
“ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของเสีย หากสิ่งนั้นอยู่ในที่ที่เหมาะสม” นี่คือหลักการที่ “สวีเดน” หนึ่งในประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก นำมาใช้อย่างจริงจังทั้งในระดับนโยบาย กฎหมาย ตลอดจนการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทำให้สวีเดนเป็นประเทศที่แทบจะปราศจากขยะเลยทีเดียว
สวีเดน เป็นประเทศแรกของโลกที่ผ่านพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในปี 1967 ปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ภายในประเทศสวีเดนมากกว่า 60% กำเนิดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน และสวีเดนมีเป้าหมายที่จะเป็นประเทศไร้เชื้อเพลิงฟอสซิล 100% (fossil-free) ภายในปี 2045 ภายใต้นโยบายและกฎระเบียบที่เคร่งครัดและครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ กรอบการทำงานด้านการพัฒนาแบบยั่งยืน ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการตลอดช่วงอายุของผลิตภัณฑ์ ภาษีการฝังกลบขยะ และกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถรักษามาตรฐานระดับสูงในการบริหารจัดการขยะ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ดึง “ผู้ผลิต – ผู้นำเข้า – ผู้จำหน่าย” ร่วมรับผิดชอบ ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยหนึ่งในแนวทางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศสวีเดนที่ใช้มาแล้วกว่า 20 ปี คือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบ (Extended Producer Responsibility – EPR) อันนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ล้วนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมไปถึงการเก็บกลับ รีไซเคิล และการกำจัด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังผลักดันให้องค์กรต่างๆ คิดค้นนวัตกรรมและออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยความตระหนักถึงการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่และความยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy

“ป้องกันการเกิดของเสีย” ด่านแรกที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืน สวีเดนมีลำดับขั้นในการจัดการขยะ โดยมุ่งเน้นทั้ง การลดการเกิดของเสีย และเพิ่มการใช้วัสดุซ้ำและรีไซเคิล ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การป้องกัน (Prevention) ด้วยการลดปริมาณการเกิดของเสีย ซึ่งอาจทำได้ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้ทรัพยากรน้อย แต่ใช้งานได้นาน รวมถึงส่งเสริมกระบวนการผลิตและรูปแบบการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลำดับต่อมาคือ การใช้ซ้ำ (Reuse) ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและปรับปรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน จากนั้นจะเข้าสู่ลำดับของ การรีไซเคิลวัสดุ (Material Recycling) โดยนำวัสดุหรือวัตถุดิบจากของเสีย กลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ แต่หากของเสียนั้นนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำไป สกัดเป็นพลังงานจากขยะ (Energy Recovery) เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ และเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานหมุนเวียน และสุดท้ายคือ การฝังกลบ (Landfill) ซึ่งต้องพิจารณาให้เหลือน้อยที่สุด

ในปี 2023 ที่ผ่านมา สวีเดนมีของเสียและขยะชิ้นใหญ่ราว 1.6 ล้านตัน แต่ด้วยความสามารถและความเคร่งครัดในการจัดการขยะ ทำให้สามารถนำวัสดุจากขยะไปรีไซเคิลได้ถึง 40% ส่วนอีก 56% นำไปสกัดเป็นพลังงานหมุนเวียน เหลือเป็นขยะฝังกลบเพียง 4% เท่านั้น
“ความร่วมมือ – กฎระเบียบ” ฟันเฟืองสำคัญสู่ความสำเร็จจัดการขยะ e-Waste เอกอัครราชทูตอันนา ฮัมมาร์เกรน แบ่งปันมุมมองในการปรับปรุงกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับประเทศไทย อย่างน่าสนใจว่า “การใช้นโยบายที่คล้ายกัน อย่าง EPR (Extended Producer Responsibility) จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ด้วยการใช้กฎระเบียบที่ให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบดูแลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งาน ประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบที่มีโครงสร้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการขยะ e-Waste การสร้างระบบการเก็บกลับและโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลที่ดีขึ้นจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า วัสดุที่มีคุณค่าจะได้รับการกู้คืน และสารที่เป็นอันตรายจะถูกกำจัดอย่างปลอดภัย”
การเข้าถึงชุมชนและรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนถึงความสำคัญของการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม สามารถสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกวิธี และคุณค่าของการรีไซเคิล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนได้
“หนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้สวีเดนเป็นผู้นำระดับโลกด้านแนวทางปฏิบัติเรื่องขยะอย่างยั่งยืน คือ ความพยายามและความร่วมมือของภาคครัวเรือนชาวสวีเดนในการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เช่น ขยะอาหาร บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเมื่อถอดรหัสแรงบันดาลใจของสวีเดนแล้ว กล่าวได้ว่า ประเทศไทยมีโอกาสอันล้ำค่าในการเสริมสร้างแนวทางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้แข็งแกร่ง เพื่อให้สภาพแวดล้อมเข้มแข็งมากขึ้น และอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”
นิวเจน พลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าการจัดการขยะ e-waste มองผ่านเลนส์ เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ในด้านบทบาทของคนรุ่นใหม่ต่อการพัฒนาแนวทางการจัดการขยะรวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยยกตัวอย่าง ชาวสวีเดนที่มีความกระตือรือร้นในการแยกและรีไซเคิลวัสดุ ด้วยความเข้าใจในประโยชน์ต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข แนวความคิดนี้ สามารถปลูกฝังให้เยาวชนไทย ผ่านการบูรณาการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมกับหลักสูตรการเรียน มุ่งเน้นการรีไซเคิล e-Waste และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คนรุ่นต่อไปเข้าใจวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในประเทศไทย ยังสามารถออกแบบโมเดลธุรกิจที่ส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ และสนับสนุนเทคโนโลยีการจัดการขยะ ด้วยการร่วมมือกับธุรกิจในท้องถิ่นและบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ในการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
“ทรู คอร์ปอเรชั่น” เทคคอมปานีไทย ที่จริงจังกับการจัดการขยะ e-Waste จากความตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีแบบครบวงจร และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งแบรนด์ทรูและดีแทคต่างเป็นช่องทางจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ โครงการ e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ จึงเกิดขึ้นและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ โดยไม่เพียงเป็นช่องทางรับทิ้งขยะและจัดการขนส่งไปสู่ระบบการรีไซเคิลที่ถูกวิธีอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาร่วมคิดค้นและลงมือทำ กับโครงการ “e-Waste HACK BKK 2024” ที่ได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ดึงความเป็นนวัตกร พลิกฟื้นขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง พร้อมปลุกความตื่นตัวและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม จุดพลังความเป็นนวัตกรที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงและคุณค่าต่อสังคม
“กิจกรรมต่างๆ อย่าง e-Waste HACK BKK 2024 เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะทางเทคนิคในการพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปทำจริงได้ เพื่อจัดการกับความท้าทายด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการศึกษา ความร่วมมือ และนวัตกรรม สวีเดนสามารถร่วมมือกับประเทศไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” เอกอัครราชทูตอันนา ฮัมมาร์เกรน กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรู คอร์ปอเรชั่น หนุนสาธารณสุขไทย ร่วมเปิดตัว “หมอพร้อม Super App” ยกระดับดิจิทัลเฮลธ์ คิกออฟแคมเปญ “หมื่นก้าว เอารางวัล” สะสมเครดิตแลกส่วนลดจากทรู ทั้งสมาร์ทโฟนและทรูคอฟฟี่
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ร่วมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน (ที่ 4 จากขวา)
ครั้งนี้ไม่มาเล่น ๆ “ดร.บุ๋ม ปนัดดา” จับมือทรู ดัน True CyberSafe เอาจริงเรื่องความปลอดภัยคนไทย ยกระดับมาตรฐานใหม่ UP สัญญาณ UP ความปลอดภัย เพื่อคนไทยทุกคน
กรุงเทพฯ 12 มกราคม 2569 – ในยุคที่ภัยไซเบอร์กลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวกว่าที่เคย ทรู คอร์ปอเรชั่นตอกย้ำบทบาท
ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู “ทรูจิตอาสา” คว้าโล่รางวัลซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง ครั้งที่ 5
ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมพิธีมอบรางวัล “โครงการซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” ครั้งที่ 5 เพื่อเชิดชูเกียรติพนักงานผู้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี”
ทรู เชื่อมสัญญาณความห่วงใย เร่งแพ็ก ‘ถุงกำลังใจ’ นับ 1,000 ชุด พร้อมกระจายส่งช่วยเหลือประชาชนในศูนย์อพยพพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย–กัมพูชา
กรุงเทพฯ : 17 ธันวาคม 2568 - ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำความสำคัญของการสื่อสารที่มากกว่าแค่สัญญาณโทรศัพท์
ทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมสัญญาณ 5G และ 4G หนุนช้อป แชต แชร์ เที่ยวงานกาชาดสวนลุม 2568 ระหว่าง 11-21 ธันวาคมนี้
ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้า “Power UP True Network” สนับสนุนงานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 นำเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และ 4G

