“ปลัดมหาดไทย” เผย ผู้ว่าฯ 3 จังหวัดภาคเหนือ ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติฉุกเฉินไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก 3 จังหวัด 17 อำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ ตามข้อสั่งการนายกฯ
4 เมษายน 2569 - นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ใช้กลไกตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินมาตรการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการสาธารณภัย ทั้งไฟป่า หมอกควัน และภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นไปอย่างมีเอกภาพ สอดคล้องตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้รับทราบรายงานข้อมูลการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณี ไฟป่า หมอกควัน และกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 3 จังหวัด ได้แก่
1. จังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า รวม 7 อำเภอ 40 ตำบล 338 หมู่บ้าน 27 ชุมชน ได้แก่ อำเภอฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด เชียงดาว แม่วาง แม่แตง และอำเภอแม่ริม
2. จังหวัดลำพูน ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จำนวน 1 อำเภอ คือ อำเภอลี้ รวม 8 ตำบล 99 หมู่บ้าน
และ 3. จังหวัดพะเยา ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ ภูซาง และอำเภอภูกามยาว
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารจัดการและใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 และงบประมาณอื่น ๆ เพื่อบริหารสถานการณ์ และเยียวยาความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีเอกภาพ
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้นำพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน สามารถบูรณาการสรรพกำลังทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที และทำให้การแก้ไขปัญหาบรรลุผลสัมฤทธิ์ในระดับพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยยังคงติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง และให้การสนับสนุนบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารจัดการและแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลัด มท. แจ้ง 76 จังหวัด เชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมเฉลิมพระเกียรติ 'พระบรมราชินี' ครบ 4 รอบ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4
ไทย-เมียนมา บูรณาการแพลตฟอร์ม-แชร์บิ๊กดาต้า สกัดหมอกควันข้ามแดนยั่งยืน
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นประธานในพิธีเปิดและเข้าร่วมการประชุม
นักวิจัย มช. ถอดรหัสฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือย้อนหลัง 10 ปี ด้วย Machine Learning
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะผู้วิจัยจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช. พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง
อดีตอธิบดี สถ. เอาคืนบ้าง! เตรียมฟ้อง 'ภูมิธรรม-ปลัดมหาดไทย' โยกย้ายไม่ชอบกฎหมาย
“นฤชา” เอาด้วยกับ “ไชยวัฒน์” เดินหน้าขอเล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง “ภูมิธรรม-ปลัด มท.” เพื่อคืนความเป็นธรรมหลัง ก.พ.ค. ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย้ำเป็นบรรทัดฐานให้ข้าราชการผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายต้องพึงสังวร
เขมรตกใจ! 'มท.2' จุดบั้งไฟสิบล้าน บวงสรวงเจ้าพ่อศรีนครเตาฯ
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุรีย์ ธัมมาตร สส.สุรินทร์ เขต 4
นักวิชาการชี้ 'อนุทิน' เล่นเป็น!!! ใช้การทูตไม่เป็นทางการ ผนวก แลนด์บริดจ์ ดันไทยเนื้อหอม ท่ามกลางโลกผันผวน
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และ นายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์

