6พิกัดตามรอย'ครูบาศรีวิชัย' สู่การเสนอชื่อบุคคลสำคัญของโลก

จากนักบุญแห่งล้านนาสู่บุคคลสำคัญที่โลกต้องจารึก จะพาไปตามรอยเส้นทางธรรมครูบาศรีวิชัย และสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องที่ท่านสร้างและบูรณะ กับเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จังหวัดลำพูน ที่จะทำให้คนไทยและคนทั่วโลกเคารพศรัทธาครูบาศรีวิชัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เปิดเส้นทางนี้ภายใต้กิจกรรม “ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา”  สอดรับกับจังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมชาวลำพูน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายจังหวัดในภาคเหนือ รวม 9 จังหวัด ร่วมกันเสนอชื่อ “ครูบาศรีวิชัย” ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อพิจารณายกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบชาตกาล 150 ปี ในปี พ.ศ. 2571 อันเป็นการยกระดับคุณูปการของท่านสู่เวทีนานาชาติ

“ครูบาศรีวิชัย” นักบุญแห่งล้านนา เป็นพระเถราจารย์ผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในภาคเหนือ ท่านได้จาริกเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในดินแดนล้านนา พร้อมทั้งริเริ่มก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ตลอดจนสาธารณประโยชน์หลายแห่ง ปัจจุบันกลายเป็นโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภาคเหนือ เป็นพิกัดให้ทุกคนได้ตามรอย โดยเฉพาะในลำพูน

สำหรับเส้นทางแสวงบุญ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” จ.ลำพูน ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนคุณธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ พระครูปลัดวินัย อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยนายโยธิน  ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นายธวัชชัย  อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน และประชาชนจังหวัดลำพูนเข้าร่วม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนได้เสนอ “เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา” เพื่อขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาของจังหวัดลำพูน และได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวในมิติทางศาสนา ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ได้แก่ 1.เส้นทางสักการะพระบรมธาตุ 2.เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ 3. เส้นทางตามรอยความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง และ 4.เส้นทางศาสนิกสัมพันธ์และอื่น ๆ

6 พิกัดบนเส้นทางแสวงบุญฯ จังหวัดลำพูน นายชัยพล กล่วว่า เป็นสถานที่สำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับครูบาศรีวิชัย ได้แก่  วัดบ้านปาง (วัดจ๋อมสะหรี่ทรายมูลบุญเรือง) วัดแห่งแรกที่ท่านเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 และเป็นสถานที่ที่ท่านมรณภาพ , วัดบ้านโฮ่งหลวง อุปสัมปทาสถานของครูบาศรีวิชัย ,วัดพระธาตุหริภุญชัย พระอารามหลวงอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุหริภุญชัย พระธาตุประจำปีเกิดปีระกา ภายในบรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวัดที่ครูบาศรีวิชัยมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์, สะพานศรีวิชัยอนุสรณ์ สะพานที่ท่านดำริสร้างเพื่อเชื่อมสองฝั่งลำน้ำปิง เมื่อปี พ.ศ. 2480 ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ปัจจุบันจังหวัดลำพูนได้จัดสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่าน , วัดจามเทวี (วัดกู่กุด) วัดเก่าแก่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี และเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพครูบาศรีวิชัย และวัดดอยติ สถานที่ที่ครูบาศรีวิชัยได้สร้างบันไดนาค วิหาร และอุโบสถ ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ครูบาศรีวิชัย และอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าวัด ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจ.ลำพูน

สำหรับโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (Quick Big Win) ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองรอง ด้วยการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ (UNSEEN THAI THAI) ส่งเสริม สร้างสรรค์ และผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นรายได้จริง  บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศาสนสถาน และเครือข่ายชุมชนผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวในมิติศาสนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ส่งเสริมยกระดับอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ทางเศรษฐกิจ แก่ประชาชน ชุมชน และประเทศ ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม

อธิบดี ศน. กล่าวด้วยว่า  เส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศาสนาเท่านั้น แต่เชื่อมโยงมิติแห่งศรัทธาประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนชาวล้านนาเข้าด้วยกัน จะเป็นต้นแบบนำพลังศรัทธามาสร้างคุณค่าและมูลค่าทางสังคม ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการธำรงรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นนำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางวัฒนธรรมของประเทศต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘นั่งคนเดียว..เหงานะ’

ช่วงเวลานี้..... ต้องขอใช้คำว่า คนไทย “ทุกข์ทั้งแผ่นดิน”! ทุกข์แรก เป็นทุกข์ที่.... “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

ดั่ง 'กฎกรรมรังแก'

“เพรงบุญ-เพรงกรรม แต่ปางบรรพ์" วานนี้ (๑๒ มิ.ย.๖๙) มาบรรจบ “สำนักพระราชวัง” มีแถลงการณ์ ว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” “สิ้นพระชนม์” ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗ ข่าวนี้ แม้เตรียมใจรับแล้ว แต่กระนั้น ก็ยังมิวาย เมื่อพลันมีประกาศ ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจปวงชน! ทูลกระหม่อมเอ๋ย ทูลกระหม่อมแก้วของปวงไทย พระองค์ทรงสว่างมา แล้วพระองค์ก็ทรงสว่างไป

‘ซุ่มรบ-แสร้งสงบ’

หมู่นี้..... ไม่รู้จีนเกิดพิศวาสไทยอะไรขึ้นมา? เพราะตั้งแต่ขนทั้งเครื่องบินรบ ทั้งเรือรบ ทั้งรถถัง มาให้เขมร

ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว

ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์

กล้าๆ หน่อย..ฮุน เซน

แหม.....! นายกฯ อนุทินไม่น่าไปบอกให้ “ไอ้เฒ่าสารพัดพิษเขมร” คิดให้ดีก่อนที่จะมารบกับไทยเล้ย! เมื่อวาน มันเลยออกมาโทษสื่อไทยว่า “ลงข่าวไม่มีมูลความจริง” ที่ว่า เขาจะใช้ ๒ ทาง คือ “สันติวิธี” หรือ "ทางทหาร" กับไทย