานกองร้อยทหารพราน 4511 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังพบ ร.อ.สัญชัย ตะปาน รองผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 4511 เสียชีวิตภายในห้องพักส่วนตัว เบื้องต้นพบอาวุธปืนประจำกายอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด