ประธาน กกต.เดินหน้าบวงสรวงฉลอง 28 ปี ลั่นคดีฮั้ว สว.ไม่สะดุด-ไม่เป่าคดี โอละพ่อ กกต.อ้างรอกฤษฎีกาตีความปมประเมินผลงาน "แสวง" แต่อีกฝ่ายยันยังไม่ได้รับหนังสือ ขณะที่อดีตผู้ตรวจการฯ และ สว.สำรองขู่เตรียม "ถลกหนัง" กกต.หลังเมินโพยลับ เย้ยกลัวคนไม่ใส่กางเกงขายาวทำไม "พริษฐ์" ตั้ง 4 ข้อสงสัย หากมีมติฟอกขาวไม่ส่งคดีให้ศาลพิจารณา จะใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 28 ปีของการก่อตั้งสำนักงาน กกต. โดยถือฤกษ์ในเวลา 08.09 น. ประกอบพิธีบวงสรวงพระพรหม ณ บริเวณศาลพระพรหม ศูนย์ราชการฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, นายจิรุตม์ วิศาลจิตร, นายณรงค์ รักร้อย, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์
พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. และผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ร่วมพิธี ทั้งนี้ ในระหว่างพิธีนายณรงค์ได้นำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมและรดมือคณะกรรมการ กกต. รวมถึงผู้บริหารที่มาร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยขณะที่ประธาน กกต.เดินเข้าไปหาก็ได้กล่าวขึ้นว่า "สำหรับเลขาฯ ต้องเอาไปอาบเลย" เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากผู้ที่อยู่ในบริเวณพิธีเป็นอย่างมาก ท่ามกลางภารกิจและแรงกดดันในการทำงานช่วงนี้
ต่อมานายณรงค์กล่าวถึงขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง โดยระบุว่าที่จริง กกต.ก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าข่าวดังกล่าวรั่วออกไปได้อย่างไร ซึ่งเมื่อมีข้อโต้แย้ง เพื่อความรอบคอบ กกต.ชุดที่ทำหน้าที่อยู่ จึงมีมติให้นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่างๆ ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.ในกรณีนี้ กรรมการชุดใดมีหน้าที่หรืออำนาจในการประเมิน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรอความเห็นมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมระบุด้วยว่า นายแสวงก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและสามารถชี้แจงได้
ส่วนข้อสังเกตที่ว่า นายแสวงอาจเป็นหนังหน้าไฟของ กกต. ในการรับแรงปะทะช่วงจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่นั้น นายณรงค์ปฏิเสธและกล่าวว่า กกต.ทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ หน้าที่หลักจริงๆ คือกำกับดูแล เลขาธิการ กกต.ทำหน้าที่ในบทบาทของท่านอยู่แล้ว ดังนั้นท่านไม่ใช่หนังหน้าไฟ ท่านทำหน้าที่ของท่าน ไม่ใช่ว่าเราผลักท่านไปทำหน้าที่แทน
ทั้งนี้ นายณรงค์ปฏิเสธด้วยว่าหากผลการประเมินเลขาธิการ กกต.ไม่ผ่าน จะเป็นการแช่แข็งคดีฮั้ว สว.หรือไม่ ว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการแช่แข็ง
แสวงยันกำลังใจดี
นอกจากนี้ ประธาน กกต.ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า ได้เริ่มพิจารณาเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย. 69) และจะพิจารณาทุกวันจันทร์จนเสร็จสิ้น โดยจะพิจารณาจันทร์เว้นจันทร์รวมทั้งหมด 12 จันทร์ ที่ต้องพิจารณาจันเว้นจันทร์เพราะจะได้มีเวลาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ดูข้อมูลเอกสารเพราะเอกสารค่อนข้างเยอะ และเพื่อจะได้วางแผนในการประชุมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาจจะดูเป็นรายจังหวัด
โดยยืนยันว่า กกต.ดูอย่างละเอียด จึงไม่สามารถที่จะประชุมทุกวันได้ ส่วนวันอื่นๆ ก็เป็นการประชุมตามปกติ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีกรอบเวลาอยู่แล้ว แต่เราจะพยายามทำให้เสร็จเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนด แต่ถ้าเสร็จเร็วเกินไปสังคมอาจจะมองว่าไม่รอบคอบ เพราะ กกต.ทุกคนเอาความเห็นจากทุกชั้น ต้องดูเอกสารเองทั้งหมด และไม่ได้พิจารณาแบบรวบรัด
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่า กกต.จะมีการเป่าคดีฮั้ว สว. นายณรงค์กล่าวว่า เรารู้อยู่ว่าสังคมคาดหวังหรือมองภาพ กกต.อย่างไร ซึ่ง กกต.ชุดนี้เป็นชุดที่มาทำหน้าที่ใหม่ ทุกคนคุยกันว่าเราต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย เรารู้ว่าสังคมมองเราอย่างไร และเราก็ไม่อยากให้เกิดภาพนั้น ขอให้มั่นใจว่าในการประชุมของเราละเอียดและรอบคอบ ทั้งนี้คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็นคำวินิจฉัยรวม เพราะทุกคนรู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงจะมีการลงมติครั้งเดียว
ขณะที่นายแสวงให้สัมภาษณ์กระแสข่าวไม่ผ่านผลการประเมินการปฏิบัติงานว่า การประเมินเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตนไม่สามารถพูดอะไรได้ สิ่งเดียวที่บอกได้คือรู้สึกดีที่ทำงานกับ กกต.ทุกชุดที่ผ่านมา และข่าวที่ออกมาไม่กระทบกับการทำงาน และไม่รู้สึกเสียขวัญกำลังใจแต่อย่างใด ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำงานดีที่สุด ยังรู้สึกดีๆ กับทุกอย่างที่ กกต. และภูมิใจที่เป็นคนของ กกต.
กฤษฎีกายังไม่ได้รับหนังสือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเผยแพร่ข่าวนายนพดล เภรีฤกษ์ เลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงถึงกรณีการนำเสนอข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
โดยระบุว่า ตามที่มีการเสนอข่าวว่า กกต.อยู่ระหว่างรอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวงนั้น
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวสำนักงานฯ ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ไม่มีหนังสือจากสำนักงาน กกต.ขอหารือมายังสำนักงานฯ เพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความและชี้ขาดประเด็นปัญหาข้อกฎหมายการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง การให้ข่าวในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร สว. และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก สว.ครั้งที่ผ่านมา และข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือก สว.ครั้งที่ผ่านมา
โดย พ.ต.อ.มนัสกล่าวว่า ในวันเลือกตนเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไปพบกับผู้สมัครรับเลือก สว.หญิงจากสมุทรปราการประมาณช่วง 08.10 น. ซึ่งหญิงรายดังกล่าวบอกกับตนว่าอยากให้นำข้อมูลไปบอกกับ กกต.ว่าผู้สมัครที่เข้ามามีการจับกลุ่มทำโพยฮั้ว พร้อมโชว์หลักฐานเป็นโพยที่ชี้ช่องการฮั้ว เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือก เพื่อไม่ให้การเลือกมีการทุจริตและไม่เป็นธรรม ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 เมื่อเวลา 08.29 น. ตนก็ได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็น ผอ.การเลือกขณะนั้น ว่าได้รับข้อมูลจากผู้สมัครว่ามีการจัดทำโพย
"แต่คุณแสวงบอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ เขาวางแผนกันมาดีแล้ว ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นประตูสําคัญ ทำให้การโกงเลือก สว.ครั้งนี้สำเร็จ เพราะคุณแสวงคนเดียวที่ปกปิดข้อมูลนี้ ไม่นำไปบอก กกต." พ.ต.อ.มนัสกล่าว
พ.ต.อ.มนัสกล่าวว่า จนกระทั่งเวลา 09.00 น. ที่มีกระบวนการเริ่มเลือก สว. และผ่านรอบแรกจนถึงขั้นตอนแบ่งสาย ก็เป็นไปตามสูตรตามโพยที่จัดเตรียมมา แต่นายแสวงไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งเรามีหลักฐาน โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ไปเก็บโพยผู้สมัคร ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้เป็นคลิปจากภาพวงจรปิด ซึ่งจะส่งมอบให้วิปฝ่ายค้านด้วย ตนอยากตั้งคำถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้แจ้งนายแสวงไปก่อนที่กระบวนการเลือก สว.จะเกิดขึ้น เพื่อให้นายแสวงแจ้งเรื่องต่อ กกต. แต่กลับไม่ดำเนินการ เรื่องนี้ต้องการช่วยกันปกปิดเพื่อช่วยเหลือกันใช่หรือไม่ และจากคำพูดที่บอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ แสดงว่ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่
กลัวคนไม่ใส่กางเกงขายาว
ด้านนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง กล่าวว่า การจะไปมีส่วนร่วมในการวินิจฉัยของนายฐิติเชฏฐ์ บอกได้เลยว่าประชาชนไม่ยอมรับ เพราะเขาเห็นพฤติกรรมหมดแล้วว่านายฐิติเชฏฐ์เอื้อประโยชน์อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องความซื่้อสัตย์สุจริตก็ไม่มี และขอให้ติดตามว่าคดีอาจจะหมดอายุไม่เกิน 1 วันสุดท้ายคดีก็ขาดอายุความไป เป็นเช่นนี้จนประชาชนเอือมระอากับกระบวนการเหล่านี้ไปแล้ว
ทั้งนี้ แม้ตนจะมีส่วนได้เสียกับกระบวนการเหล่านี้ แต่ที่ตนออกมาต่อสู้เพื่อทวงคืนความสุจริตเที่ยงธรรมตรงนี้ ไม่ใช่เพราะตนอยากเป็น สว. แต่ตนทนเห็นกระบวนการโกง การทุจริตคอร์รัปชัน ซื้อขายตำแหน่งในประเทศนี้ไม่ได้ เราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่กลับกำลังจะถูกยึดด้วยระบบสีน้ำเงิน ด้วยสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเรายอมไม่ได้ ฉะนั้นจึงอยากสื่อสารไปยัง กกต.ทั้ง 7 คน ว่าคนที่ทำหน้าที่ประวิงเวลาตัวฉกาจที่สุดคือนายแสวง
