ไม่โกรธวืดบัตรคนจน!

นายกฯ สั่งอำนวยความสะดวกประชาชนเต็มที่เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “นิด้าโพล” ชี้ ปชช.กว่าครึ่งลงทะเบียนไม่ได้รับสิทธิ แต่ไม่โกรธ “สวนดุสิตโพล” ชี้สวัสดิการผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอ เรียกร้องปฏิรูปด่วน

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2569 น.ส.พลอยทะเล  ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งรายเก่าและรายใหม่ หรือคนที่ระบบแจ้งให้ยืนยันตัวตน e-KYC สามารถยืนยันตัวตนได้ 2 ช่องทาง แอปเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5  ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้ 17 ก.ค.2569 ถึงวันที่ 12 ม.ค.2570

สำหรับกรณีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กรณีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการที่ไม่สามารถไปยืนยันตัวตนด้วยตัวเองได้ หากจะมอบอำนาจใช้สิทธิแทน ต้องให้ผู้รับมอบอำนาจไปยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารดังข้างต้นเท่านั้น โดยเอกสารที่ต้องใช้ มีดังนี้ 1.หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์โครงการ) 2.บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาบัตร (ลงนามสำเนาถูกต้อง) ของผู้มอบอำนาจ 3.บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนาบัตร (ลงนามสำเนาถูกต้อง)  ของผู้รับมอบอำนาจ 4.สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

 “นายกรัฐมนตรีสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐและธนาคารของรัฐทั้ง 5 ธนาคาร อำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ อย่าให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากระบบ  ขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน อย่าปล่อยให้ประชาชนพึ่งตัวเองเพียงลำพัง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังเท่านั้น หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0-2109-2345 ในวันและเวลาราชการ” น.ส.พลอยทะเลระบุ

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจเรื่อง คนจนมีสิทธิไหมครับ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน รวมถึงผู้ที่ไม่มีรายได้ กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 1,850 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน

โดยเมื่อถามถึงการเคยได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน พบว่า 53.78% ระบุว่าเคยได้รับ และ 46.22% ระบุว่าไม่เคยได้รับ เมื่อถามถึงการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 พบว่า 51.73% ได้ลงทะเบียน แต่ไม่ได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, 24.65% ไม่ได้ลงทะเบียน และ 23.62% ได้ลงทะเบียน และได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 456 หน่วยตัวอย่าง) 50.66% คิดว่าตนเองไม่มีสิทธิได้, 22.37% ไม่ต้องการ, 14.25% ลงทะเบียนไม่ทัน และ 12.72% ระบุว่าไม่รู้ว่าต้องลงทะเบียนอย่างไร

เมื่อสอบถามผู้ที่ได้ลงทะเบียน แต่ไม่ได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 957 หน่วยตัวอย่าง)  เกี่ยวกับความรู้สึกที่ไม่ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า 43.26% ไม่โกรธเลย,  21.53% โกรธมาก, 20.69% ค่อนข้างโกรธ และ 14.52% ไม่ค่อยโกรธ ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามผู้ที่ได้ลงทะเบียนและได้สิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (จำนวน 437 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการตัดสินใจต่อรัฐบาล ภายหลังได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า 36.84% ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร, 32.49% มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล, 19% จะได้หรือไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว และ 11.67% ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล

ขณะที่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เรื่องผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ จากกลุ่มตัวอย่าง 434 คน  โดยเมื่อถามว่าผู้สูงอายุคิดว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุเพียงใด พบว่า 67.28% ไม่พร้อม และ 32.72% พร้อม เมื่อถามต่อว่าผู้สูงอายุคิดว่าระบบสวัสดิการรัฐในปัจจุบันเพียงพอต่อความต้องการเพียงใด พบว่า 74.65% ไม่เพียงพอ และ 25.35% เพียงพอ

เมื่อถามว่า ผู้สูงอายุคิดว่ารัฐควรปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการได้สะดวกขึ้น พบว่า 65.90% มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่,          62.21% เปิดบริการถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ, 58.99% ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุโดยตรง, 50.69% เพิ่มช่องทางให้ญาติดำเนินการแทนได้ และ 48.16% ลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร ถามอีกว่าหากรัฐจะพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้าง พบว่า 66.13% ให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุให้มากขึ้น, 59.91% มีระบบการรักษาพยาบาลที่ดี, 59.45% ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและดูแลระยะยาว, 48.85% ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ จ้างผู้สูงอายุทำงานให้มากขึ้น และ 42.86% ช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถโดยสาร              

“สุดท้ายเมื่อถามว่า ภาพรวมผู้สูงอายุเชื่อมั่นต่อระบบสวัสดิการรัฐว่าจะสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคตได้เพียงใด พบว่า 62.90% ไม่เชื่อมั่น และ 37.10%เชื่อมั่น”       

 ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลสำรวจผู้สูงอายุส่วนใหญ่มองว่าสวัสดิการที่ดีควรครอบคลุมทั้งรายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการมีงานทำ ดังนั้นในการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัยนั้น จึงต้องออกแบบระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีในชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงหาเสียงชั่วครั้งชั่วคราว สร้างภาระให้กับประชาชนมากกว่าช่วยเหลืออย่างจริงใจ

ผศ.ศิริมา บุญมาเลิศ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นในระบบสวัสดิการของรัฐ มองว่าสวัสดิการที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องมาจากการเข้าถึงการบริการของรัฐยังไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกเท่าที่ควร ที่น่าสนใจคือ ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือเป็นประเด็นหลัก แต่เป็นเรื่องของการเข้าถึงการบริการของรัฐที่ต้องสะดวกรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังคงให้ความสำคัญกับหลักประกันพื้นฐานทั้งเงินสนับสนุนตามช่วงวัย การรักษาพยาบาลที่ดี และการดูแลระยะยาวอย่างเป็นระบบ  มากกว่าการส่งเสริมอาชีพหรือการช่วยเหลือค่าครองชีพ เมื่อรวมกับความเชื่อมั่นต่ออนาคตของระบบที่อยู่ในระดับต่ำ จึงชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยควรต้องเร่งปฏิรูประบบสวัสดิการผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุกหนัก!แฉฮั้ว‘สว.’ ‘ส้ม-ฟ้า’ร่วมวงชำแหละ/ยิ่งชีพขู่กำข้อมูลเส้นเงิน

"วิปฝ่ายค้าน" ชำแหละ 2 ปีเลือก สว. ภาค 2 "พริษฐ์" แฉขบวนการฮั้วลึกกว่าแค่โพย กาง 5 ฉากโกง ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน-จัดโรงแรม-เสนอเงินให้

มรดกโลก‘พระธาตุนครฯ’

คนไทยเฮ ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียน "พระมหาธาตุเมืองนครฯ" มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช