‘จตุพร‘ ลุยตลาดดอนหวาย ดันตลาดต้องชม-คุมราคาสินค้า

จตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ ลุยตลาดดอนหวาย ดันตลาดต้องชมทั่วไทย – กำชับดูแลราคาสินค้า หลังอุทกภัย พร้อมมอบ “สุชาติ” ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักพิงชายแดนไทย–กัมพูชา

27 กรกฎาคม 2568 - เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 จังหวัดนครปฐม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ณ ตลาดดอนหวาย จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งใน “ตลาดต้องชม” ที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในระดับชุมชน และสอดคล้องกับนโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

ตลาดดอนหวายถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “ตลาดต้องชม” ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยมีการจัดวางพื้นที่การค้าอย่างเป็นระบบ อยู่ใกล้วัดดอนหวาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนา ทำให้ตลาดแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนในทุกมิติ ทั้งการค้าขาย การทำบุญ และการท่องเที่ยว ส่งผลให้มีผู้คนหลั่งไหลมาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งสะท้อนพลังของเศรษฐกิจฐานรากที่มีความแข็งแรงและยั่งยืน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายจตุพร ได้พบปะกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาในการดำเนินกิจการ พร้อมย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าขยายแนวคิด “ตลาดต้องชม” ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความพร้อม และมีศักยภาพในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดตลาดต้นแบบที่สามารถเป็นทั้งแหล่งสร้างรายได้และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวในอนาคต

ภายในตลาด ยังมีกิจกรรมกระตุ้นการบริโภค เช่น การแจกคูปองส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นร่วมกับร้านค้า รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนและเกษตรกรในราคายุติธรรม ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งในด้านรายได้ของผู้ค้า และด้านค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตลาดต้องชมไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ค้าขาย แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน และสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในระยะยาว”

ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือ และความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่งดูแลไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือราคาแพง พร้อมกำชับให้ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเข้มงวดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดน ติดตามสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้านสินค้า การกระจายสินค้าเกษตร และอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ โครงการ “ตลาดต้องชม” เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งยกระดับตลาดชุมชนให้ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย เชื่อมโยงกับมิติทางวัฒนธรรม ศาสนา และการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมีตลาดที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 251 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิตรายย่อย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นในทุกภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“จตุพร” ลุยปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย อ้อนขอคะแนนเลือก “ไก่ อรพินทร์” เบอร์ 11 ลั่นพรรคโอกาสใหม่ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของประเทศ

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 18.30 น. ที่สนามกีฬาห้วยขวาง พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรค ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ นายประภัสร์ จงสงวน

ปี2568ทุบสถิติ ส่งออก-นำ เข้า พาเหรด‘นิวไฮ’

ส่งออกเดือนสุดท้ายปี 68 มูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 16.8% ขยายตัว 18 เดือนติด รวมทั้งปีเพิ่ม 12.9% สูงสุดรอบ 4 ปี และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนนำเข้า 344,943 ล้านดอลลาร์

‘ศุภจี-ศิริกัญญา’ ดีเบตสต๊อกข้าว 100 ตัน สนามจริงชนโลกอุดมคติ

ประเด็นสำคัญของการดีเบตในรายการข่าวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา อยู่ที่ตัวเลข “สต๊อกข้าวขั้นต่ำ 100 ตัน” ซึ่งกลายเป็นจุดปะทะหลักของสองวิธีคิดอย่างชัดเจน

พาณิชย์โชว์ส่งออกเดือนพ.ย.โต 7.1%

พาณิชย์ปลื้มส่งออกเดือน พ.ย.68โต 7.1% มูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือนติด รวม 11 เดือน มูลค่า 310,706.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 12.6% ทำสถิตินิวไฮ  คาดเดือน ธ.ค. หากทำได้ 2.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ทั้งปีโต 11.6% คาดทั้งปีโต 12.1% ส่วนปี 69 ประเมินขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1%