'คอนโดแยกขยะ' แบบอย่างสร้างเมืองน่าอยู่

กรุงเทพฯ ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลก  มหานครแห่งนี้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ความเจริญกระจุกตัวในเมือง แค่กรุงเทพฯ เมืองเดียว จีดีพีคิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ ประชากรในกรุงเทพฯ หนาแน่นถึง 10 ล้านคน  นอกจากเป็นเมืองที่มีความเหลื่อมล้ำสูง มีตึกระฟ้า คอนโดมิเนียมใหม่ๆ ให้ซื้อให้เช่าปักหมุดทั่วเมืองแล้ว  ปริมาณขยะของเมืองกรุงเทพฯ ก็สูงไม่แพ้ตามการบริโภคและกิจกรรมมากมายที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่

รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระบุว่า กรุงเทพฯ มีขยะมูลฝอย 28 ล้านตันต่อปี   แต่จัดการได้อย่างถูกต้องเพียง 10 ล้านตัน ขยะ 6 ล้านตันกำจัดอย่างไม่เหมาะสม ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความล้มเหลวการจัดการขยะเมืองหลวงท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เพิ่มขยะมากกว่าลดขยะ

การสร้างเมืองน่าอยู่ต้องแก้ปัญหาใหญ่อย่างขยะให้สำเร็จ  หากเจาะลึกลงในพื้นที่อยู่อาศัยยอดฮิต อย่าง คอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทย ตลอดจนชาวต่างชาติที่นิยมอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ด้วยตอบโจทย์เรื่องค่าครองชีพและหน้าที่การงาน  มีการสำรวจองค์ประกอบขยะในถังทั่วไปในคอนโดมิเนียม พบขยะอาหารมากเป็นอันดับหนึ่ง 33% รองลงมา  กระดาษเปื้อน 14.7% พลาสติกใช้ครั้งเดียว 9% พลาสติกรีไซเคิลได้ 8.5% และแก้ว 6.8%  ขยะเหล่านี้เชื่อมโยงวิถีชีวิต  เศรษฐกิจ และอนาคตของเมืองหากจัดการไม่ถูกต้อง     

การคัดแยกที่ต้นทางในคอนโดมิเนียมเป็นกุญแจสำคัญ ลดปริมาณขยะในเมืองอย่างจริงจัง เหตุนี้  มีการขับเคลื่อน“โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) ด้วยความร่วมมือ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)

รายชื่อ 10 คอนโดมิเนียมนำร่องเขตวัฒนาและคลองเตย ได้แก่ 15 Sukhumvit Residences, Noble BE 33, Eight Thonglor Residences, The Room Sukhumvit 69 และ The Base Sukhumvit 77, IDEO Q Sukhumvit 36., The Emporio Place, IDEO Morph 38, Siri at Sukhumvit และ Siamese Sukhumvit 48 ซึ่งเริ่มพัฒนาระบบจัดการขยะครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยกในพื้นที่อยู่อาศัยไปจนถึงการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์จริง โดยมีทีมวิชาการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ออกแบบจุดคัดแยกขยะ พร้อมให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการ และสร้างความเข้าใจกับผู้อยู่อาศัย รวมถึงผู้บริหารอาคาร

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ปัญหาขยะมูลฝอยของประเทศไทยยังคงเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งหลายรัฐบาลผลักดันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะขยะจากชุมชนเมืองมีปริมาณสูง ขณะที่การจัดการอย่างถูกต้องทำได้เพียงบางส่วน ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเชื่อมโยงกับประเด็นระดับโลก เช่น การจัดการขยะพลาสติก ซึ่งนานาชาติกำลังผลักดันกรอบความร่วมมือและกฎหมายควบคุมอย่างจริงจัง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการลดการใช้พลาสติก แต่รวมถึงการออกแบบระบบหลังการใช้เพื่อให้ทรัพยากรสามารถหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบได้อีกครั้งตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

