
จากกรณีปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเลในพื้นที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ของบริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ของเสียสีดำขยายเป็นวงกว้างในทะเล และกลายเป็นต้นเหตุให้น้ำทะเลสกปรก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รวมถึงภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีคำถามสำคัญถึงปัญหาลักษณะนี้จะจัดการป้องกันอย่างไรก่อนเกิดเหตุที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะจักการตามาตรการทางกฎหมายอย่างไร
ความคืบหน้ากรณีการปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงสู่ชายหาดพัทยา และการดำเนินคดีบริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้มอบหมายกองกฎหมาย และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งความร้องทุกข์/กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาในฐานความผิด เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ดังนี้

(1) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม บริเวณพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งกำหนดข้อห้ามปล่อยทิ้งของเสียหรือมลพิษลงสู่แหล่งน้ำหรือทะเล เว้นแต่ได้ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 44, 45 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
(2) การทิ้ง เท หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้สิ่งปฏิกูลลงในทะเลภายในน่านน้ำไทย อันเป็นเหตุให้เกิดการตกตะกอนหรือสกปรก โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 เพิ่มเติม ในประเด็นเกี่ยวกับผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยผู้ก่อเหตุได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่ง คพ.ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้ก่อเหตุรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
ขณะที่กรมประมงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพิ่มเติมในฐานความผิด ปล่อย เท ทิ้ง ระบาย หรือทำให้สิ่งใดลงสู่ที่จับสัตว์น้ำในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ และทำให้ที่จับสัตว์น้ำเกิดมลพิษในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำ มีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 500,000 บาท ตามมาตรา 58 (3) และ (4) ประกอบกับมาตรา 140 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และจะได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 และกองกฎหมาย ยังต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อนำไปสู่การชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทะเลไทย

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เร่งติดตามตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดกับ บริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการฯ ซึ่งปล่อยน้ำสีดำจำนวนมากลงสู่ทะเลบริเวณ ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา โดยเป็นน้ำเสียสะสมในระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน คนงานได้สูบน้ำดังกล่าวระบายลงทะเลโดยตรง การกระทำดังกล่าวปรากฏหลักฐานว่า มีบุคคลลักลอบปล่อยทิ้งสิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน เมืองพัทยา พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง กองกฎหมายของ คพ. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานลักลอบปล่อยทิ้ง สิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสีย ลงสู่ทะเล บริเวณหาดจอมเทียน ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายอร้ายแรง โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
“ จากการติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ในพารามิเตอร์พื้นฐานคุณภาพน้ำอยู่ในช่วงปกติ ส่วนพารามิเตอร์อื่นๆ ได้แก่ กลุ่มแบคทีเรีย ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน สารอาหาร รวมทั้งโลหะหนัก กำลังรอผลจากห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ คพ. และ ทช.จะติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การกระทำดังกล่าวทำให้ทรัพยากรธรรมชาติหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้รับความเสียหาย ผู้กระทำผิดมีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 “ นายสุรินทร์ กล่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า คลิปปล่อยน้ำเสียทำทะเลเป็นสีดำที่เผยแพร่ในโซเชียลมาจากฝรั่งต่างชาติที่ทนไม่ได้ แชร์คลิปรถบรรทุกเทน้ำเสียสีดำลงบ่อพักน้ำบนหาดจอมเทียน เมืองพัทยา ซึ่งถูกได้ประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยมีน้ำเสียสีดำทะลักไหลลงทะเล การดำเนินการดังกล่าวทำในโครงการ “ปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน” ซึ่งโครงการอยู่ระหว่างการวางระบบท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝนและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ ต้องจัดการด้วยบทลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ.2535(ฉบับที่14) ถือเป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการกระทำในทะเลโดยตรง บทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการขจัดมลพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วน พ.ร.บ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ2535 เน้นการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากบนบกที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ดร.