รพ.จุฬาฯ ชูเทคโนโลยี SGRT รักษามะเร็งเต้านม แม่นยำ ไร้เส้นบนผิว

ห้องปฏิบัติการรักษาด้วยเทคโนโลยี SGRT

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก้าวล้ำอีกขั้นของการรักษามะเร็งเต้านม ด้วยการนำเทคโนโลยี Surface-Guided Radiotherapy (SGRT) มาใช้กำหนดตำแหน่งการฉายรังสีโดยไม่ต้องขีดเส้นหมึกบนผิวหนัง นับเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ประยุกต์ใช้ระบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ควบคู่กับการลดผลกระทบด้านจิตใจและภาพลักษณ์ของผู้ป่วย

นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนการผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ ที่ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่การกำหนดตำแหน่งฉายรังสีต้องอาศัยการทำเครื่องหมายบนผิวหนัง ปัจจุบันสามารถใช้การจับภาพพื้นผิวร่างกายเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การฉายรังสีเป็นไปอย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง และทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจตลอดระยะเวลาการรักษา

ความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับคุณภาพการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของโรงพยาบาลในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ที่พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และต่อยอดนวัตกรรมสู่ระดับสากล เพื่อสร้างความหวังใหม่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยในอนาคต

รศ.พญ.กิตต์วดี ศักดิ์ศรชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉายรังสีมะเร็งเต้านม หน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา กล่าวว่า  สำหรับแนวโน้มของโรคมะเร็งเต้านม ปัจจุบันพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการที่เทคโนโลยีการคัดกรองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งส่งผลดีต่อโอกาสในการรักษาให้หายขาดการฉายรังสีแบบเดิมเพื่อรักษามะเร็งเต้านม จำเป็นต้องมีการขีดเส้นบนผิวหนังผู้ป่วย หรือที่ผู้ป่วยมักเรียกกันว่า การตีเส้น ซึ่งเส้นดังกล่าวใช้เป็นจุดอ้างอิงในการจัดตำแหน่งก่อนการฉายรังสีในแต่ละครั้ง

ระบบเทคโนโลยี SGRT ในการตรวจจับร่างกายผู้ป่วยที่แม่นยำ 

“โดยทั่วไปการฉายรังสีจะใช้ระยะเวลาต่อเนื่องค่อนข้างนาน บางรายอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หรือบางรายอาจนานถึง 2 เดือน  เนื่องจากการฉายรังสีจะทำเกือบทุกวัน คือสัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผู้ป่วยจึงต้องรักษาเส้นไว้ให้คงอยู่ในทุกวันที่เข้ารับการรักษา หากเส้นเริ่มเลือนหรือจางลง เจ้าหน้าที่จะต้องขีดเส้นเพิ่มเติมให้ใหม่ ผู้ป่วยจึงต้องระมัดระวังอย่างมากไม่ให้เส้นหาย เพราะหากเส้นหายไป อาจต้องเริ่มกระบวนการจัดตำแหน่งใหม่ทั้งหมด” รศ.พญ.กิตต์วดี กล่าว

รศ.พญ.กิตต์วดี กล่าวต่อว่า  จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งมาเป็นระยะเวลานาน พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากประสบปัญหาและความไม่สะดวกจากการขีดเส้น ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้หมึกจนเกิดแผล การที่หมึกซึมเปื้อนเสื้อผ้า รวมถึงความกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ การใช้สบู่หรือครีมบำรุงผิว และผู้ป่วยมักต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมเหล่านี้จนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา ซึ่งรอยขีดเส้นบางครั้งอาจมองเห็นได้ชัดเจน ทำให้ผู้อื่นสังเกตเห็นและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทีมแพทย์รับทราบมาโดยตลอด

รศ.พญ.กิตต์วดี กล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยี SGRT  จากการได้ศึกษาข้อมูลจากต่างประเทศ พบว่ามีการพัฒนาเทคโนโลยีการฉายรังสีแบบไม่ต้องขีดเส้นมากขึ้น จึงเกิดความสนใจว่าระบบดังกล่าว จึงได้หารือร่วมกับทีมงานทั้งแพทย์ นักฟิสิกส์การแพทย์ และเจ้าหน้าที่ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี SGRT  ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้พัฒนาเทคโนโลยี SGRT จนสามารถนำมาใช้ได้จริงกับผู้ป่วย โดยไม่ต้องมีการขีดเส้นบนผิวหนัง และยังคงรักษามาตรฐานความแม่นยำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือ นวัตกรรมนี้ไม่ได้เกิดจากการลงทุนใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น โดยผลตอบรับที่ได้รับถือว่าดีมาก ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องมีข้อจำกัดหรือความกังวลเหมือนในอดีต ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้ง่ายขึ้น และทีมงานเองก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกันพัฒนาสิ่งนี้ขึ้นมา