"กกต.ที่มาใหม่มาจากมือ สว.ที่ยกให้ผ่าน ท่านต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าท่านจะอยู่กับประชาชนข้างนอก หรือท่านจะเข้าไปอยู่ด้านใน ในพื้นที่ที่จัดให้อย่างดี จะอยู่คลองเปรม คลองไผ่ ที่ผมเคยพูด ท่านเลือกเลย คดีมี 8 หมื่นหน้า แต่กลับจะบอกว่ายก 5 ต่อ 2 ท่านอย่าไปเกรงกลัวผู้มีอำนาจที่ไม่ชอบใส่กางเกงขายาว ท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านเป็นลูกน้องประชาชนหรือเป็นลูกน้องนักการเมืองคนนี้ หรือคนที่อยู่เบื้องหลังทางการเมืองกระบวนการนี้ เรื่อง สว.ต้องจบด้วยมีคนผิดไปดำเนินคดี" นายอัครวัฒน์กล่าว
นายพริษฐ์ ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตนคิดว่า ณ เวลานี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคดีฮั้ว สว. หาก กกต.มีมติเป่าคดีเรื่องการโกง สว.นั้น ก็จะมี 4 ข้อคำถาม หรือ 4 ข้อพิรุธที่เราสามารถตั้งคำถามไปยัง กกต.ได้ คือ 1.หาก กกต.มีการเป่าคดีจริง กกต.ได้ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่สำหรับแต่ละคดี เพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นว่า กกต.มีมติส่งบางเรื่องไปที่ศาลแล้ว และศาลก็เคยพิพากษาว่ามีความผิด หากสมมติว่า กกต.มีมติไม่ส่งเรื่องนี้ไปที่ศาล ทั้งๆ ที่หลักฐานที่อยู่ในสำนวนดีเอสไอ หรืออยู่ในมือของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ก็ดี มีความหนักแน่นไม่น้อยไปกว่าหลักฐานในคดีก่อน ๆ กกต.ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันในแต่ละคดีใช่หรือไม่ 2.หาก กกต.มีการเป่าคดีเรื่องนี้จริง กกต.ได้ตั้งคณะอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 ขึ้นมา เพื่อฟอกขาว 220 กว่าคนนี้หรือไม่
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า 3.หาก กกต.มีการเป่าคดีเรื่องนี้จริง ต้องถามว่ามติดังกล่าวเป็นการต่างตอบแทนกันกับสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ ในเมื่อ 4 จาก 7 กรรมการการเลือกตั้ง เข้าสู่ตำแหน่งได้โดยการรับรองของสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในสำนวนด้วย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และ 4.มติดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ และพรรคฝ่ายค้านพยายามใช้กลไกสภาในการตรวจสอบเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ที่สุด ได้มีการเชิญ กกต.มาชี้แจง ซึ่งเชิญล่วงหน้าสองสัปดาห์ ปรากฏว่าเลื่อนและ กกต. ไม่มา ตนมองว่าถ้า กกต.อยากจะหลุดพ้นข้อครหา กกต. ก็ควรจะมีมติอย่างตรงไปตรงมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม้วถอดEMบินดูไบ พท.แก้ร่างรธน.ยึดสสร.ปี40/ส้มฟ้องปปช.‘ช่วยน้ำเงินด้วย’
“ทักษิณ” ถอดกำไล EM แล้ว “กรมคุมประพฤติ” บริการถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า
28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"
เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569
ศิลปินขึ้น"ฮาล์ฟไทม์โชว์"นัดชิงฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์"เวิลด์คัพ"
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ประกาศข่าวใหญ่ที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากผ่านทางอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า "เวิลด์คัพ 2026" จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนัดชิงชนะเลิศ ที่จะมีการแสดงโชว์ในช่วงพักครึ่งจากเหล่าศิลปินระดับโลก
คลังแจงได้งบบัตรคนจน กษ.ชงเพิ่มแจกไร่ละพัน
"ปลัดคลัง" คอนเฟิร์ม 11 มิ.ย.นี้ "บอร์ดบัตรคนจน" นัดถก รื้อเกณฑ์ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่
อนุทินฮึ่ม!ฮุนเซนคิดให้ดีใช้กำลัง
นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิกวางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงที่จับต้องได้จริง
'พริษฐ์' รับยื่นหนังสือ แฉหลักฐานมัด กกต. เป่าคดีฮั้ว สว. ตั้ง 4 ข้อพิรุธ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร สว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมาและข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเรื่องสว. ครั้งที่ผ่านมา

