ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด 3 ปีติด ตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย เงินลงทุนรวม 1.85 หมื่นล้าน พาณิชย์ปลื้มปี 68 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติ 3.64 แสนล้านบาท ขึ้นแท่นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาค
27 มี.ค. 2569 -นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้า’ ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ครองมูลค่าการส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็น 27.4% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด และประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ลำดับที่ 14 ของโลก ในปี 2568 มีมูลค่าอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจนี้สูงถึง 2.7 แสนล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์สูงกว่ารถยนต์สันดาปถึง 6 เท่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน ทำให้ไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ประกอบกับในปี 2568 ไทยได้ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าในสถิติใหม่พุ่งสูงสุด (New High) ที่ 3.64 แสนล้านบาท โดยมี ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นตลาดส่งออกสำคัญ สะท้อนความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาค
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้าพบว่า มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการลงทุน โดยมีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 117 ราย ทุนจดทะเบียนสูงถึง 7,640 ล้านบาท สะท้อนความสนใจของนักลงทุนในการเข้ามาลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ ต่อมาในปี 2567 ทุนจดทะเบียนปรับลดลงอยู่ที่ 3,379 ล้านบาท แต่จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่กลับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 176 ราย บ่งชี้ถึงการขยายตัวของระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) และล่าสุดปี 2568 ธุรกิจยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโต มีการจัดตั้งใหม่ 179 ราย และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 7,491 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 - 2568) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสมรวมกว่า 472 ราย เงินลงทุนรวม 18,510 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Electronic Manufacturing Hub ของภูมิภาค”
ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวมีนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,168 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) คิดเป็น 80% ของจำนวนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่เงินลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) คิดเป็น 46.57% ของเงินลงทุนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับผลประกอบการในปี 2567 พบว่า มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถทำกำไรสุทธิรวมสูงถึง 3.97 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารต้นทุนและความสามารถในการปรับตัวต่อความต้องการของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังคงต้องพึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสัดส่วนสูงถึง 91.20% หรือประมาณ 2.48 แสนล้านบาท โดยมีประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน เป็นนักลงทุนหลัก ขณะที่การลงทุนของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 8.80%
“จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และสิทธิประโยชน์ทางการค้า แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายในระยะยาวคือ การยกระดับเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามจากบทบาทผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีการแข่งขันสูงในเวทีโลก” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘พาณิชย์’ผนึก9หน่วยงานรัฐตรวจนอมินีกรุงเทพ พบ3จุดพฤติการณ์ผิดปกติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 9 หน่วยงานรัฐ ลงพื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทย แล้วเข้ามาทำมูลนิธิ ทำธุรกิจ เปิดสมาคม รวม 3 จุด พบพฤติการณ์ผิดปกติเพียบ เข้าข่ายการประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ลุยสอบเชิงลึก ตรวจความเชื่อมโยง หากพบผิด ฟันผิดเด็ดขาด
‘คลัง’ชี้ส่งออก-ลงทุนหนุนศก.เดือนส.ค. ด้าน‘แบงก์ชาติ’จับตาผลกระทบน้ำท่วม
เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. 69 ยังฉลุย ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ลงทุนช่วยหนุน เกาะติดทิศทางราคาพลังงาน และมาตรการภาษีสหรัฐฯ หวั่งกระทบภาคการผลิตไทย ด้าน ‘แบงก์ชาติ’ จับตาผลกระทบน้ำท่วม ห่วงยืดเยื้อเศรษฐกิจไทยอ่วมหนัก
สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค. ปรับตัวดีขึ้น 4.44% รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ
สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค. ปรับตัวดีขึ้น 4.44% รับอัตราการใช้กำลังการผลิตโต แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ชี้หลังปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณดัชนีดันคาดการณ์ปี 69 ขยายตัว 2.75 - 3.75% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่คาดไว้ 0 - 0.5%
'ศุภจี' สั่งรับมือน้ำท่วม คุมของจำเป็นห้ามขาด-ราคาไม่แพง
“ศุภจี” สั่งพาณิชย์ทั่วประเทศเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม เช็กปริมาณ-ราคาสินค้าจำเป็น ประสานค้าส่งค้า

