
ลำพูน เป็นเมืองเก่าเล็ก ๆ ของภาคเหนือ มักถูกมองว่าเป็นเมืองผ่าน เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางคือ เชียงใหม่ แต่ถ้าหากใครได้ไปเยือนลำพูนสักครั้ง รับรองว่าจะต้องหลงเสน่ห์อย่างแน่นอน เพราะลำพูนเป็นเมืองเงียบสงบ ผู้คนใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ วัดวาอาราม บ้านเรือนและธรรมชาติ ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นล้านนาเต็มเปี่ยม เหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นที่พักใจของนักเดินทางที่ต้องการความสงบ เรียบง่าย
แต่วันนี้ เราจะพาไปๆ ซึมซับเรื่องราวของเมืองลำพูน ซึ่งถือว่าเป็นการทำความรู้จักเบื้องต้น ด้วยการนั่งรถรางเที่ยวรอบตัวเมืองอย่างสบาย ๆ นับเป็นการเปิดมุมมองใหม่การเดินทาง เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย และอยากเที่ยวลำพูนแบบครบจบในวันเดียว
สำหรับเส้นทางรถรางจะพาเดินทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญรวม 10 จุด ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ได้แก่ จุดที่ 1 วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร (จุดขึ้นรถและจำหน่ายตั๋ว) จุดที่ 2 พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน จุดที่ 3 อนุสาวรีย์จามเทวี จุดที่ 4 วัดจามเทวี จุดที่ 5 วัดมหาวัน จุดที่ 6 วัดพระคงฤาษี จุดที่ 7 วัดสันป่ายางหลวง จุดที่ 8 โบราณสถานกู่ช้าง – กู่ม้า จุดที่ 9 ศูนย์การเรียนรู้ลำพูนไหมไทย จุดที่ 10 ข่วงพันปี – ตลาดรถแก้ว(วันเสาร์) เปิดให้บริการ (วันอังคาร-อาทิตย์ ) แบ่งเป็น 2 รอบ รอบเช้า 09.30 น. และรอบบ่าย 13.30 น. ค่าบริการ เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 50 บาท/คน ราคา เหมา 1,000 บาท

สำหรับการเดินทางด้วยรถรางเราเลือกรอบเช้า ในวันธรรมดาอาจจะไปครบทั้ง 10 จุด เพราะข่วงพ้นปี68 ไปแล้วจะเปิดเฉพาะวันเสาร์ เมื่อชำระค่าตั๋วเรียบร้อย รถรางก็พร้อมมุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรกที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน ตั้งอยู่ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย โดยพิพิธภัณฑ์ เดิมคือคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ อาคารไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงบรรยากาศขรึมขลังและอบอุ่นไปพร้อมกัน ที่นี่เล่าเรื่องลำพูนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผ่านภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ และวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้การเดินชมไม่เงียบงัน แต่เหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ท่ามกลางเมืองเก่าอย่างมีชีวิตชีวา

เริ่มต้นที่ชั้นล่าง เดินดูประวัติคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ และพัฒนาการของเมืองลำพูนจากแผนที่เก่า ภาพถ่ายเหตุการณ์สำคัญ วัดวาอาราม และวิถีชีวิตในอดีต พร้อมข้าวของคุ้นตาอย่างวิทยุ เตารีดถ่าน ตู้เย็นโบราณ ไปจนถึงตู้สะสมสลากกินแบ่งรัฐบาลยุคเก่า ที่ชวนให้หยุดดูอย่างเพลิดเพลิน เดินต่อไปด้านหลังอาคาร จะพบการจำลองโรงภาพยนตร์เก่า “หริภุญชัยรามา” ห้องเรียนสมัยก่อน และเรื่องราวของโรงแรมแห่งแรกของเมืองลำพูน เป็นมุมที่ทำให้หลายคนอมยิ้มกับความทรงจำเรียบง่ายในอดีต
ส่วนชั้นสอง พื้นที่เปิดโล่งสำหรับกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์ ทั้งการสอนพิณเปี๊ยะ และการจัดแสดงภาพบุคคลสำคัญ บ้านเรือนเก่า และเรื่องราวทางวัฒนธรรมของลำพูน การเดินชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การดูนิทรรศการ แต่คือการค่อย ๆ ทำความรู้จักเมืองลำพูน ผ่านบ้านเก่าและเรื่องเล่าที่ยังมีชีวิตจนถึงวันนี้

