
เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่กับงาน“สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 (54th National Book Fair & Bangkok International Book Fair 2026)” บนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” ชวนคนไทยทุกวัยร่วมสร้างตำนานการอ่านหน้าใหม่ รวมหนังสือดีโดนใจกว่า 10 ล้านเล่ม ในราคาพิเศษ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอด 12 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. จัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนังสือของภูมิภาค
งานหนังสือแห่งชาติครั้งนี้มีสำนักพิมพ์และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรวม 362 ราย จำนวน 1,028 บูท พร้อมผู้ประกอบการและนักเขียนไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 บริษัท จาก 24 ประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ตุรกี เวียดนาม จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานภายใต้แนวคิด “Read The Legend” ในปีนี้ มุ่งสะท้อนพลังของตำนาน ในฐานะเรื่องจริงที่ส่งต่อผ่านกาลเวลา ทั้งจากหนังสือและบุคคลสำคัญที่กลับมาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจอีกครั้ง โดยเฉพาะการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่และ Gen Z ร่วมอัปเลเวลไลฟ์สไตล์การอ่านไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญมีการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ระหว่างวันที่ 27–28 มีนาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมฯ และการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF มีผู้เข้าร่วม 163 บริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นไทย 83 ราย และต่างชาติ 80 ราย ตั้งเป้าจับคู่เจรจาการค้ามากกว่า 300 คู่ คาดสร้างรายได้จากการซื้อขายลิขสิทธิ์กว่า 90 ล้านบาท พร้อมกิจกรรมเสวนาด้านลิขสิทธิ์ การนำเสนอผลงานคอนเทนต์ไทยสู่สื่ออื่น (Pitching Session) และกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานแบ่งโซนหนังสือออกเป็น 8 โซน ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้อ่าน ได้แก่ โซนนิยายและวรรณกรรม โซนการ์ตูนและวัยรุ่น โซนหนังสือทั่วไป โซนหนังสือเก่า โซนหนังสือเด็กและการศึกษา โซนหนังสือต่างประเทศ โซน Non-book และบอร์ดเกม รวมถึงโซนใหม่ Boy’s Love/Girl’s Love ที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบรับกระแสความนิยมของผู้อ่านยุคใหม่
นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยนิทรรศการและกิจกรรมกว่า 100 รายการ อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผู้ทรงเป็น“ครูคนแรก” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการจากวิถีแห่งศรัทธา สู่ภูมิปัญญาของยุคสมัย และโครงการประกวดหนังสือระดับชาติ “รางวัลจรัสแสง: มนุษยภาพและสังคมศาสตร์”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ นิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” เปิดประสบการณ์การอ่านแบบ Immersive พร้อมเวทีเสวนาใกล้ชิดกับนักเขียนระดับตำนานและนักเขียนชื่อดัง ถ่ายทอดเบื้องหลังงานเขียนอย่างลึกซึ้ง
สีสันพิเศษของปีนี้อยู่ที่ความร่วมมือ “PUBAT X คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” หุ่นมือในตำนานที่กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง ผ่านการแสดงเต็มรูปแบบ เวิร์กชอปทำหุ่นมือ การพากย์เสียง และโซนสินค้าที่ระลึก ช่วยเชื่อมโยงความทรงจำของคนทุกวัย และดึงดูดกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของการอ่าน
พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลาย อาทิ Y Book Journey : ย้อนรอยตำนานวายจากไทยสู่ต่างประเทศ นิทรรศการ “ครีเอตไทยวิถี” นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 นิทรรศการ “เล่มนี้ที่โลก READ” และกิจกรรมเวที Global Author Spotlight

นายณัฐกรกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วงเดียวกับการจัดงานปีนี้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเข้าร่วมงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า MRT ซึ่งสามารถเดินทางถึงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้โดยตรง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน และสนับสนุนการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และประหยัด

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีบริการจัดส่งหนังสือถึงบ้านผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อสามารถเลือกหนังสือได้จำนวนมากโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขนย้าย อีกทั้งยังช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลสนับสนุนการประหยัดพลังงาน และสอดคล้องกับแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและความคุ้มค่าในการใช้จ่าย

นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เชื่อว่า ปัจจัยด้านการเดินทางที่เข้าถึงง่าย บริการขนส่งหนังสือแบบครบวงจร และกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในระดับนานาชาติ จะช่วยรักษาบรรยากาศการจับจ่ายภายในงานให้คึกคักต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในฐานะหนึ่งในกิจกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ของประเทศ ที่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการอ่านและขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงภาวะต้นทุนพลังงานผันผวนก็ตาม
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Thai Book Fair.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ หารือ IMF ยันความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมธนาคารโลก
นายกฯ หารือ IMF ยืนยันความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank บอกหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าสานความร่วมมือได้อย่างเต็มที่
การเคหะแห่งชาติจัดโปรโมชั่นส่วนลดบ้านทำเลดีทั่วประเทศ
งาน 'มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48' ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

