'จุฬาฯ' ถ่ายทอดนวัตกรรม-เทคโนโลยี   'ยารักษามะเร็ง'ให้อเมริกา

ในยุคที่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-based Economy) มีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต และนวัตกร ให้สามารถต่อยอดจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการแข่งขันและพร้อมเข้าสู่กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุน หรือการใช้งานในระดับสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อเป็นเวทีในการประชาสัมพันธ์ผลงานเหล่านี้สู่สาธารณชน และเสริมสร้างโอกาสในการจับคู่ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเจ้าของผลงานกับภาคเอกชน นักลงทุนและพันธมิตรในระบบนิเวศนวัตกรรม ศูนย์นวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) จึงจัด “งาน CU Innovation & IP Expo 2025” นำเสนอผลงานที่ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจากคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นวัตกร และผู้ประกอบการภายใต้ระบบนิเวศนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และการสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคส่วนต่างๆ อันเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนจากผลงานวิชาการสู่การใช้ประโยชน์จริง

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยมี ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับกล่าวว่า  งาน CU Innovation & IP Expo 2025 ไม่ใช่งานนิทรรศการจัดแสดงงานทางด้านนวัตกรรม แต่เป็นการรวบรวมนวัตกรรมที่ก้าวล้ำมาอยู่ที่นี่ เป็นงานกระตุ้นให้คนไทยหันมาเห็นความสำคัญว่าเรามีงานวิจัยระดับโลก ขณะเดียวกันเราอยากให้นักลงทุน ผู้ประกอบการได้เห็นศักยภาพของไทยเพื่อ 1. สร้างแรงบันดาลใจให้เชื่อมั่นว่าเราทำได้ 2. เป็นเวทีของการหาพันธมิตรร่วมกันทำงาน นอกจากนี้ยังได้สิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300% ได้รับยกเว้นภาษีรายได้จากการใช้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และยังได้ร่วมมือต่อยอดกับทีมวิจัยจุฬาฯ นี่คือบทบาทของมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้แค่สอนหนังสือ เราไม่ได้ผลิตงานวิจัยเพื่อใช้ในเชิงวิชาการ แต่ผลิตงานวิจัยเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมในลักษณะหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงผลงานนวัตกรรม การประกวดผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความสนใจมากที่สุด การสัมมนาทางวิชาการในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม และกิจกรรมเจรจาความร่วมมือกับภาคธุรกิจเพื่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) และการร่วมลงทุน (Joint Venture) ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่เอื้อต่อการต่อยอดผลงานให้เกิดการใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง

การลงนามข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรม ยารักษามะเร็งให้บริษัทในสหรัฐอเมริกา

ศ. ดร.วิเลิศ กล่าวต่อว่า งานครั้งนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่งานระดับประเทศ แต่เป็นงานระดับโลก เรามีงานอินโนเวชันโปรดักส์ทั้งหมด 50 ผลงาน คัดสรรจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะสร้างอิมแพ็คให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด

ที่เป็นไฮไลท์ของงานคือ “ยาแอนติบอดีแบบใหม่ต่อ PD-1 สำหรับใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด” ผลงานวิจัยของ อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย งานวิจัยในกลุ่ม Deep Tech ที่เป็นงานวิจัยแนวหน้าในระดับโลก ซึ่งจะมีการลงนามถ่ายทอดเทคโนโลยีกับ ดร.แอน มารี คาร์โบเนล CEO บริษัท ออนโค่ซินเนอร์ยี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา  (OncoSynergy)ภายในงาน CU Innovation & IP Expo 2025

“เราไม่ได้ขายโครงการวิจัย แต่เราขายนวัตกรรมนำเงินมาสู่ประเทศ ฉะนั้น การที่มีบริษัทยาจากสหรัฐอเมริกามาขอซื้อนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึง 1. คุณภาพในระดับโลก 2. ความเหนือกว่า  ‘เราไม่ได้ก้าวทันโลก แต่เราก้าวล้ำโลก’ ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าถึงในระดับรากหญ้าด้วย คือช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือประชาชนได้จริง” อธิการบดี จุฬาฯ กล่าว

งาน CU Innovation & IP Expo 2025 จึงไม่ใช่งานนิทรรศการ แต่เป็นการสร้าง Research Community หรือ Innovation Community ให้คนในแวดวงธุรกิจเข้ามาพบกัน  เป็นงานที่ให้นวัตกรมาเจอกับผู้ลงทุน ซึ่งมีนักลงทุนและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วมากกว่า 200 ราย

รศ. เภสัชกรหญิง ดร.จิตติมา ลัคนากุล ผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า เป็นครั้งแรกที่มีบริษัทต่างชาติมาขอทำข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยี “ยาชีววัตถุโมเลกุลใหม่” ในประเทศไทย ว่า ยาตัวนี้ไม่ใช่เอาไปฉีดให้คนไข้ได้เลย แต่ Onco Synergy เห็นว่าผลการวิจัยของยาเราในระดับห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูงมาก เพราะเมื่อทำข้อตกลงกันแล้วยังต้องลงทุนทำวิจัยต่อเพื่อเข้าสู่การทดลองในระดับคลินิก คือนำองค์ความรู้ของเขามาทำวิจัยร่วมกับเราด้วย เราได้ทั้งเม็ดเงินจากการทำข้อตกลงเพื่อนำไปต่อยอดงานวิจัย                    ได้ทั้งโนว์ฮาวจากเขาซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการขึ้นทะเบียนยาใหม่ ฉะนั้น มันคือการเกิด Real Assets Collaborative Project หรือสินทรัพย์จริงอันเกิดจากการทำโครงการร่วมกัน ที่อุตสาหกรรมยาบ้านเราไม่เคยมีมาก่อน