“ แม้การทดสอบระบบช่วงเริ่มต้นใน 10 คอนโดนำร่อง มีข้อจำกัดและต้นทุนในการปรับระบบ แต่หลายคอนโดมิเนียมเห็นว่าการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุรีไซเคิลสอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อม กทม. และรัฐบาล โครงการนี้มีความก้าวหน้าและส่งสัญญาณความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะของเมือง วางรากฐานสู่การขยายผลเชิงนโยบายในอนาคตให้การจัดการขยะอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงทั้งในระดับเมืองและระดับประเทศ “ ดร.วิจารย์ กล่าว

ด้าน พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีจำนวนกว่า 3,700 แห่ง  กทม.เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะจะเป็นการต่อยอดเชิงคุณภาพจากแผนงาน”บ้านนี้ไม่เทรวม”   ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเข้าร่วมบ้านนี้ไม่เทรวมแล้ว 1,600 แห่ง   ส่วนภาคครัวเรือนมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมเกือบ 1 ล้านครัวเรือน จากฐานประมาณ 3 ล้านครัวเรือน มีการตอบรับชัดเจน โดยคอนโดนำร่องได้คัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ จัดโซนแยกขยะเศษอาหารเพื่อให้สำนักเขตนำไปรีไซเคิล  บางพื้นที่ที่มีปริมาณขยะเศษอาหารมากพอ เกษตรกรจะเข้ามารับไปใช้ประโยชน์โดยตรง  ความถี่การจัดเก็บเศษอาหารประมาณ 2–3 วันต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับแต่ละเขต แต่หลักการสำคัญต้องไม่เทรวม เพราะหากประชาชนแยกแล้วแต่ระบบปลายทางยังรวมอีกจะทำลายความเชื่อมั่น  

10 คอนโดนำร่องโซนสุขุมวิท-พระรามสี่  พรพรหม ให้ภาพมีการทำงานเชิงลึกเพื่อออกแบบต้นแบบระบบจัดการขยะให้เหมาะกับบริบทอาคารสูง  แม้คอนโดจัดการง่ายกว่าหมู่บ้าน เนื่องจากมีจุดพักขยะรวมอยู่แล้วทุกอาคาร แต่รายละเอียดแต่ละชั้นแตกต่างกัน ห้องทิ้งขยะบางแห่งมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถตั้งถังครบทุกประเภทได้ ทีมวิจัยช่วยออกแบบอย่างยืดหยุ่น ถ้ามีพื้นที่เพียงพอจัด 3 ถัง  พื้นที่เล็กจัด 2 ถัง กำหนดลำดับความสำคัญหรือใช้วิธีมัดแยกใส่ถุงแทนการตั้งถังเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของผู้อยู่อาศัย  ส่วนใหญ่มักทิ้งขยะที่ชั้นพักอาศัย ไม่ได้ลงมาทิ้งชั้นล่าง การจัดการที่ต้นชั้นมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการคัดแยกทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ย้ำขยะกทม.มีปริมาณสูงต่อเนื่องและใช้งบฯ จัดการจำนวนมาก ปัจจุบัน กทม.ต้องแบกรับภาระในการจัดการมูลฝอยมากกว่า 9,000 ตันต่อวัน กว่าร้อยละ 50 คือ ขยะเศษอาหารที่ต้องแยกออกมาตั้งแต่ต้นทาง กทม. ขับเคลื่อนนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ โดยยกระดับสู่การบังคับใช้ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ยึดหลักสากล “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ส่วนผู้ที่ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงขึ้น  จูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะการขอความร่วมมืออย่างเดียวไม่เพียงพอ

 ส่งสวัสดิ์ เสมอวงศ์ติ๊บ ผจก.อาคารคอนโดมิเนียม Eight Thonglor Residences เขตวัฒนา กล่าวว่า อาคารคอนโดมีจำนวนกว่า 200 ห้องพัก สูง 34 ชั้น จัดให้มีจุดทิ้งขยะประจำทุกชั้น โดยแยกเป็นขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิลอย่างชัดเจน ก่อนที่แม่บ้านจะรวบรวมขยะจากแต่ละชั้นลงสู่ห้องพักขยะด้านล่างและคัดแยกซ้ำอีกครั้ง เดิมอาคารมีปริมาณขยะเฉลี่ยราว 5–10 ตันต่อเดือน ขยะทั่วไปจำนวนมากมักปะปนกับเศษอาหาร หลังเข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวมของกทม. ปี 68 อาคารได้แยกเศษอาหารออกเฉพาะและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเก็บอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ปริมาณขยะทั่วไปลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันลูกบ้านกว่า 70% ให้ความร่วมมือในการคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบจัดการขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนภาพต้นแบบการบริหารจัดการขยะในอาคารสูงของกรุงเทพฯ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

จุติพร คุ้มครอง ผจก.อาคารคอนโดมิเนียม Siri at Sukhumvit เขตคลองเตย  กล่าวว่า เดิมคอนโดมีการแยกขยะอยู่บ้าง แต่ระบบและอุปกรณ์ยังไม่เพียงพอ แต่ละชั้นจะห้องพักมีเพียงถังขยะทั่วไปและรีไซเคิล ทำให้เศษอาหารถูกรวมกับขยะอื่น อีกทั้งจุดทิ้งรีไซเคิลมีจำกัด ส่งผลให้แม่บ้านต้องคัดแยกปลายทาง เสียเวลาและประสิทธิภาพ เมื่อมีโครงการคัดแยกขยะตัดสินใจเข้าร่วมทันที เพื่อปรับระบบให้สอดคล้องกับนโยบายบ้านนี้ไม่เทรวมและลดค่าธรรมเนียมขยะที่เพิ่มขึ้น  หลังเข้าร่วมโครงการฯ อาคารได้รับถังขยะเพิ่มเติม ทั้งถังทั่วไป เศษอาหาร รีไซเคิล และขยะอันตราย พร้อมจัดจุดแยกขยะทุกชั้นและติดป้ายสื่อสารสองภาษา ทำให้ผู้อยู่อาศัยคัดแยกได้สะดวกและให้ความร่วมมือมากขึ้น เศษอาหารถูกแยกส่งให้ กทม. นำไปจัดการต่อ ส่งผลให้ปริมาณขยะทั่วไปลดลง จากเดิมเฉลี่ย 16 ถุงต่อวัน เหลือ 11–12 ถุง ขณะที่ปริมาณวัสดุรีไซเคิลเพิ่มขึ้นและนำไปสร้างมูลค่าได้ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะของอาคารชัดเจน

การชักชวนชาวคอนโดแยกขยะ ผลักดันคอนโดต้นแบบไม่เพียงลดปริมาณขยะและสร้างระบบจัดการที่ถูกต้องยังส่งเสริมวิถีคนเมืองให้มีความรับผิดชอบและร่วมสร้างเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พท.-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ อดีตแกนนำร่วงระนาว

'เพื่อไทย-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ ตามรอยกรุงเทพฯ 'ธรรมนัส' แน่มาก มาเงียบๆ เจาะไป 4 เก้าอี้ เปิดชื่อแกนนำ อดีต สส.หลายสมัยร่วง 'ชลน่าน-สรวงศ์-ธีรรัตน์-ฉลาด-ครูมานิตย์'

นิด้าโพล 'น้ำเงิน' ชนะ 'ส้ม'  สส.มาอันดับหนึ่ง เข้าวินระบบเขต แต่แพ้ปาร์ตี้ลิสต์

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คาดการณ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2569 ‘น้ำเงิน’ ชนะ’ส้ม’ สส.เขต แต่แพ้ปาร์ตี้ลิสต์ ส่วน 'กทม.’ พรรคประชาชนกวาดหมด 33เก้าอี้  ‘ประชามติ’ ฟันเปรี้ยงเห็นชอบลอยลำ

โค้งสุดท้ายดุเดือด! ‘ภท.-ปชป.-พท.-ปชน.’ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนชิงพื้นที่กทม.

โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งสุดคึก! 4 พรรคใหญ่เปิดเวทีปราศรัยเมืองกรุง "ภท." ชูได้มืออาชีพพลิกโฉม ศก. ลั่นไม่ทำประชานิยมก่อหนี้ "อนุทิน" ถามจะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือกลัวเขมร

'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย

‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’

คนกรุงอ่วม! ส้มทั้งเมือง เช็กเลย 12 เขต ฝุ่นPM2.5สูงสุด

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.