สนธิ กล่าวด้วยว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียนมีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยว ภายใต้นโยบาย Neo Pattaya โดยวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ยาวกว่า 3,528 เมตร เพื่อรวบรวมน้ำจากพื้นที่สูงและระบายลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็วโดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ โค้งดงตาลไปจนถึงแยกถนนชัยพฤกษ์ ระยะทางรวมประมาณ 3.5-3.7กม.โดยเจ้าของโครงการ คือ เมืองพัทยา ส่วนผู้ก่อสร้าง คือ บริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด จากเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องมีมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงการฯ ดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากขึ้น
ดร.สนธิ แสดงทัศนะถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมของไทยไปไม่ถึงระบบสากล มีการร้องเรียนกันทุกหย่อมหญ้า จุดอ่อนของการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่ผ่านมามาจากประเทศไทยมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั้งด้านมลพิษและทรัพยากรธรรมชาติหลายฉบับกระจายไปใน 13 กระทรวงแยกส่วนกันและไม่เคยนำมาบูรณาการร่วมกัน. ต่างคนต่างใช้ ต่างคนต่างทำ เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนเป้าหมาย ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายที่ยังหย่อนยานและขาดประสิทธิภาพจนทำให้ขาดความเชื่อถือจากประชาชน
“ ระบบการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ยังอ่อนแอ ถ้าประชาชนไม่ร้องเรียนให้เป็นประเด็นสาธาร ณะ เนื่องมาจากเดือดร้อนจากการพัฒนาโครงการของรัฐหรือเอกชนแล้ว ส่วนใหญ่หน่วยงานรัฐก็จะไม่รู้หรือรู้ก็ไม่ค่อยใส่ใจ อีกทั้งการสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนไม่ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่นิยมจัดเป็นครั้งคราวหรือจัดอีเว้นท์เป็นครั้งคราวแล้วก็เลิกลาไป รวมถึงการยกย่องผู้ประกอบการที่ทำเพื่อสังคมและชุมชนยังมีน้อยเกินไป อย่างมากให้ราง วัลยกย่อง แต่การที่จะส่งเสริมแบบมี Impact สูงยังไม่ค่อยมี เช่น การนำไปใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีหรือให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจ เป็นต้น ทุกวันนี้จึงเกิดการทำโชว์ภาครัฐมากกว่าการทำให้เกิดความยั่งยืน
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมยังเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุล โดยหน่วยงานอนุญาตจะมีหน้าที่ในการส่งเสริมและดูแลโครงการให้ปฎิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมย่างดีที่สุด แต่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมจะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบและลงโทษแทนกรณีที่โครงการทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น US. EPA ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
นอกจากนี้ กำหนดให้โครงการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องทำประกันภัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทรับประกันภัยจะไปทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน กำหนดให้ทุกโครงการที่ปล่อยมลพิษต้องได้รับใบอนุญาตการปลดปล่อยมลพิษ โดยจะมีการกำหนดว่าแต่ละโครงการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ กี่ตันต่อปีหรือ กี่กิโลกรัมต่อวันในพื้นที่นั้น หากปล่อยออกมาเกินค่าที่กำหนดจะต้องจ่ายเงินค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด ภาครัฐจะต้องสร้างระบบเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละชุมชน ข้อมูลสารเคมี และการปลดปล่อยมลพิษของโครงการพัฒนาต้องเปิดเผยได้ ไทยต้องผลักดันออกกฎหมายระบบ PRTR
ดร.สนธิย้ำว่าเป้าหมายการจัดการสิ่งแวดล้อมของภาครัฐต้องชัดเจนประกาศแล้วต้องทำจริง เช่น กำหนดเวลาในการงดใช้พลังงานสกปรก การเริ่มใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดโลกร้อน เป็นต้น มีนโยบายและแผนรองรับชัดเจนถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ตามแต่เป้าหมายต้องไม่เปลี่ยน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน
GGCเผยQ2/69ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องกำไรสุทธิ 351 ล้านบาท
GGC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ชูกลยุทธ์การจัดการที่เป็นเลิศ หนุนผลประกอบการครึ่งปีแรกโตแกร่งพร้อมเดินหน้าสู่ผู้นำความยั่งยืนระดับโลก
QTC โชว์ฟอร์ม Q2/69 เทิร์นอะราวด์ลั่นเดินหน้าลุยพลังงานสะอาด
QTC โชว์ฟอร์ม Q2/69 เทิร์นอะราวด์ ประกาศเดินหน้าลุย พลังงานสะอาด ส่งซิกครึ่งปีหลังสัญญาณบวก ชี้มาตรการรัฐ และกระแส Prosumer ดันดีมานด์พุ่ง
SMART เผย Q2/69 กำไรสุทธิ โต 124%อานิสงส์อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์บูม
SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 รายได้รวม 101.94 ล้านบาทกำไร เติบโต 124% รับอานิสงส์การเร่งลงทุนภาคเอกชนใน EEC กลุ่มโรงงาน คลังสินค้า Data Centeบูม
‘โปรดอ่านก่อนด่า’
ขอเปลืองหน้ากระดาษด้วย “เรื่องไม่เป็นเรื่อง” ซักวัน คือวันก่อน “ต่อตระกูล ยมนาค” โพสต์เฟซว่า
🔴 LIVE สัมภาษณ์พิเศษ ดร.เลอพงษ์ .เบื้องลับสงครามโหด .อิหร่านจะไม่แพ้.. .ระเบียบโลกใหม่ในตะวันออกกลาง…. | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569

