ไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตทั่วโลก 6.5 แสนราย'วัคซีน'ของจำเป็นป้องกันการสูญเสีย

ซาโนฟี่ บริษัทระดับโลกด้านนวัตกรรมยาชีววัตถุและวัคซีน จัดสัมมนา หัวข้อ “การปกป้องกลุ่มเสี่ยง : ความสำคัญของการป้องกันไข้หวัดใหญ่และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ” โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 380 คน โดยเน้นภาระโรคของไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเปราะบาง และแบ่งปันแนวทางในการสื่อสารเชิงรุก เพื่อช่วยให้กลุ่มเสี่ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีและแข็งแรง

ภายในงานสัมมนาได้เน้นย้ำถึงผลกระทบที่รุนแรงของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลต่อกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอุปนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT) รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคเอเชีย ได้นำเสนอหลักฐานเชิงวิชาการเกี่ยวกับการระบาดวิทยาของไข้หวัดใหญ่ในระดับภูมิภาค และภาระโรคที่มีต่อกลุ่มประชากรเปราะบาง

จากข้อมูลในปี ค.ศ. 2025 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นภัยคุกคามระดับโลก โดยมีผู้ติดเชื้อราว 1 พันล้านคนต่อปี ในจำนวนนี้มี 3–5 ล้านราย ที่ป่วยหนัก และเสียชีวิตสูงถึง 290,000–650,000 รายทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ไข้หวัดใหญ่สร้างภาระทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ป่วยนอกต้องเสียค่ารักษาเฉลี่ย 4.21 – 212.17 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ส่วนผู้ป่วยในอาจสูงถึง 4,577.83 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็กต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคร่วมอย่าง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ (ACS) ซึ่งหากไม่ได้รับวัคซีนหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ อาจทำให้ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 “สถิติเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เตือนให้กลุ่มเสี่ยงพึงระวังโรคไข้หวัดใหญ่ เพราะสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทำให้อาการของโรคเรื้อรังแย่ลง หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้” ศ. พญ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล กล่าว และว่า มาตรการป้องกันด้วยวัคซีน เป็นการป้องกันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สามารถลดอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในกลุ่มเปราะบางได้อย่างมีนัยสำคัญ จัดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระบบสาธารณสุข

 ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซียและเวียดนามได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายในการสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มประชากรเปราะบาง โดยเฉพาะปัญหาทัศนคติที่ยังหลากหลายต่อวัคซีน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน และนำเสนอแนวทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ คือ เพิ่มการครอบคลุมการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประชากรกลุ่มเสี่ยงให้ได้ถึงร้อยละ 75

ด้าน Dr. Ruby Dizon ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ กลุ่มธุรกิจวัคซีน ซาโนฟี่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย กล่าวว่า ซาโนฟี่ตระหนักดีว่าการปกป้องกลุ่มเปราะบางจากไข้หวัดใหญ่ต้องอาศัยแนวทางแบบองค์รวมในการป้องกัน การจัดสัมมนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งด้านองค์ความรู้และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อปกป้องกลุ่มที่เปราะบางที่สุดในสังคม

เนื้อหาหลักจากสัมมนาครั้งนี้ คือ การรณรงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงสหวิชาชีพ ร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปกป้องกลุ่มเปราะบางด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง การป้องกันไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่เพียงแค่การดูแลสุขภาพทั่วไป แต่เป็นการป้องกันที่เหนือกว่า ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซาโนฟี่ยังคงมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบและภาระโรคที่เกิดจากไข้หวัดใหญ่ โดยการสนับสนุนข้อมูลวิชาการแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยวัคซีน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา