
ประเทศไทยติดอันดับ 9 ของโลก ในด้านความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ มูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี และกลุ่มเยาวชนกับนักศึกษาคือกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่ออันดับต้นๆ LINE ประเทศไทย จึงร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาควิชาการ ทั้ง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา จัดเวิร์กช็อป ‘LINE Connect Day Digital Literacy for Smart Young Gen’ เพื่อเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ความปลอดภัยออนไลน์ และการลงทุนอย่างรอบคอบ ให้แก่นักศึกษากว่า 200 คน
LINE ประเทศไทย ได้แบ่งปันเทคนิคการใช้งาน LINE อย่างปลอดภัย โดยชวนทุกคนมอง LINE ให้เหมือนกับบ้านส่วนตัว ที่เจ้าของควรคัดกรองบุคคลที่จะรับเข้าเป็นเพื่อนอย่างระมัดระวัง พร้อมป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ ด้วยการรายงานผู้ใช้งานที่น่าสงสัยผ่านช่องทางต่างๆ เช่น หน้าโปรไฟล์และห้องแชท นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เพื่อปฏิเสธข้อความจากคนแปลกหน้าและเก็บรักษารหัสผ่านหรือ OTP เป็นความลับสูงสุด
สำหรับการสังเกต บัญชี LINE ทางการ มีจุดตรวจสอบสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก สัญลักษณ์โล่ บัญชีทางการแท้ต้องเป็นโล่สีน้ำเงินหรือเขียวเท่านั้น โล่สีเทาคือบัญชีเริ่มต้นที่ต้องตรวจสอบซ้ำ ข้่อที่สอง เมนูและปุ่มการใช้งาน บัญชีทางการมักมีแถบเมนูพิเศษหรือลิงก์โซเชียลมีเดีย ส่วนบัญชีปลอมมักแสดงปุ่มโทรหรือวิดีโอคอลเหมือนแชทบุคคลทั่วไป ข้อที่สาม ตัวเลขจำนวนเพื่อน มิจฉาชีพมักแอบอ้างตัวเลขปลอมในส่วนสถานะหรือชื่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอ

ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา อธิบายว่า สาเหตุที่แม้แต่คนที่ “รู้ทัน” ก็ยังตกเป็นเหยื่อได้ เพราะสมองมนุษย์มี 3 ส่วนที่ทำงานต่างความเร็วกัน ได้แก่ สมองสัญชาตญาณ (เร็วที่สุด) สมองอารมณ์ และ สมองเหตุผล (ช้าที่สุด) เมื่อมิจฉาชีพใช้กลวิธีเร่งเร้าหรือข่มขู่ให้ตกใจ สมองสัญชาตญาณและอารมณ์จะเข้าควบคุมก่อน ตัดการทำงานของสมองเหตุผล ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดแม้จะเคยรับรู้คำเตือนมาก่อน มิจฉาชีพยังอาศัย อคติทางจิตวิทยา เช่น Halo Effect (รูปลักษณ์ดูดีและเป็นมืออาชีพ ทำให้เหยื่อลดเกราะป้องกัน) หรือ การแอบอ้างอำนาจรัฐ เช่น อ้างเป็นตำรวจหรือ DSI เพื่อข่มขู่ให้รีบโอนเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริง หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายดำเนินการผ่านวิดีโอคอลหรือสั่งโอนเงินออนไลน์
โดยรวมแล้ว มิจฉาชีพจะโจมตีผ่าน 3 อารมณ์หลัก คือ ความโลภ (หลอกลงทุน) ความกลัว (ข่มขู่ด้วยคดีความ) และ ความหลง (Romance Scam) เทคนิครับมือที่ง่ายและได้ผลที่สุด คือ กฎ 45 วินาที หรือการหยุดนับ 1–45 ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เพื่อให้สมองส่วนเหตุผลตามทันและเข้าควบคุมได้ก่อน และหากตกเป็นเหยื่อแล้ว ยังควรแจ้งความเสมอ เพื่อสร้างฐานข้อมูลป้องกันเหยื่อรายต่อไปในสังคม

กลอุบายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยุค AI อาจสรุปได้ว่าคือ”ล้วง ลึก ล่า” อันเป็น 3 ขั้นตอนเผด็จศึก ในมุมนี้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญวิกฤติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรง โดยประเทศไทยมีสถิติการถูกหลอกลวงสูงที่สุด เป็นอันดับ 9 ของโลก สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลกว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังทำลายโครงสร้างสังคมและสถาบันครอบครัวอย่างรุนแรง โดยมีกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเป็นเป้าหมายหลักที่ตกเป็นเหยื่อในลำดับต้น ๆ อีกทั้งขบวนการสแกมเมอร์ยุคใหม่มีการทำงานอย่างเป็นระบบคล้ายองค์กรธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์ “ล้วง ลึก ล่า” เริ่มจากการ “ล้วง” ข้อมูลส่วนบุคคลจากโซเชียลมีเดียหรือการซื้อขายข้อมูลผิดกฎหมาย จากนั้นจะทำงานเชิง “ลึก” ใช้จิตวิทยาขั้นสูงเพื่อจู่โจมเข้าสู่ความรู้สึกให้เกิดความกลัวหรือความโลภ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการ “ล่า” ทั้งแบบเจาะจงตัวบุคคล และการหว่าน โดยมีอาวุธสำคัญคือข้อมูลปลอมและการใช้เทคโนโลยี AI ปลอมแปลงเสียงหรือภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางโทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย
แนวทางป้องกันที่ได้ผลที่สุด คือการมีสติและไม่หลงเชื่อรูปลักษณ์ภายนอกบนโลกออนไลน์ เนื่องจากชื่อและโปรไฟล์สามารถปลอมแปลงได้ง่าย นอกจากนี้ยังต้องรู้จักตรวจสอบเชิงรุก เช่น หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน ห้ามตรวจสอบผ่านชื่อหรือลิงก์ที่คนร้ายส่งมาให้ แต่ให้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นทางการของหน่วยงานนั้น ๆ ด้วยตนเอง แล้วโทรกลับไปสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรง หากข้อมูลไม่ตรงกันให้ตัดการติดต่อทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นายเศรษฐวัฏ ภู่ตระกูล ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมความรู้ตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยว่า มิจฉาชีพในแวดวงการลงทุนมักใช้กลยุทธ์ “สวมรอยแอบอ้าง” นำชื่อธนาคาร บริษัท หรือผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับอนุญาตจริง มาสร้างตัวตนปลอม จากนั้นชักชวนลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีพร้อมการันตีผลตอบแทนเกินจริง ในช่วงแรกจะโอนเงินคืนจริงเพื่อเป็นเหยื่อล่อ ก่อนดึงเข้าสู่กลไกแชร์ลูกโซ่และเชิดเงินหนีในที่สุด
วิธีป้องกันที่เห็นผลที่สุด คือ การตรวจสอบผ่านแอป SEC Check First เพื่อยืนยันว่าบริษัทหรือบุคคลนั้นได้รับอนุญาตจริง ,ยืนยันตัวตนซ้ำ ด้วยการขอดูบัตรประจำตัวผู้แนะนำการลงทุน แม้จะพบชื่อในระบบแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อคนที่มีตัวตนจริง ซึ่งต้องจำไว้ว่าผลตอบแทนสูงแบบการันตีไม่มีอยู่จริง ในโลกการลงทุนที่ถูกกฎหมาย และสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุนอย่างปลอดภัย ควรเริ่มจาก กองทุนรวม ที่มีมืออาชีพดูแล และทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test) เพื่อเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับตนเอง
ทั้งหมดนี้คือบทเรียนสำคัญจากเวิร์กช็อป ‘LINE Connect Day Digital Literacy for Smart Young Gen’ ที่สะท้อนพันธกิจของ LINE ประเทศไทย ในการสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้คนรุ่นใหม่ เพราะในยุคที่ภัยดิจิทัลเปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา ความรู้และความตระหนักรู้คือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทุกคนสร้างได้ด้วยตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยผู้สูงอายุ คนจีนทำเป็นญาติสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนสูญเงินหมื่น
เตือนภัยผู้สูงอายุ ถูกมิจฉาชีพคนจีนทำเป็นญาติคนสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนควักเงินกว่าหมื่นบาทให้ไป
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
'พรรคส้ม' เหนื่อย! คนกรุงเจน Y-Z ยังเทใจให้ 'ชัชชาติ'
'รองผอ.สถาบันพระปกเกล้า' ชี้พรรคส้มเหนื่อย กลุ่มเจนY-เจนZ มีแนวโน้มเทใจให้ชัชชาติ ที่มีจุดแข็งเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท

