'เอลนีโญ'กลับมา ทำไทยร้อนจัด!

ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้นเดือนมีนาคมอุณหภูมิใกล้แตะ 40 องศาเซลเซียส กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ปีนี้จะร้อนกว่าปี 2568 เพราะแนวโน้มครึ่งปีหลังปรากฎการณ์เอลนีโญจะกลับมา ส่งผลทั้งร้อนและแล้ง เป็นสิ่งที่คนไทยต้องเผชิญพร้อมวางแผน ตั้งรับและสามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศ

ฤดูร้อนปี 69 จะร้อนตับแลบจนทุบสถิติหรือไม่ ไทยจะพบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศรุนแรงแค่ไหน  นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา  กล่าวว่า  คาดการณ์อากาศในเดือนมีนาคมนี้  ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน ภาคเหนือ ภาคอีสานบางส่วน รวมถึงภาคกลางบางส่วน ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็น แต่ช่วงสายและช่วงบ่ายอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงสุดที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  39.8 องศา เกือบแตะ 40 องศา ไทยเผชิญความแปรปรวนของสภาพอากาศ ปลายปีที่แล้วเป็นลานีญา ส่งผลให้ปริมาณฝนมาก จากนั้นเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง อากาศหนาวยาวนาน สภาพอากาศที่เย็นและแห้งสะสมต่อเนื่อง  เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้คนรู้สึกทำไมปีนี้ร้อนเร็ว ร้อนมาก  ต่างจากปีที่แล้วหนาวหมดช้า ฝนเข้ามาไว เพราะเป็นปีลานีญา แต่ขณะนี้ไทยจะพัฒนาสู่ปรากฎการณ์เอลนีโยกลางปีนี้ ประมาณมิถุนายน-กรกฎาคม  หากย้อนไป 5 – 10 ปี แนวโน้มอุณหภูมิจะสูงกว่าค่าปกติตลอด ยกเว้นปี 68 ที่อุณหภูมิต่ำกว่าค่าปกติ เพราะฝนเข้ามาหน้าร้อน

“ ต้นมีนาคมจนถึงกลางมีนาคมนี้มากสุดจะอยู่ที่ 40 องศา ภาคกลางหรือภาคเหนือตอนล่าง เพราะมีฝนมาช่วย แต่ปลายเดือนมีนาคมต่อเข้าเมษายน คาดการณ์ฝนจะน้อย อากาศจะร้อนจัด อุณหภูมิจะสูงถึง 42-43 องศา สูงกว่าค่าเฉลี่ย และสูงกว่าปีที่แล้ว 1 องศา ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ถือว่ามากในทางอุตุนิยมวิทยา   แต่ยังไม่ทำลายสถิติร้อนสูงสุดของประเทศไทย 44.6  องศา เมื่อปี 59 ที่ จ.แม่ฮ่องสอนและ จ.ตาก  กรุงเทพฯ จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นไป ส่วนภาคใต้ฝนจะเพิ่มขึ้นช่วงต้นเดือนและกลางเดือน ครึ่งเดือนหลังฝนจะลดลง   ปีนี้ช่วงต้นฤดูร้อนฝนจะน้อยกว่าปีที่แล้ว รวมถึงฝนต้นฤดูฝน  จะเผชิญภัยแล้งรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา หากมองไปข้างหน้าสภาพอากาศมีโอกาสสูงอยู่ในสถานะปรากฎการณ์เอลนีโญอ่อนๆ  คาดว่า ปี 70 จะร้อนกว่าเดิมอีกด้วย”  นายสุรพงษ์ กล่าว

ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งฤดูร้อนปี 69  ผอ.กองพยากรณ์ กล่าวว่า  อุณหภูมิเฉลี่ยประเทศไทยตอนบน 36-37%  ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 35.4 องศา จะเห็นว่าสูงกว่าค่าปกติมาก ประมาณ 1.5 องศา และสูงกว่าปีที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ย 35.8  องศา  นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 42-43 องศา  และอากาศจะร้อนที่สุดเดือนเมษายนต่อพฤษภาคม  ช่วงนี้นอกเขตชลประทานประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมถึงภาคใต้แล้ง   ความร้อนสะสม ความแห้งแล้งสะสม การใช้น้ำเพิ่มขึ้น การระเหยของน้ำในธรรมชาติเพิ่มขึ้น ปัญหาแล้งจะชัดขึ้น

นักอุตุนิยมวิทยาย้ำชัดโลกเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน ระบุปีนี้ไทยอากาศหนาวนานผิดปกติ แต่ขั้วโลกหนาวน้อย และมีลักษณะ  Polar Vortex เป็นกระแสลมวนขั้วโลก ผลจากภาวะโลกร้อนไปทำลายวัฏจักร  จากความผันแปรอุณหภูมิโลก อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง การผันผวนของฤดูกาล และสภาวะอากาศสุดขั้ว Rain Bomb ฝนตกหนัก ตกแช่ ทั้งหมดนี้เกิดจากภาวะโลกรวน  ตอนนี้ประเทศโซนยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนนานและฝนตกนอกฤดูมากขึ้น  หรือฮ่องกงพบกับฤดูหนาวที่ร้อนที่สุด จำนวนวันที่อากาศหนาวลดลง

“ สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก สะท้อนสัญญาณการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความชัดเจนและส่งผลกระทบต่อโลก โดยเฉพาะไทยที่มีความเสี่ยงสูงต่อสภาพอากาศสุดขั้ว  เดิม 5 ปี 10 ปี เกิดขึ้น แต่ปัจจุบันเกิดปีเว้นปี ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว บวกกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและนิเวศทางทะเล อย่างอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นรวดเร็วจะส่งผลกระทบเกิดปะการังฟอกขาว ทำให้ปะการังตาย  ส่งผลต่อระบบนิเวศใต้ทะเล  สูญเสียทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว“ นายสุรพงษ์ กล่าว

ส่วนที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนว่า ฤดูร้อนปี 2569 ในอาเซียนรวมถึงไทย ค่าดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลตจะอยู่ในระดับสูงจัดถึงอันตรายอย่างยิ่ง แตะ 11–12+ ตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก  นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปกติประเทศเขตร้อนค่ารังสี UV จะอยู่ระดับ 10+ ขึ้นไป  คนเขตร้อนคุ้นชิน   แต่เสี่ยงมะเร็งผิวหนังระยะยาว ขณะที่ชาวต่างประเทศจะได้รับผลกระทบไว รังสีที่รุนแรงทำให้ผิวไหม้ กระทบกับสายตาและการมองเห็น  และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ควรปกป้องสุขภาพและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงหลัง 10.00 น. ที่รังสี UV จัด ควรใช้ครีมกันแดดเอสพีเอฟ 30 ขึ้นไป สวมเสื้อผ้าปกปิด และดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงฮีทสโตรก ปีนี้อากาศร้อนกว่าค่าเฉลี่ยมาก เตือนให้ระวังรังสี UV ด้วย

ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทยได้ออกมาระบุว่า ประเทศแถบอาเซียนประสบอากาศร้อนในช่วงนี้  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาโลกคาดการณ์ว่าปี 2026 ประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลกจะได้รับผลกระทบ ปีนี้เป็น 1 ใน 4 ปีของปีที่มีอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี

ส่วนสาเหตุหลักของอากาศร้อนจัดในเอเชียช่วงฤดูร้อนปี 2026 ปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอุ่นตัวที่รวดเร็วของผิวดินโดยในภูมิภาคเอเชียจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบ 2 เท่า เนื่องจากมีพื้นที่แผ่นดินขนาดใหญ่ซึ่งเก็บความร้อนได้ดีกว่าในมหาสมุทรและทะเล  การละลายของน้ำแข็งในทวีปอาร์ก ติกขั้วโลก ซึ่งการลดลงของน้ำแข็งในทะเลแบเรนต์ส (Barents Sea) ส่งผลกระทบต่อทิศทางของกระแสลมกรด (Jet Stream)ที่พัดจากจากซีกโลกตะวันตกไปยังโลกตะวันออกนำพาอากาศที่ร้อนและแห้งจากทะเลทรายมายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งทำให้เกิดคลื่นความร้อนในเอเชียบ่อยขึ้นและรุน แรงขึ้น

“ การเปลี่ยนผ่านของภาวะลานีญา โดยในช่วงต้นปี 2569  ปรากฏการณ์ลีญาเริ่มอ่อนกำลังลงและเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง (Neutral) ส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงต่ำกว่าปกติประมาณ 30-40% ในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือของไทย ทำให้เกิดความร้อนสะสมได้มาก   การก่อตัวของเอลนีโญมีการคาดการณ์ว่าอาจจะกลับมาเต็มตัวในช่วงกลางปีนี้ประมาณเดือนกรกฎาคม  ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งและจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นักวิชาการระบุถึงปัจจัยระดับภูมิภาคและท้องถิ่นอิทธิพลของหย่อมของความกดอากาศต่ำในประเทศ โดยหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อน (Heat Low) จากดวงอาทิตย์เข้ามาปกคลุมพื้น ที่แผ่นดินทำให้อากาศนิ่งและระบายความร้อนออกได้ยาก  ปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง  ในมหานครใหญ่อย่างกรุงโซล โตเกียว ปักกิ่ง เดลี และกรุงเทพฯ มีโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นคอนกรีตและการระบายความร้อนจากเครื่องปรับอากาศ ทำให้อุณหภูมิในเมืองสูงกว่าพื้นที่รอบนอกประมาณ 2°C ถึง 7°C

ความชื้นสัมพัทธ์สูงโดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีความชื้นพัดมาจากทะเลอันดามันและจากมหาสมุทรแปซิฟิคเข้ามาบนแผ่นดินเมื่อรวมกับความร้อนจากที่อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้อัตราการระเหยและการระบายของเหงื่อลดลง ส่งผลให้ดัชนีความร้อนหรืออุณหภูมิที่รู้สึกจริงพุ่งสูงกว่า 50 องศา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะเกิดโรคเพลียแดด ตะคริวและฮีทสโตรกมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้พายุฤดูร้อนมาแล้ว สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว

นักวิชาการชี้สัญญาณพทายุฤดูร้อนก่อนเกิด คืออากาศจะร้อนอบ อ้าว ลมสงบนิ่ง ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆก่อตัวหนาแน่นเป็นสีเทาเข้มอย่างรวดเร็ว

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยง 'โรคลมแดด-ฮีทสโตก' ได้ง่าย

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตกได้ง่าย

'ดร.ธรณ์' ชวนดู กราฟสภาพภูมิอากาศ เตือน มิ.ย.-ก.ค. ไทยจะเผชิญ 'เอลนีโญ'

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความว่า รู้ดีว่าเพื่อนธรณ์อาจไม่ชอบกราฟ แต่ดูไว้หน่อยก็ดีนะ เพราะมันเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของปีนี้ที่เราจะเผชิญ

หาดใหญ่ระทม 'ดร.สนธิ' แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างไร

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า บริหารจัดการอย่างไร? ทำให้หาดใหญ่ระทม..

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม แนะการแสดงออกของผู้นำในภาวะวิกฤติ ทำอย่างไรได้ใจประชาชน

นายกรัฐมนตรีของไทยลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนถูกน้ำท่วมใหญ่ที่ อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวขอโทษประ ชาชนที่ผิดพลาดจะเร่งฟื้นฟูใหม่โดยเร็ว