"จิรายุ” ควง "คริส” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “ชัชชาติ” ผิดมาตรา 157 ปมตั้ง ผอ.-ผู้ตรวจ 17 คน ลั่นลุยถล่มระบอบอากงต่อ จ่อเปิดมหากาพย์ส่วยเทศกิจ-โยธา "รักชนก" มั่นใจ "ดร.โจ" ตัวเลือกที่ดีสุด เตรียมสอบ กทม.ปมทุจริตเครื่องออกกำลังกาย
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เวลา 10.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ยื่น ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าฯ และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่ามีเจตนาพิเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 มีผล 1 ต.ค.68 นายชัชชาติได้ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จำนวน 17 ราย และยังแต่งตั้งผู้ตรวจราชการ อีก 2 คน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.69 คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กทม. มีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่ง ย่อมถือว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวของผู้ว่าฯ กทม.เป็นความผิดสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังพบความพยายามในการออกคำสั่งให้ข้าราชการทั้ง 17 รายไปช่วยราชการที่สำนักปลัด กทม.เป็นการชั่วคราว และยังให้สามารถใช้งบประมาณของข้าราชการทั้ง 17 ราย ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ต.ค.68
กระทั่งวันที่ 17 เม.ย.69 นายชัชชาติให้คณะกรรมการคัดสรรคัดเลือกใหม่ครั้งที่ 2 อย่างรวบรัดเร่งรีบเพียง 10 กว่าวัน จนวันที่ 30 เม.ย.69 ผู้ว่าฯ กทม.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งอีกครั้ง อ้างว่ากระบวนการคัดสรรใหม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และให้ข้าราชการทั้ง 17 ราย กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเดิมทุกคน ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย.69 ข้าราชการ กทม.ได้ยื่นร้องต่อ ก.พ.ค. กทม.อีกครั้ง ว่าการคัดสรรครั้งที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งการออกคำสั่งว่าให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 เป็นการจงใจทำให้รัฐเสียหาย
นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ผอ.เขต ซึ่งเป็น 1 ใน 17 ราย คุกคามทางเพศกับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งได้แนบการร้องเรียนและพยานหลักฐานไว้ด้วยแล้ว จึงมาร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับนายชัชชาติขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีพฤติกรรมและมีเจตนาพิเศษ เพื่อประโยชน์ของตนเองในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการในสมัยต่อไป
"ถามว่าทำไมเพิ่งตรวจสอบตอนนี้ ก็เรื่องมันเพิ่งเกิดก่อนนายชัชชาติลาออกไม่กี่วัน กระบวนการอากงพยายามที่อยากกลับเข้ามาบริหารงบแสนล้านมีจริง และผมเป็นนักตรวจสอบผู้ว่าฯกทม.มาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่รถเรือดับเพลิง กล้องดัมมี รถไฟฟ้าสีเขียว ดีแล้วที่มีคนช่วยคน กทม.ตรวจสอบ หากไปทำปีหน้าก็หาว่าฮั้วกันอีก ผมถือว่าผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงให้ความไว้วางใจต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบได้ ต้องไม่ปากว่าตาขยิบ ส่วนเรื่องต่อไปคือมหากาพย์ส่วยเทศกิจ โยธา และจัดซื้อจัดจ้างล็อกสเปก ที่ผมจะยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ป.ป.ช. เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ไปลงถุงเงินหลังบ้านของระบอบอากง" นายจิรายุระบุ
ด้านนายคริสกล่าวถึงกรณีที่ตนเองและพรรคเศรษฐกิจต้องมาทำเรื่องนี้ในช่วงนี้ว่า หากนายชัชชาติไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้ง คงพอจะปล่อยไปได้ แต่วันนี้นายชัชชาติเสนอตัวเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกรอบ คำถามคือ 4 ปีที่ผ่านมาได้ทำถูกต้องทุกประการแล้วหรือยัง ซึ่งเข้าใจดีว่าประชาชนหลายคนยังชื่นชอบ แต่ผู้ว่าฯ ที่ท่านชอบมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มีระบอบใดระบอบหนึ่งที่เป็นระบอบการทุจริตกัดกินกรุงเทพฯ หรือไม่ หากหลังจากนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นในเขตเหล่านี้ ใครแต่งตั้งคนแบบนั้นเข้าไปจะต้องรับผิดชอบด้วย
ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการติดตามเรื่องงบประมาณจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม.ว่า ขณะนี้ กมธ.กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมก่อนหรือหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เพราะไม่อยากถูกกล่าวหาว่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งนี้ หากหารือหลังการเลือกตั้ง อาจจะมีการเชิญผู้ว่าฯ กทม.มาร่วมชี้แจงด้วยตัวเอง
