แอปฯ'Eco-Island'ชี้ทางถังขยะรีไซเคิลใกล้ตัว เปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเกาะเต่า

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดโครงการ “Hack the Island” เวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ปลดปล่อยพลังความคิด พลิกขยะให้เป็นนวัตกรรมเพื่ออนาคต ภายใต้หัวข้อการจัดการปัญหาขยะพลาสติกบนเกาะและในทะเลอย่างยั่งยืน โดย อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้เลือก “เกาะเต่า” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ ด้วยความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับพันธมิตรที่มีอยู่แล้วในแคมเปญจัดเก็บขวด PET บนเกาะ เพื่อต่อยอดสู่โครงการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

Hack the Island เปิดรับสมัครในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเยาวชนสมัครเข้าร่วมกว่า 130 คน รวม 53 ทีมจากทั่วประเทศ โดยมีการคัดเลือก 15 ทีมเข้าสู่ค่ายกิจกรรม Bootcamp เพื่อเรียนรู้เรื่องการรีไซเคิล PET, การคิดเชิงระบบ และภาวะผู้นำ ผ่านเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากสายงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย และ OGGA Idea เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้กับเยาวชนพร้อมชิงทุนพัฒนาต้นแบบ (prototype) เพื่อทดลองใช้จริงในชุมชน โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้รับโอกาสนำเสนอไอเดียผลงานบนเวทีสัมนาวิชาการเกาะแห่งความยั่งยืน Partway to Koh Tao – So Green เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 หลังทำกิจกรรมเข้มข้นตลอดโครงการ ทีม Aqua Shield จากโรงเรียนสาธิตนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งประกอบด้วย นายเตวิชชา วงศ์เดิม (จีโน่), นายพลกฤต ธะนะภาชน์ (กอล์ฟ) และนายดาลัล ยะฝา (ดาลัล) ด้วยแนวคิดที่มีความโดดเด่น “Eco-Island” แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้รับรางวัลชนะเลิศ  ซึ่งจากการค้นคว้าข้อมูลของทีมพบว่า เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นทุกปีและทำให้ปัญหาขยะบนเกาะเต่ายากต่อการจัดการ ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ แรงงาน และระบบจัดการที่ยังไม่ทั่วถึง ทำให้เยาวชนกลุ่มนี้คิดค้น แอปพลิเคชัน Eco-Island ที่จะแสดงแผนที่อัจฉริยะ  แสดงตำแหน่งถังรีไซเคิลใกล้ตัว พร้อมระบบสะสม eco-points ที่ให้รางวัลกับผู้ใช้งานเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมรักษ์โลก เช่น พกขวดน้ำส่วนตัว แยกขยะ หรือนำขยะมาแลกรับคูปอง ผู้ใช้งานสามารถนำคะแนนไปแลกส่วนลดจากร้านค้า โรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะเต่า การแจ้งเหตุฉุกเฉิน และยังมีฟีเจอร์ส่งเสริมพฤติกรรมระยะยาว เช่น leaderboard, การจัดอันดับผู้ใช้ และกิจกรรม gamification ที่ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องสนุก

แอปพลิเคชั่นEco-Island ดังกล่าว ได้มีหน่วยงานท้องถิ่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในพื้นที่เกาะเต่า อาทิ ภาครัฐท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน ผู้ประกอบการ สมาคมธุรกิจ รวมถึงนักท่องเที่ยว สามารถนำไปใช้เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกันซึ่งเป็นการสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร

 “สิ่งที่เราภูมิใจที่สุดไม่ใช่แค่การชนะ แต่คือโอกาสที่ได้เห็นไอเดียของเรานำไปใช้จริงบนเกาะเต่า เราอยากให้การท่องเที่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้ และ Eco-Island จะเป็นก้าวแรกของเราในการเปลี่ยนแปลงนั้น”— น้องจีโน่ กล่าว

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ‘ทีมกันเอง’ โดย นางสาวกัญญ์สินีณัฐ องค์ศิริพร (เนเน่) และ นางสาวกัญชญาลักษณ์ องค์ศิริพร (เอญ่า) จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 กับโครงการปะการังเทียมอัจฉริยะจากขยะรีไซเคิลเพื่อฟื้นฟูทะเล กล่าวว่า พวกเราตื่นเต้นมากที่ได้เข้ารอบสุดท้าย ได้เห็นไอเดียของทีมอื่น ได้แรงบันดาลใจ ได้คิดต่อยอด ทุกช่วงเวลาที่อยู่ในโครงการนี้มันทำให้เราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้จากมือเรา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  คือ ‘ทีม PolyFunder’ โดย นางสาวกานต์พิชชา ตั้งสุรกิจ (เคท) นายปัณณวิชญ์ ภัทรนิติพิบูลย์ (ปัณ) และนายศลัญญพงศ์ พิทชยจิตติพงษ์ (ฟรอส) จากโรงเรียน The Newton Sixth Form กับเกมรีไซเคิลที่เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นเหรียญสะสมรางวัลเพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆที่เกาะเต่า โดยน้องฟรอส เล่าว่า  Hack the Island เป็นมากกว่าการประกวด มันคือพื้นที่ให้เราได้ลองผิดลองถูกจริงๆ กับโจทย์ที่ใกล้ตัวที่สุดอย่างปัญหาขยะ

ทุกทีมที่นำเสนอล้วนสะท้อนถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่พร้อมเป็นผู้ผลักดันการเปลี่ยนแปลง ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน  โดยทีม Aqua Shield ได้รับโอกาสพิเศษในการนำเสนอผลงานจริงต่อผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน บนเวทีสัมนาวิชาการเกาะแห่งความยั่งยืน Partway to Koh Tao – So Green เมื่อวันที่ 22-23 มิถุนายน 2568 ซึ่งประกอบด้วยนายกเทศมนตรีเกาะเต่า นายกสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเต่า ผู้นำชุมชน และกลุ่มสมาคมผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีและเปิดประตูสู่การผลักดันแนวคิดการทดลองใช้งานจริงในอนาคต

 นางสาวนวีนสุดา กระบวนรัตน์ รองประธานร่วมฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อินโดรามา เวนเจอร์ส เชื่อในพลังของเยาวชน โครงการ Hack the Island ไม่ได้มองแค่ ‘ไอเดีย’ แต่ให้ความสำคัญกับการ ‘ลงมือทำ’ เราอยากให้เด็กๆ ได้ออกจากห้องเรียน มาสัมผัสปัญหาจริง ฝึกแก้โจทย์ที่ซับซ้อนในโลกจริง และเติบโตไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อินโดรามา เวนเจอร์ส ดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาห่วงโซ่การรีไซเคิลระดับโลก การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลายประเทศ และการร่วมมือกับภาคการศึกษาในการสร้างองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยคาร์บอนและสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความรับผิดชอบทางสังคม ปี 2573 ที่ตั้งเป้าสร้างความตระหนักรู้เรื่องการรีไซเคิลให้กับประชากรมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นอย่างน้อย 100,000 คน และสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลพลาสติก PET อย่างน้อย 120 ตัน ผ่านกระบวนการจัดการและคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม” นางสาวนวีนสุดา กล่าว

โครงการ Hack the Island จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ลงมือเปลี่ยนแปลงโลกด้วยความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ โดยโครงการ  Hack the Island เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อน “นวัตกรรมเพื่อสังคม” เพื่อเปลี่ยน “ขยะ” ให้กลายเป็น “โอกาส” ในระดับชุมชน และอาจขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆในระดับประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.