"อนุทิน" เปิดเวิร์กช็อป 4 หน่วยงาน "มท.-ตร.-ยธ.-มั่นคง" สั่งลุยแก้ปัญหา ปชช. พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ กำชับทำงานต้องไม่วางยา-สอดไส้-ทำลายกัน เย้ยคนโยงปมเขากระโดงกระตุกขา หยันกระตุกจนได้เป็นนายกฯ "ผบ.ตร." ขึงขังเล็งลุยปราบนอมินีอีกรอบ "ป.ป.ช.ภาค 1" แฉ "อปท." แชมป์ถูกร้องเรียน "ล็อกสเปก-ซอยงบต่ำกว่า 5 แสน" ฮิตสุด "ฝ่ายค้าน" รุมจวก "ป.ป.ช." ดองคดีนักการเมืองโกง "อภิสิทธิ์" เหน็บอยากให้เลขาฯ ป.ป.ช.ติดเชื้อเกลียดโกงบ้าง
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พ.ค.2569 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล มีปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 76 จังหวัด เข้าร่วมรับและประชุมเวิร์กช็อปครั้งนี้
ก่อนเริ่มงาน นายอนุทินได้ดูรถโมบายของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่การท่องเที่ยว และรถโมบายของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มาให้บริการทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ ก่อนชมนิทรรศการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง
จากนั้นนายอนุทินกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบทั้งภายในและภายนอก กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ถือเป็น 4 เสาหลักในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ จึงขอมอบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ
1.มิติด้านการป้องกัน ให้กระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้การจังหวัด ให้ทำงานลักษณะทีมจังหวัดอย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นเครือข่ายในการป้องกันเฝ้าระวังให้กับประชาชน โดยเฉพาะภัยจากยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และภัยจากผู้มีอิทธิพล
"เราต้องทำให้เกิดความผาสุก บำบัดทุกข์บำรุงสุขตามสโลแกนของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงพิทักษ์สันติราษฎร์ และขอเพิ่มพิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ในพื้นที่เสี่ยงเมืองท่องเที่ยวเขตเศรษฐกิจสำคัญ เราต้องสร้างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ทำมาหากิน ต้องทำให้ทุกจังหวัดมีความปลอดภัย ปราศจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ" นายอนุทินกล่าว
2.มิติด้านการปราบปราม ขอให้มีความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ให้มีการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้บงการ เครือข่ายรายใหญ่ และดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อย่างเช่น คอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ มาตรการเชิงรุกต้องปราบปรามผู้อิทธิพลอาวุธปืน พวกอยู่เหนือกฎหมายมักเป็นโรคความจำเสื่อม เวลาท่านไปดำเนินการจับกุมมักชอบถามว่าคุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ในเมื่อมันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ท่านก็ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใคร ก็จัดการปราบปรามให้สิ้นซาก
"ถ้าพวกท่านตั้งใจจะทำเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เกิดความสงบสุขในประเทศ ผมไม่เคยมีความรู้สึกว่าท่าทางจะล้มเหลว ความรู้สึกแบบนั้นไม่เคยมีเลย มีแต่รู้สึกว่าจะเรียบร้อยและจะขยายผลจับกุมได้ โดยที่ยึดมั่นเรื่องของผลงานเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง วันนี้ได้รับนโยบายจากรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว ขอให้คำยืนยันเลยว่าจะไม่มีรัฐมนตรีคนไหนไปบอกท่านว่าฟังๆ นายกฯ ไป แต่ไม่ต้องทำตามหรอก ตรงนี้พวกผม น้องผม พี่ผม แต่ขอให้ทุกท่านลุยเลย ผมพร้อมเสมอที่จะรับฟังและให้แนวทาง รวมถึงรับผิดชอบร่วมกับท่านในเรื่องของการดูแลการบำบัดทุกข์บำรุงสุข” นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ 3.มิติด้านการช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชน กระทรวงมหาดไทย มีกลไกศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานในพื้นที่เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องร้องเรียนแก้ไขปัญหา และให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ขอให้ทุกท่านได้ทำต่อไป เดือนกันยายนจะรู้ว่าท่านเหมาะสมหรือไม่ เรารับผิดชอบร่วมกันไม่มีปัญหา ถ้าใครทำได้ดีผลงานจะฟ้องออกมาเอง และสิ่งที่ดีที่สุดคือประชาชนจะชื่นชมในผลงานของทุกท่าน
หนูสั่ง 4 หน่วยอย่าวางยากัน
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายจากการมอบนโยบายด้านความมั่นคงครั้งนี้ เนื่องจากเป็นภารกิจของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้ว หากผู้ว่าฯ และผู้การจังหวัดร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ตลอดจนพิทักษ์สันติราษฎร์ เชื่อว่าไม่น่ามีการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ที่พ้นมือหรือพ้นอำนาจที่มีอยู่ไปได้
ถามว่า หลังเดือน ก.ย.รู้กันในเรื่องผลงานจะมีการวัด KPI (Key Performance Indicator) หรือดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ ยอมรับว่า การวัดผลสำเร็จเป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว เพราะเรื่องการบริหารราชการในพื้นที่แต่ละจังหวัดและแต่ละภาค จะวัดจากความผาสุก ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของทางผู้ว่าฯ และผู้การจังหวัด
เวลา 15.00 น. นายอนุทินได้กล่าวสรุปผลการประชุมเวิร์กช็อปครั้งนี้ว่า ได้ฟังสรุปจากตัวแทน 4 หน่วยในระดับปฏิบัติ ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ข้าราชการไทยกระทำเพื่อประชาชนไม่ได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามระเบียบ
"เรื่องปัญหาผู้มีอิทธิพลต้องเอกซเรย์ คนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล คนเหล่านี้คืออันธพาล ไม่ใช่นักเลง เพราะนักเลงคือคนเปิดเผยจริงจัง จริงใจตรงไปตรงมา แต่อันธพาลพวกเราไม่ต้องสงสัย เพราะเขาไม่ใช่คนดีแน่นอน สิ่งเหล่านี้เราเปลี่ยนคำบัญญัติเพื่อที่เราจะได้ไปให้ตรงเป้าไม่ผิด ซึ่งเรื่องที่ดินทำกินจะต้องไปพูดคุยต่อกับ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดี๋ยวจะต้องติดต่อไปทางนายสุชาติ ชมกลิ่น “เรายังไม่รู้จักเขา (สุชาติ ชมกลิ่น) น้อยไปหรอกครับ ผมรู้จักเขามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นนักเลง บางทีพูดผิดเวลานิดหน่อยเท่านั้นเอง และก็ได้มีการขอโทษคู่กรณีกันแล้ว" ก่อนที่นายอนุทินจะหัวเราะ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ถ้าเราเชื่อใจ ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ไม่วางยากัน ไม่สอดไส้ ไม่มุ่งทำลายซึ่งกันและกัน ไม่มีที่ยืนให้กับอันธพาลในประเทศนี้ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ว่าฯ ผู้การตำรวจ แต่ไปจนถึงนายอำเภอ ผู้กำกับฯ ผู้บัญชาการ และนายกฯ และมันจะมีตรงไหนที่คนที่ทำผิดกฎหมาย คนที่ข่มเหงประชาชน คนที่เอาเปรียบประเทศชาติจะยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ได้
"สิ่งนี้อยากจะฝากให้ทุกท่านได้ตระหนัก และอย่าได้ท้อแท้และท้อถอยในภารกิจที่พวกเราทุกคนมีความรับผิดชอบกันอยู่ การประชุมวันนี้ผมเชื่อว่าสร้างความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในจังหวัดให้เพิ่มความคุ้นเคยกันเพิ่มมากขึ้น และขอให้เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจ มั่นใจว่าจะมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนของเราให้กับประเทศของเรา" นายกฯ กล่าว
นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่าทุกอย่างเป็นไปตามเอกสาร ให้ไปดูในเอกสารยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตรงนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ที่มีการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้บัญญัติว่าการเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็ต้องมีภูมิลำเนาในเขตนั้นด้วย ซึ่งตอนนั้นตนเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้ว แม้จะอยู่ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องมีการเตรียมการทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้
"ไปไหนมาไหนผมก็บอกว่าเป็นคนบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง การที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตรงนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผม ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดศีลธรรม และไม่ได้ผิดจรรยาบรรณใดๆ" นายอนุทินกล่าว
ถามว่า กังวลหรือไม่ว่าประเด็นนี้จะกระตุกแขนกระตุกขานายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า “กระตุกผมน่ะเหรอ กระตุกจนมาอยู่ตรงนี้ กระตุกจนมาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลนี่แหละครับ”
แฉ'อปท.'แชมป์ถูกร้องเรียน
ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปรามนอมินีว่า อีกไม่นานจะมีปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในฐานข้อมูลที่เรามี อย่างครั้งที่แล้วออกหมายจับไป 3 ราย จับมาได้ 2 ราย หลบหนีไป 1 ราย ซึ่ง 2 รายที่จับมาเราพบความผิดปกติในเรื่องการจดทะเบียนบริษัท และได้เก็บข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เอกสาร บัญชีการเงิน จากนั้นได้นำมาสู่การรวบรวมและพิสูจน์ทราบเพื่อขยายผล ขอยืนยันจะเปิดปฏิบัติการอีกรอบหนึ่งในหลายพื้น แต่ขออุบไว้ก่อน
ที่โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท อ.เมืองฯ จ.ลพบุรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ประจำปี 2569 โดยมีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานราชการภายใน จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีการจัดเสวนาในประเด็น "มาตรการเฝ้าระวังการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ" โดยนายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 1, นายสุทธิ สุนทรานุรักษ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ภาค 1, นางแก้วใจ คดีธรรม คลังจังหวัดลพบุรี