ส่วนที่นายชัชชาติและนางทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงแล้วถือว่าฟังขึ้นหรือไม่นั้น น.ส.รักชนกกล่าวว่า อยากให้แสดงความจริงใจในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรให้มากกว่านี้ การที่ออกมาพูดว่าต้องให้เกียรติคนที่ส่อพฤติกรรมไปในทางทุจริต หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวนั้น มองว่าอาจจะเลือกให้เกียรติผิดคน และควรหันมาเลือกให้เกียรติประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีมากกว่า
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคประชาชนหยิบยกเรื่องนี้มาโจมตีในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งเป็นเกมการเมือง ทั้งที่ทราบเรื่องมาตั้งแต่เดือน ก.พ. น.ส.รักชนกกล่าวว่า นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จึงอยากขอให้ประชาชนพิจารณาด้วยความเป็นธรรมว่าเป็นการทำงานเกาะติดประเด็นอย่างต่อเนื่อง
"มั่นใจในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคน และเชื่อมั่นว่านายชัยวัฒน์คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งพร้อมที่จะลงแรงและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่" น.ส.รักชนกระบุ
วันเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เปิดพื้นที่รับฟังปัญหาจากตัวแทนสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กทม. ซึ่งประกอบด้วยผู้ค้าจากหลายพื้นที่สำคัญ เช่น ราษฎร์บูรณะ, โบ๊เบ๊, สะพานพุทธ และศรีย่าน นำโดยนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ค้ากว่า 2 แสนราย
ประธานสหพันธ์ฯ และตัวแทนต่างสะท้อนถึงปัญหาว่า ในยุคหลังๆ กติกาการตั้งวางแผงลอยมีความเข้มงวดและปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ทางเท้าในส่วนที่มีความกว้าง 2-3 เมตร ตามกติกาไม่ให้มีการตั้งแผงลอยนั้น ผู้ค้าทุกคนเข้าใจและยอมรับ แต่พื้นที่ทางเท้ามีความกว้าง 5 เมตร แต่ยังถูกยกเลิกการขาย ทำให้ผู้ค้าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ คนใหม่หันมาพิจารณานโยบายที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้าได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่มากขึ้น
นายอนุชากล่าวว่า เข้าใจดีว่าเมื่อคนเดินถนนต้องมาเจอสิ่งกีดขวางเขาก็ลำบาก แต่ต้องมีทางออกที่สมดุล ระเบียบต้องมีไว้เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ แต่การแก้ไขปัญหาต้องโปร่งใส และที่สำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้ผู้ค้าได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจของเขตด้วย
ขณะที่ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 นำคาราวานรถแห่ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตบางเขน บริเวณย่านสะพานใหม่ ตลาดยิ่งเจริญ และต่อเนื่องไปยังพื้นที่เขตสายไหม โดยระบุว่า ถือเป็นย่านเศรษฐกิจและชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แต่ยังคงเผชิญปัญหาหลายด้านที่ประชาชนร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ไฟส่องสว่างในบางพื้นที่ยังไม่ครอบคลุม รวมถึงปัญหาสาธารณูปโภคที่เกิดซ้ำซากและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศแนวทางพัฒนาพื้นที่ ผลักดันการขยายเส้นทางและเพิ่มความถี่ของรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเสนอแผนยกระดับความปลอดภัยของเมืองผ่านการเพิ่มไฟส่องสว่างอัจฉริยะในจุดเสี่ยง จุดเปลี่ยว และเส้นทางสัญจรสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประหาร2อุยกูร์ บึ้มราชประสงค์ จ่อยื่นอุทธรณ์!
ศาลอาญากรุงเทพใต้ประหารชีวิต 2 อุยกูร์ ลอบวางระเบิด “ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์” เมื่อปี 58 ส่งผลชาวบ้านตาย 20 ราย
อังคณา-อัญชนา ชนะคดีIOโจมตี สั่งลบข้อมูล7วัน
"อังคณา-อัญชนา" ชนะอุทธรณ์คดี IO กอ.รมน.โจมตีคุกคาม
เท‘ลดหย่อนภาษี’บัตรคนจน
สยบดรามา! "บอร์ดบัตรคนจน" มีมติไม่ใช้เกณฑ์นำชื่อพ่อแม่มาลดหย่อนภาษี
ดีอีลุยไฟ‘TH-AI’ ยึดหลักใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น‘ไชยชนก’ปัดเอี่ยวบ.เอกชน
"ไชยชนก" ยอมรับกลางวงเปิดรับฟังความเห็นโครงการ “TH-AI Passport” รู้จักเอกชนผู้ชนะโครงการจริง
‘จังโก้’เจ้าภาพต้อง3แต้ม เปิดหัว‘ฟุตบอลโลก2026’
ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง "เวิลด์คัพ 2026" ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จะรูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการในคืนวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของทวีปอเมริกาเหนือ
‘ศุภชัย’คุมกมธ.สอบใช้เงินกู้
"เอกนิติ" นั่งหัวโต๊ะ ไฟเขียวยกเลิกเกณฑ์ภาษีลูกกตัญญู ทำพ่อแม่อดได้บัตรคนจน 11 มิ.ย.นี้ “กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท"

