'ซีพีแรม'วิจัยพัฒนา4 สายพันธุ์ 'กะเพราะป่า ' 

เมนูโปรด อาหารที่คนไทยคุ้นเคยอยู่เสมอนั้นก็คือ “ข้าวราดผัดกะเพรา” ปัจจุบันผักกะเพราโด่งดังในต่างประเทศมาก แต่ก่อนจะกินผักกะเพราแต่ละครั้งต้องทำในบ้าน หรือสั่งที่ร้านอาหารตามสั่ง แต่ปัจจุบัน ข้าวราดผักกะเพรามีชายใน “ร้าน 7-Eleven”  โดยเฉพาะ“ข้าวกะเพราถาดสีแดง ในร้าน 7-Eleven” ที่มีความอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรา  เผ็ดซ่า นั้นมีเคล็ดลับอยู่ที่ตัวใบกะเพรา ซึ่งทางซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารป้อนร้าน7-Eleven ได้ใช้”กะเพราป่า” ในการทำผัดกะเพรา  ซึ่งปัจจุบัน ซีพีแรม ผลิตเมนูข้าวกะเพรารวม 5.6 ล้านถาดต่อวัน และใช้ใบกะเพราสดวันละมากกว่า 1.36 ตัน (เฉพาะใบ) โดยเมนูกะเพรายอดนิยม 3 อันดับแรกคือ ข้าวกะเพราไก่คั่ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และข้าวกะเพราหมู

ถึงแม้กะเพราจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว และให้ผลผลิตตลอดปี แต่ก็ยังเจอกับปัญหาหลายอย่างอาทิ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการเติบโต การกำจัดศัตรูพืชให้สอดคล้องตามมาตรฐาน GAP วิธีการเก็บเกี่ยว และการใช้ทรัพยากรน้ำและดิน เป็นต้น

การผลิตใบกะเพราจึงเป็นโจทย์ท้าทาย และเป็นท่ี่มาของการเกิด“โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต” ของซีพีแรม ที่ตั้งใจมุ่งพัฒนาระบบการปลูกกะเพราตามมาตรฐาน GAP เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต สร้างรายได้มั่นคง และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร
ในส่วนของกะเพรา ซีพีแรมได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์ “กะเพราป่า” ที่มีรสชาติเผ็ดร้อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกะเพราทั่วไป  ซึ่งเมื่อนำมาปรุงอาหาร  จะให้กลิ่นที่หอม และรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ จนปัจจุบัน ซีพีแรมได้จดสิทธิบัตรสายพันธุ์กะเพราที่พัฒนาเองแล้วถึง 4 สายพันธุ์

กอบชัย คงทวี

กอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) กล่าวว่า โครงการเกษตรกรคู่ชีวิตถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิด Food 3S ของเรา ได้แก่ Food Safety ความปลอดภัยทางอาหาร ที่ต้องควบคุมคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ต้นทาง จวบจนถึงปลายทางของกระบวนการผลิต Food Security ความมั่นคงทางอาหารด้วยการวางแผนการผลิตร่วมกับเกษตรกรให้มีวัตถุดิบเพียงพอและต่อเนื่อง และ Food Sustainability ความยั่งยืนทางอาหารที่ส่งเสริมการจัดการเกษตรอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง จากการขายผลผลิตในราคาที่เหมาะสม ได้รับความรู้และทักษะการทำเกษตรอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตครัวเรือนได้ในภาพรวม

“การเพาะปลูกเพื่อให้ได้กะเพรา ตามที่เราต้องการ จึงทำให้เรามีการฝึกอบรม ส่งเสริมสร้างความรู้แก่เกษตรกรครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมดิน การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม และมอบสายพันธุ์กะเพราป่าที่พัฒนาขึ้น พร้อมตรวจสอบคุณภาพและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กะเพราจากโครงการฯ มีคุณภาพสูง สะอาด ปลอดสารพิษ และผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 100% นอกจากนี้ ยังให้ความรู้การเก็บเกี่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การใช้ทรัพยากรดินและน้ำมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น”กอบชัยกล่าว

จามจุรี แก้วใสย

จามจุรี แก้วใสย ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า เราพัฒนาสายพันธุ์กะเพราป่าโดยคัดเลือกตามเกณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องความต้านทานสภาพอากาศแปรปรวน ความโตไวและให้ผลผลิตเร็ว คุณภาพใบที่มีกลิ่นหอมและรสเผ็ดเข้มข้น รวมถึงความทนต่อโรคและแมลงเพื่อลดการใช้สารเคมี ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อสุขภาพของเกษตรกรในโครงการ ซีพีแรมยังส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำแนะนำตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก จัดส่งเมล็ดพันธุ์ การตัดแต่งกิ่ง การคัดแยกผลผลิต ไปจนถึงการออกแบบโรงเรือนที่เหมาะสม พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เช่น ระบบเซนเซอร์ควบคุมน้ำอัตโนมัติและระบบบันทึกข้อมูลออนไลน์ เพื่อติดตามและควบคุมผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดการลดการใช้ปุ๋ยเพื่อลดการปลอดปล่อยก๊าซเรือนกระจก กล่าวได้ว่าช่วยปูพื้นฐานการเกษตรที่ยั่งยืนแก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

 ” โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต ยังให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าวัตถุดิบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่คือการสร้างความยั่งยืนทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรได้อย่างแท้จริง เพราะเมื่อเกษตรกรได้เรียนรู้วิธีการปลูกกะเพราอย่างเป็นระบบและเทคนิคการเก็บเกี่ยวที่มีประสิทธิภาพ จึงทำงานง่าย ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือมั่นใจว่าผลผลิตสะอาดปลอดภัย มีตลาดรับซื้อแน่นอน มีการรับประกันราคา และได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง”จามจุรีกล่าว

ภานุวัฒน์ วิชัยรัตน์ หรือ “ลุงหนุ่ย”

ภานุวัฒน์ วิชัยรัตน์ หรือ “ลุงหนุ่ย” ผู้ริเริ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกะเพรายั่งยืน จังหวัดลำพูน และเกษตรกรต้นแบบ กล่าวว่า “โครงการเกษตรกรคู่ชีวิตในลำพูน ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วม 22 ครัวเรือนทุกบ้านสามารถสร้างผลผลิตได้มากขึ้นและมีรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ ซีพีแรมยังดูแลเกษตรกรแบบองค์รวม เพราะนอกจากการปลูกและเก็บเกี่ยว ยังจ้างให้ช่วยเด็ดใบกะเพรา ทำให้ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำได้ทั้งเด็กเล็กและคนสูงอายุ ทำให้ครอบครัวอบอุ่น ลูกหลานไม่ต้องไปทำงานไกลบ้าน ทำให้พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร เพราะผลผลิตจากไร่ของเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ผู้คนบริโภคทุกวัน ทำให้รู้สึกว่าอาชีพเกษตรกรมีคุณค่าและเป็นส่วนสำคัญของประเทศ อยากให้เกษตรกรคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมเรียนรู้กับโครงการฯ เพื่อให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกันและสุขภาพดีขึ้นจากการไม่ต้องใช้สารเคมีในแปลงเพาะปลูกของเรา

 “โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต” ยังขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนทางอาหาร ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีโภชนาการ และรสชาติอร่อยในราคาที่เข้าถึงง่าย  

เพิ่มเพื่อน