
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบโลจิสติกส์ถือเป็นกลไกสำคัญ ในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ในธุรกิจบางประเภท โลจิสติกส์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและล้มเหลวในการดำเนินงาน ถ้ากิจการใดสามารถให้บริการตอบโจทย์ด้วยความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความยืดหยุ่น ก็จะเป็นอาวุธเอาชนะคู่แข่งได้อยู่หมัด แต่ในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ให้บริการโลจิสติกส์ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
ภายใต้บริบทดังกล่าว ทำให้เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทยผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 7 ของการดำเนินธุรกิจ ยังคงมุ่งเน้นลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน พร้อมกับพัฒนาการบริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัลมาใช้ เพื่อยกระดับบริการแบบครบวงจร เชื่อมต่อการขนส่งในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
ล่าสุด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ได้เปิดบ้านพาชม ระบบคัดแยกพัสดุอัตโนมัติ (Automated Sorting System) ที่สาขานำจ่ายพัสดุวังทองหลาง กทม. และศูนย์คัดแยกพัสดุสมุทรปราการ เพิ่มความรวดเร็วในการจัดการพัสดุ ลดความผิดพลาดจากแรงงานคน และเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเหล่านี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และทำให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สำหรับระบบคัดแยกพัสดุอัตโนมัติ เป็นระบบสายพานผสานเทคโนโลยี AI และกล้องตรวจจับอัตโนมัติในการระบุรหัสปลายทาง พร้อมคัดแยกพัสดุลงในช่องที่รองรับได้สูงสุดถึง 60 ช่อง ช่วยให้การจัดเรียงเป็นระบบมากขึ้น ลดข้อผิดพลาด และประหยัดเวลาในการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน ระบบยังสามารถบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริหารติดตาม วิเคราะห์ และวางแผนการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Winni Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยผู้ให้บริการโลจิสติกส์ได้ปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
Winni กล่าวต่อว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยได้พัฒนาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งพัสดุ การบริหารจัดการคลังสินค้า การขนส่งระหว่างประเทศ ไปจนถึงบริการจัดส่งถึงปลายทาง (Last-mile delivery) โดยมีการสร้างเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการขยายไปยังต่างประเทศในหลายภูมิภาค ทำให้สามารถรองรับปริมาณพัสดุจำนวนมหาศาล และเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับตลาดในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้เพิ่มการลงทุนทั้งในด้านขนาดการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันศูนย์คัดแยกพัสดุในประเทศไทยมีพื้นที่รวมมากกว่า 450,000 ตารางเมตร โดยมีความสามารถในการคัดแยกพัสดุต่อวันมากกว่า 20 ล้านชิ้น บุคลากรรวมกว่า 80,000 คน และมีลูกค้าพันธมิตรเกือบ 200,000 ราย สร้างเครือข่ายขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับความต้องการโลจิสติกส์ทุกรูปแบบอย่างมั่นคง
“หัวใจสำคัญของการพัฒนา คือการนำระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในกระบวนการทำงานในปี 2568 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบคัดแยกและลำเลียงอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมมาใช้ในเครือข่ายการจัดส่งช่วงปลายทาง การยกระดับสู่ระบบอัจฉริยะอย่างครบวงจรนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในทุกขั้นตอนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเสริมความเสถียรของบริการ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว” Winni กล่าว

Winni กล่าวถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ โดยมีการนำระบบออนไลน์และโมบายเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การเรียกใช้บริการรับพัสดุถึงบ้านผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน การสแกน QR Code เพื่อทำรายการส่งพัสดุ รวมถึงระบบติดตามสถานะพัสดุแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัลที่ต้องการความทันที
ในส่วนของการให้บริการแก่ภาคธุรกิจ (B2B) เทคโนโลยียังถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้าสินค้า การจัดเก็บในคลังสินค้า การบริหารสต็อก ไปจนถึงการกระจายสินค้าไปยังปลายทาง โดยสามารถปรับรูปแบบการให้บริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และลดระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าได้

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และผลักดันให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ พร้อมทั้งเติบโตไปอย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม Winni กล่าวถึงแผนการลดต้นทุนในธุรกิจขนส่งและอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาใช้เป็นกลไกหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระต้นทุนที่ผันผวน โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความท้าทายจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อมูลค่าการใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้อ ดังนั้นการลงทุนในเทคโนโลยีอัตโนมัติ จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ลดการพึ่งพาแรงงาน ลดความผิดพลาดในการดำเนินงาน และเพิ่มความรวดเร็วในการจัดการพัสดุ

ทั้งนี้การลงทุนในระบบอัตโนมัติจะมีมูลค่าสูงในช่วงเริ่มต้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมศักยภาพของเครือข่ายขนส่งโดยรวม ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการให้บริการในช่วงเวลาที่มีปริมาณงานสูง
“ธุรกิจขนส่งและอีคอมเมิร์ซจะต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน แต่การลงทุนในเทคโนโลยีอัตโนมัติถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต” Winni กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิพากษ์มายาคติการใช้ AI แทนที่แรงงาน: จากภาพลวงตาเชิงเทคนิคสู่ความจริงในภาคปฏิบัติ
ในฐานะนักวิเคราะห์กลยุทธ์และที่ปรึกษานโยบายแรงงาน ผมมองว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขณะนี้ไม่ใช่ "การปฏิวัติ" แต่เป็น "ภาพลวงตาขององค์กร" (Corporate Illusion)
ยิ่งกว่าวิกฤตน้ำมัน คำขู่ตัดเคเบิลเน็ตใต้ทะเล ส่งผลกระทบเศรษฐกิจการเงินมหาศาล
ยกระดับสงครามไม่สมมาตร อิหร่านตัดเคเบิลเน็ตใต้ทะเล ไทยต้องเจออะไร
กระทรวงสาธารณสุข ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือระดับชาติ. เร่งยุทธศาสตร์พลิกโฉมสาธารณสุขไทยด้วย AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัลและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับบริการสาธารณสุข ระหว่าง
ATLAS ทุ่มกว่าพันล้านขยายธุรกิจก๊าซ LPG
ATLAS เปิดแผนธุรกิจปี 69 เดินเกมรุกเต็มสูบ เตรียมอัดงบลงทุนกว่าพันล้านบาท ขยายธุรกิจก๊าซ LPG ครบทุกมิติ หวังดันส่วนแบ่งตลาดติดกลุ่มผู้นำประเทศ ตั้งเป้ารายได้เติบโต Double-digit ตามทิศทางความต้องการใช้พลังงานที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ล่าระทึก 'ดีเจรัสเซีย' เอเย่นต์ยานรกรายใหญ่ สั่งซื้อผ่าน AI ขุดดินรับของ
ปฏิบัติการสกัดระทึกย่านชุมชน ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติพักอาศัยในซอยบ่อขยะ ต.เกาะพะงัน ลักลอบขายยาเสพติดหลายชนิดให้กับนักท่องเที่ยว
สภาดิจิทัลฯชงเสริมทักษะ Data–AI วางเป้าไทยฮับอาเซียน
ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุน Data Center และ AI ทั่วภูมิภาค สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) จัดการประชุม DCT Digital Policy Conference ข้อเสนอนโยบายจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัล ระดมความคิดเห็นจาก 6 ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล เสนอนโยบายเร่งด่วน 5 ด้าน ยกระดับ “อุตสาหกรรมดิจิทัล” เป็นวาระแห่งชาติ พลิกโฉมประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่การเป็น “ศูนย์กลางการพัฒนาและลงทุนด้านดิจิทัล” ในระดับภูมิภาค