ทางด้าน อ.ดร.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ   กล่าวว่า ปัจจุบันการรักษามะเร็งนอกจากการผ่าตัด ฉายแสง ให้ยาเคมีแล้ว มีการรักษารูปแบบใหม่คือ การใช้ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำลายเซลล์มะเร็งที่หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้อย่างตรงเป้า ซึ่งเป็นการรักษาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอยู่แล้ว แต่คนไทยยังเข้าไม่ถึง ทำให้เสียโอกาส จุฬาฯ จึงทำวิจัยและพัฒนายาเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ ขณะเดียวกันก็ทำนวัตกรรมควบคู่กันไป

หลักการการทำงานของ “ยาแอนติบอดี” ต้านมะเร็งเป็นกลไกสำคัญ เนื่องจากเซลล์มะเร็งจะมีการสร้างโปรตีนที่ชื่อว่า PD-L1 ซึ่งมีความสามารถในการจับกับโปรตีน PD-1 ที่อยู่บนเม็ดเลือดขาว และเมื่อโปรตีนทั้ง 2 ตัวนี้มาจับคู่กันเมื่อใดจะมีผลให้เม็ดเลือดขาวซึ่งมีหน้าที่ในการฆ่าทำลายสิ่งแปลกปลอมหยุดการทำงาน ทำให้ไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ ฉะนั้น ยากลุ่ม “แอนติบอดี” จะเข้าไปขัดขวางการจับกันระหว่างโปรตีน PD-L1 บนเซลล์มะเร็ง กับโปรตีน PD-1 บนเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวกลับมาจัดการกับเซลล์มะเร็งได้ตามปกติ

“ยาแอนติบอดีแบบใหม่ต่อ PD-1 สำหรับใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด” เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาครัฐ ปัจจุบันผ่านการทดลองในหนูแล้วปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ก้อนมะเร็งยุบตัวได้ดีมาก OncoSynergy บริษัทเอกชนที่พัฒนาภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งจากประเทศสหรัฐอเมริกาเห็นถึงศักยภาพนี้ จึงติดต่อขอลงนามเซ็นสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดร่วมกับยาแอนติบอดีตัวใหม่อีกตัวของเขาให้เกิดเป็นสูตรยาใหม่ในรูปแบบการบำบัดแบบผสมผสาน (combination therapy) คาดว่าจะให้ประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งสูงขึ้นมากกว่ายาเดี่ยว ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก โดยเราให้การสนับสนุนทางวิชาการ ภายใต้เงื่อนไขว่าเมื่อสำเร็จจนจดทะเบียนเป็นยาตัวใหม่แล้วจะต้องให้ไทยเข้าถึงยาได้ในราคาที่สมเหตุสมผล”

การลงนามข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรม “ยาแอนติบอดีแบบใหม่ต่อ PD-1 สำหรับใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด” เป็นยาโมเลกุลใหม่ที่จุฬาฯ พัฒนาขึ้นโดยใช้ทุนวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาครัฐ ประกอบด้วยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ข้อตกลงกับทางสหรัฐอเมริกาว่า เมื่อการวิจัยต่อยอดเป็นผลสำเร็จแล้ว คนไทยจะต้องเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นเป้าหมายของการทำวิจัยเพื่อให้คนไทยเข้าถึงได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามนโยบายของจุฬาฯ ในการผลักดันงานวิจัยสู่ภายนอก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชวน 'BofA - Microsoft - PIMCO' ลงทุนไทย

ไทยพร้อมรับการลงทุน ! นายกฯ พบ 3 สถาบันการเงิน/กองทุนชั้นนำอเมริกา- BofA - Microsoft- PIMCO มองหา พาร์ทเนอร์ ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีอนาคตและความยั่งยืน

'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'

'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร

'กรณ์' ข้องใจเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่ซัด กลต.ทำงานอืดจนสหรัฐจัดการเอง!

'กรณ์' ชี้สหรัฐไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 เครือข่ายสแกมเมอร์ สะท้อนอำนาจไทยเป็น 'เป็ดง่อย' ซัด ก.ล.ต.ทำงานช้า จนมะกันออกโรงเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สงสัยเคยเรียก 'วรภัค' ชี้แจงหรือไม่

'ทั่นโรม' จี้คุ้ยเส้นทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์หลังพ่อมะกันขึ้นบัญชีดำ!

'โรม' จี้รัฐบาลเร่งสอบสาวไส้เส้นทางการเงิน -คดีความเครือข่ายแสกมเมอร์ในไทย หลัง 'วรภัค' จ่อถูกแบล็กลิสต์มะกัน – หวั่นกระทบภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือประเทศไทย

จุฬาฯ จับมือกระทรวงวัฒนธรรม จัด Let’s Play ครั้งที่ 3 ปลุก “การละเล่นพื้นบ้าน” ชวนเด็กเงยหน้าจากจอ กลับมาเล่นบนสนามอีกครั้ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวนเด็กและครอบครัวกลับมา “เล่น” ด้วยกันอีกครั้ง กับ CHULA Let’s Play ตอน “อุทยานฯ การละเล่น” วันเสาร์ที่ 19