ความน่าสนใจของการได้นั่งรถรางคือ เราจะได้เที่ยวเส้นทางตามรอยพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งนครหริภุญชัยด้วย โดยรถรางจะพาไปที่ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ใกล้ตลาดหนองดอก เป็นจุดสำคัญที่ชวนให้หยุดชมและระลึกถึงผู้ก่อตั้งนครหริภุญไชย พระนางทรงเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ ผู้เปี่ยมด้วยปัญญา คุณธรรม และความกล้าหาญ ทั้งยังทรงนำพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเผยแผ่ จนลำพูนรุ่งเรืองสืบต่อมาถึงปัจจุบัน

มาต่อที่ วัดจามเทวี หรือที่ชาวลำพูนเรียกกันว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน เป็นวัดเก่าแก่สำคัญที่มีมาตั้งแต่สมัยหริภุญไชย เข้ามาในวัดจุดที่ดึงสายตาที่สุดคือพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ หรือพระเจดีย์จามเทวี เจดีย์สี่เหลี่ยมทรงงดงามแบบพุทธคยา ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย แต่ละด้านขององค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ด้านละ 15 องค์ รวมทั้งหมด 60 องค์ ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ต่อมาในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกติดปากกันว่ากู่กุด พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิถือเป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมที่สำคัญของศิลปกรรมหริภุญไชย และเป็นสัญลักษณ์เด่นของวัดจามเทวี

ภายในวัดยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยมอีกหนึ่งโบราณสถานสำคัญ โครงสร้างซ้อนลดหลั่นขึ้นไปอย่างงดงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนในซุ้มโค้ง ให้บรรยากาศสงบและขรึมขลัง วัดจามเทวีจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สักการะ แต่เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาที่หลอมรวมกันอย่างกลมกลืน
มาถึงอีกจุดไฮไลท์ของการตามรอยพระนางจามเทวี คือ กู่ช้าง–กู่ม้า เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่คู่กัน และเป็นอีกจุดเที่ยวที่ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือ โดยกู่ช้าง สร้างขึ้นเพื่อบรรจุซากปู่ก่ำงาเขียว ช้างคู่บารมีของพระนางจามเทวี องค์เจดีย์ทรงสูงโดดเด่น ฐานกลมซ้อนกันหลายชั้น ยอดตัดไม่แหลมเหมือนเจดีย์ทั่วไป เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อควบคุมพลังอิทธิฤทธิ์ของช้างศึกในตำนาน รอบ ๆ องค์เจดีย์มีศาลเจ้าพ่อกู่ช้าง พร้อมรูปปั้นปู่ก่ำงาเขียวให้ผู้คนได้สักการะ และมีความเชื่อว่าการลอดท้องช้างจะนำความเป็นสิริมงคลและความสมหวังมาให้

ด้านหลังกู่ช้างคือกู่ม้า โบราณสถานที่เชื่อว่าเป็นที่บรรจุซากม้าทรงของพระเจ้ามหันตยศ พระราชโอรสของพระนางจามเทวี องค์เจดีย์มีฐานสี่เหลี่ยม ทรงเรียบง่าย แม้ยอดจะชำรุดไปตามกาลเวลา แต่ยังคงบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ พื้นที่ด้านหน้าถูกปรับเป็นลานพักผ่อนของชุมชน เหมาะกับการเดินชมและพักใจเพลินๆ

รถรางพาเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆก็มาถึงวัดมหาวัน หรือวัดมหาวันวนาราม เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปี สร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัดจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และขรึมขลัง ไฮไลต์สำคัญคือเจดีย์ที่บรรจุพระรอดลำพูน หนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคีที่มีชื่อเสียง เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย และเมตตามหานิยม ภายในวัดยังประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก รวมถึงอาคารเสนาสนะและสถาปัตยกรรมล้านนาให้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน

จุดหมายต่อไปที่ วัดพระคงฤาษี หรือวัดอนันทราม เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี เมื่อก้าวเข้ามาภายในวัดจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบและขรึมขลัง วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งใน4 วัด 4 มุมเมือง ที่พบพระเครื่องสำคัญของลำพูน ไฮไลต์คือพระคง พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ มีพระเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าเป็นจุดที่ฤาษีใช้กำหนดผังเมืองลำพูน รอบองค์เจดีย์มีรูปแกะสลักฤาษีทั้ง 4 ทิศ สะท้อนความเชื่อและประวัติศาสตร์ของเมือง ชาวลำพูนยังคงสืบสานประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระเจดีย์หลังวันสงกรานต์

ไปต่อที่ วัดสันป่ายางหลวง วัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยความงดงามของวิหาร จนได้รับการยกย่องให้ติดอันดับ 1 ใน 10 วิหารสวยของประเทศไทย ไฮไลต์คือพระวิหารพระเขียวโขง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ใช้เสาไม้ตะเคียนทองและไม้แดงจากไทย ลาว และพม่า ออกแบบโดยพระครูบาอินทร ผสมผสานศิลปะพื้นเมืองกับแนวคิดร่วมสมัยอย่างลงตัว หลังคาวิหารซ้อนหลายชั้น แฝงความหมายทางธรรมะ เมื่อเดินเข้าไปภายในจะพบพระเขียวโขง พระพุทธรูปแกะสลักจากหินแม่น้ำโขงอันงดงาม

ที่ศูนย์การเรียนรู้ลำพูนไหมไทย เป็นจุดแวะที่ชวนให้ค่อย ๆ เดินชมเสน่ห์ผ้าไหมของเมืองลำพูน ที่นี่เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มทอผ้ายกดอกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และยังคงอนุรักษ์ลวดลายโบราณอย่างลายดอกแก้วและลายพิกุล ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาลวดลายใหม่สำหรับงานราชพิธีและแฟชั่นร่วมสมัย ระหว่างเดินชมจะได้เห็นความประณีตของผืนผ้า เนื้อไหมที่แน่น หนา และยิ่งใช้ยิ่งนุ่ม เป็นอีกมุมของลำพูนที่สะท้อนภูมิปัญญาและความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

จุดหมายสุดท้ายของเส้นทางรถรางคือบริเวณหน้าวัด ก่อนโบกมือลารถรางแล้วเดินข้ามถนนเข้าสู่ วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร หัวใจของเมืองลำพูนและปูชนียสถานสำคัญที่อยู่คู่เมืองมากว่าพันปี ทันทีที่ก้าวผ่านซุ้มประตูเก่าแก่ซึ่งมีสิงห์คู่เฝ้าอยู่ด้านหน้า บรรยากาศขรึมขลังและเปี่ยมศรัทธาก็โอบล้อมอย่างชัดเจน

ไฮไลต์ของที่นี่คือพระบรมธาตุหริภุญไชย เจดีย์สีทองอร่ามที่บรรจุพระเกศบรมธาตุ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีระกา เดินชมภายในวัดยังสามารถแวะสักการะจุดสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าทองทิพย์ในอุโบสถด้านซ้าย รูปเคารพครูบาศรีวิชัยที่อยู่ด้านขวาของวิหารหลวง รอยพระพุทธบาท 4 รอย รวมถึงหอธรรมและหอระฆัง–กังสดาล จุดเสริมสิริมงคลก่อนปิดท้ายการเที่ยวลำพูนอย่างอิ่มใจ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชุมชน 'ต้นแบบงดเหล้า' บ้านป่าดำ ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยพลังคนสามวัย
ชุมชนบ้านป่าดำ หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนต้นแบบของ โครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (แอลกอฮอล์) ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ปี
'เศรษฐา' ไปต่อ จ.ลำพูน เจ้าคณะจังหวัดทวงเงินหมื่น เจ้าตัวหันไปสั่ง 'จุลพันธ์' รีบดำเนินการ
หลังเสร็จภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมายังวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน โ
สธ.ยันสถานบริการตามแนวรอยเลื่อน 164 แห่งไม่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว
หมอยงยศเผยรับทราบเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจ.เชียงใหม่-ลำพูนแล้ว สถานบริการตามแนวรอยเลื่อน 164 แห่งไม่ได้รับผลกระทบ สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ไทยเจอแผ่นดินไหว 2 ลูกติดที่ 'แพร่-เชียงใหม่' รู้สึกได้ถึงลำพูน
ไทยเจอแผนดินไหว 2 ลูกติด ลูกแรกเกิดตีสองที่จังหวัดแพร่ 3.7 แม็กนิจูด ลึก 3 กม. ส่วนลูกที่สองเตอที่ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ 4.1 แม็กนิจูด ลึก 2 กม. รู้สึกสั่นไหวที่เชียงใหม่และลำพูน