รศ.พญ.กิตต์วดี ศักดิ์ศรชัย-พันทิวา อุณห์ศิริ

ในด้านความปลอดภัย รศ.พญ.กิตต์วดี กล่าวว่า เทคโนโลยีการใช้กล้องแทนการขีดเส้นนี้ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือผลข้างเคียงเพิ่มเติม ผู้ป่วยเพียงนอนในตำแหน่งที่กำหนด และระบบจะทำการจับภาพเพื่อใช้ในการรักษา ซึ่งช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการใช้หมึกขีดเส้นได้อย่างชัดเจน และส่งผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ปัจจุบันเทคนิคนี้ถูกนำมาใช้หลัก ๆ ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาอยูในรพ.จุฬาฯ 100% และมีแผนจะขยายไปสู่การรักษามะเร็งชนิดอื่นในอนาคต ในด้านค่าใช้จ่าย การรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิการรักษาตามระบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ

“อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวดและความทรมานจากการรักษา ไม่ว่าจะเป็นยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี ดังนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเจ็บปวดและความไม่สะดวก จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความกลัว และทำให้ผู้ป่วยกล้าเข้ารับการรักษามากยิ่งขึ้น” รศ.พญ.กิตต์วดี กล่าว

พันทิวา อุณห์ศิริ นักรังสีการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ปฏิบัติงานด้านฟิสิกส์การแพทย์ อธิบายว่า SGRT ทำงานภายใต้ระบบภาพนำวิถี (Image-guided radiotherapy: IGRT) โดยใช้ลำแสงสร้างภาพผิวหนังผู้ป่วยแบบ 3 มิติเรียลไทม์ โดยไม่เพิ่มปริมาณรังสีให้ผู้ป่วย ระบบสามารถเปรียบเทียบตำแหน่งผู้ป่วยกับภาพอ้างอิงได้ตลอดเวลาผู้ป่วยสามารถทาครีมบำรุงผิวได้ตั้งแต่วันแรก ลดการระคายเคืองและอาการไหม้ของผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงติดตามการหายใจและหยุดฉายรังสีอัตโนมัติทันทีเมื่อพบการเคลื่อนไหวเกินค่าที่กำหนด ก่อนการรักษายังมีการเอกซเรย์ตรวจยืนยันตำแหน่งซ้ำ เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด  

การรักษาด้วยวิธีการตีเส้นแบบเดิม  

นิดาวัลย์ เมธีอัครกุล ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยี SGRT เล่าว่า ก่อนเข้ารับการฉายรังสี ยอมรับว่ามีความกังวลหลายเรื่อง เพราะจะต้องระมัดระวังไม่ให้เส้นเลือนหรือหายไป เพราะหากเส้นหาย อาจไม่สามารถฉายรังสีต่อได้ และต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาการรักษายิ่งยาวนานขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งความกังวลสำคัญก่อนเริ่มการรักษา และมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ต้องระวังเวลาอาบน้ำ ไม่ให้เส้นโดนน้ำมากจนเลือนหาย ไม่สามารถดูแลผิวได้ตามปกติ ทั้งการทาโลชั่นหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และการฉายรังสีก็อาจทำให้ผิวแห้งอยู่แล้ว รวมถึงความกังวลเรื่องเหงื่อ เพราะหากเหงื่อออกมากก็อาจส่งผลต่อเส้นที่ขีดไว้

นิดาวัลย์ เล่าต่อว่า เมื่อได้เข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยี SGRT เจ้าหน้าที่ได้จัดท่าทางและอุปกรณ์สำหรับการนอนฉายรังสีอย่างเหมาะสม ตอนแรกคิดว่าจะต้องมีการขีดเส้นบนผิวหนังตามขั้นตอนเดิม แต่ปรากฏว่าเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องขีดเส้น  หลังจากได้รับการอธิบายและเริ่มการรักษาจริง ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การดูแลผิว หรือการออกกำลังกาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นบนผิวหนัง ทำให้รู้สึกทั้งสบายกายและสบายใจมากขึ้นอย่างชัดเจน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอยง' ไขข้อโต้แย้ง 'วัคซีนไข้หวัดใหญ่' กับ Hippocratic Oath

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อโต้แย้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ กับ Hippocratic Oath

เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ส่งอุปทูตเป็นผู้แทนเชิญแจกันดอกไม้ พระราชทานกำลังใจถวายพระองค์ภา

ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีคณะบุคคลสำคัญ ภาครัฐเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างพร้อมใจกันไปลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร

'ม.ล.สราลี' ถวายพระพร 'พระองค์ภา' ประชาชน หน่วยงาน ชุมชนหลั่งไหลร่วมลงนาม

ที่ชั้น1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีคณะบุคคลหน่วยงานภาครัฐเอกชนและประชาชนทั่วไป ได้นำแจกันดอกไม้มาถวายที่หน้าพระรูปพร้อมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

ฝีดาษลิงทิพย์! หมอโรคอุบัติใหม่ เผยยังไม่มีการยืนยันผู้ป่วยตอนนี้ แค่ระบาดในโซเชียล

ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ฝีดาษลิงทิพย์ กำลังระบาดในโซเชี่ยล สรุปยังไม่มี confirmed case ตอนนี้นะครับ