นายวิวัฒน์กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนาว่า สถิติเรื่องร้องเรียนมายัง ป.ป.ช. ภาค 1 ปัจจุบันมีทั้งหมด 666 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รองลงมาคือการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากมีบุคลากรในพื้นที่จำนวนมาก ส่วนหน่วยงานราชการที่ถูกร้องเรียน มีทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
"ในส่วนการร้องเรียนเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างนั้น รูปแบบที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.การล็อกสเปก 2.การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซอยวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท 3.การฮั้วประมูล 4.การใช้นอมินี 5.การตรวจรับงานเป็นเท็จ ส่วนมูลค่าความเสียหาย แบ่งเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ 2,305 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน 700 ล้านบาท เงินอุดหนุน 497 ล้านบาท คุรุภัณฑ์ยานพาหนะ/เทคโนโลยี 450 ล้านบาท" รองเลขาฯ ป.ป.ช. ภาค 1 ระบุ
วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธาน พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ช่วงหนึ่งของการอภิปราย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายถึงรายงานของ ป.ป.ช. ระบุตัวชี้วัดการไต่สวน โดยเป้าหมาย 2 ปี ทำได้ 25% จาก 80% ซึ่งเชื่อว่ามีคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้นรวมในสถิติด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหาเท่ากับฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยาม
"ประเด็นดังกล่าวพบข้อพิรุธทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อให้ตั้งกรรมการไต่สวน ป.ป.ช." ประธานวิปฝ่ายค้านระบุ
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า การทำงานของ ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงภาพรวมการทุจริตในประเทศลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่จากข่าวและผลสำรวจเห็นชัด ทั้งนี้ รายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อ้างถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ระบุว่าการร้องเรียนคดีทุจริตเพิ่มขึ้น แต่คำถามคือ ป.ป.ช.จัดการคดีจบหรือไม่ โดยในรายงานพบว่า ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนในคดีวางเป้าหมาย 2 ปีต้องสำเร็จ 80% แต่รายงานพบว่าทำสำเร็จเพียง 24.42% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายว่า ตนขอให้ ป.ป.ช.นำข้อมูลที่มีการเปิดเผยผลสำรวจต่อการติดสินบนในหน่วยงานราชการของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มาพิจารณาเพื่อไปปรับปรุงการทำงานแก้ปัญหา
"ผมมั่นใจว่าสิ่งที่อภิปรายนั้น ไม่แน่ใจว่าเลขาธิการ ป.ป.ช. จะมองว่าผมเป็นคนป่วยของสังคมหรือไม่ แต่ผมเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ป่วยเป็นโรคเกลียดการโกง และอยากให้เชื้อดังกล่าวติดไปถึงเลขาธิการ ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช. ประเทศไทยจะหายป่วยหรือเลิกถูกเรียกเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย" นายอภิสิทธิ์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดภาพCCTV รถไฟชนรถเมล์ ชงผลสอบ2มิ.ย.
"สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ รับคนขับรถไฟประมาท รฟท.สุ่มตรวจฉี่พนักงานขับรถเจอ “ฉี่ม่วง” 2 ราย
ปชน.ดิ้นยื่นแก้รธน.เอง ภท.ย้ำรัฐสภาเลือกสสร.
"ภท." เดือด "ปชน." ตราหน้าร่าง รธน.ฉบับน้ำเงิน ถือว่าแฟร์ใช้กลไกสภาแบ่งโควตาเลือก
คอนเฟิร์มงบฯ1.8หมื่นล. จ่อลงทะเบียนคนจนใหม่
"คลัง" คอนเฟิร์มดึง 1.88 หมื่นล้านจาก พ.ร.ก.กู้เงินสู้วิกฤตพลังงานโปะบัตรคนจนไม่ขัดวัตถุประสงค์ รัฐจ่อเปิดลงทะเบียนรอบใหม่คาดผู้รับสิทธิลดลง
เซาะ‘องคมนตรี’ เท้งลั่นหากเป็นนายกฯเลี่ยงประชุมด้วย/อนุทินปัดก้าวก่าย
ตะลึง! "เท้ง" เตือนนายกฯ ไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ
'อนุทิน' ซัดกลับ 'เท้ง-พรรคส้ม' ดึงฟ้าต่ำ พูดมาผิดหมด ไม่รู้อะไรแล้วยังแค่นวิจารณ์
“อนุทิน” โต้ ปชน. ปมกล่าวหาองคมนตรีร่วมประชุม ปภ. ยันไม่มีแทรกแซง-ก้าวก่าย พร้อมโต้ “เท้ง” ดึงฟ้าต่ำ มีแต่คนพูดพยายามอยู่เรื่อย เชื่อประชาชนเข้าใจดีหวังผลอะไร เย้ยไร้ภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ เรื่องบริหารประเทศยังไม่รู้เลย เอาแต่แค่นวิจารณ์
ภท.ปัด‘เนวิน’จุ้นแก้รธน. ได้ประกัน‘สส.โตโต้’ไปต่อ
พูดแล้วทำ! "อนุทิน" จริงจังไม่จิงโจ้ นํา สส.ภูมิใจไทยชิงยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคแรก

