ตั้งกก.สอบวินัย5บิ๊กสถ.

นายกฯ​ ยันปลัดลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง​ ขรก.สถ.แล้ว​ ชี้เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้ ลั่นไม่มีซูเอี๋ย​ ​ วิ่งเต้น​ ไม่สนหน้าอินทร์​หน้า​พรหม​ ให้รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน ขณะที่ "พิพัฒน์" ยังไม่ตั้งเลขาฯ รมว.คมนาคมคนใหม่ รอ “รัชพงศ์” พิสูจน์ตัวเอง หากบริสุทธิ์พร้อมดึงกลับนั่งตำแหน่งเดิม "ธนนท์" เปิดใจครั้งแรก รับถูกตั้งสอบวินัยร้ายแรงปมสอบท้องถิ่น ย้ำไม่เครียดพร้อมพิสูจน์ความจริง

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า​ มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้งนายปกรณ์​ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์​ ปลัดกระทรวง ได้มารายงานว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคนละส่วนของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มารายงานในส่วนของตนว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง รวมไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ​ (ป.ป.ท.)

"มันตลกดีนะ​ ความผิดยังต้องแยกย่อย เพราะแต่ละความผิดก็จะมีแต่ละหน่วยงานของราชการที่จะไปดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีต่อไป ก็ดีเหมือนกัน อย่างที่ผมเคยบอก ทุกหน่วยงานทำตามขอบเขตอำนาจและหน้าที่ของเขา คู่ขนานกันไป สุดท้ายอย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้น และทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอน เพราะเราใช้แต่ละหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานปราบปรามในการดำเนินคดี"

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมา พบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ เรื่องนี้ตีตราลับมาก ฉะนั้นตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว และต้องมีความโปร่งใส เมื่อถามย้ำว่า ของกระทรวงมหาดไทยมีผู้ที่กระทำความผิดกี่คน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็บอกไปแล้วว่าตีตราลับมาก

เป็นเรื่องที่อุกอาจเหิมเกริม

ซักว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้วหรือยัง นายกฯ ชี้แจงว่า ปลัดกระทรวงได้มารายงานมีการลงนามคำสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้วในช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค.

เมื่อถามว่า เมื่อผลการสอบสวนของแต่ละหน่วยงาน สอบสวนแล้วเสร็จ จะต้องส่งให้คณะกรรมการชุดของนายปกรณ์เพื่อรับบทลงโทษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  คณะกรรมการของนายปกรณ์ทำหน้าที่ในนามสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อุกอาจเหิมเกริม และเป็นที่สนใจของสังคม ฉะนั้นต้องมีคนคอยกำกับดูแลด้านบน​ ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เช่น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการ ป.ป.ท., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, อัยการสูงสุด​

ถามว่า จะต้องให้ผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่นๆ ใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า มันต้องมีขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เราเริ่มแล้ว บางคนก็มีการเรียกให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมาย ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบพยานหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอยที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นจะเป็นการขับเคลื่อนในทุกหน่วยงาน โดยธรรมชาติก็มีการแข่งขันกันเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ส่วนผลการสอบสวนในคณะกรรมการของนายปกรณ์​ จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นายอนุทินเผยว่า ผลการสอบถ้าพลาดไปโดนใครก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขอให้ลองนึกดูว่าหากมองดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีการจ่ายสินบนและให้ค่าตอบแทนในการดำเนินการต่างๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องนำมาเป็นสารตั้งต้นในการนำไปสู่การสอบสวน ซึ่งทุกรูปคดีที่ผิดกฎหมายเริ่มจากตรงนี้ทั้งนั้น  เราก็ต้องยอมรับกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกฎหมู่ ถ้าทำตามอำเภอใจได้ก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา​ ฉะนั้นเราจะต้องทำตามกฎหมาย​ให้มากที่สุด​

รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

ผูัสื่อข่าวถามด้วยว่า ได้มีการวางกรอบระยะเวลาการสอบวินัยร้ายแรงไว้แล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย​ ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ในการวางกรอบและให้นโยบาย

ถามว่า การดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงได้กับคณะสอบสวนชุดนายปกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อย่างที่ตนบอกสมมุติว่า ป.ป.ช.ทำได้เร็วกว่าหน่วยงานอื่น​ หน่วยงานอื่นโดยธรรมชาติก็ต้องแข่งกันทำ

ซักว่า ที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นพฤติการณ์ที่อุกอาจ ได้วางกรอบในการสอบสวนไว้หรือไม่ว่าจะให้จบเมื่อใดอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า​ กรอบมันดีอยู่แล้ว แต่ที่มีปัญหาออกมา ฝีแตกเพราะว่ากรอบถูกล้อมไว้หมด​ แต่กลับไปแหกกรอบ

นายอนุทินกล่าวอีกว่า เรื่องกรอบเวลาเร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้นคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหาไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ก็ทำเต็มที่  ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีมาให้ความมั่นใจ ว่ารัฐบาลเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการของเขาในทุกรูปแบบโดยไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าใครที่ไหน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการที่นายปกรณ์เป็นประธานทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย  พร้อมจัดทำรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และให้รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวตอบคำถามถึงกรณีนายรัชพงศ์ ชูแก้ว อดีตเลขานุการ รมว.คมนาคม ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาแทนแล้วหรือยังว่า ยังไม่คิดจะหา เพราะต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่า  นายรัชพงศ์ซึ่งได้ยื่นใบลาออกและตนได้ยับยั้งไว้แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยืนยันลาออก เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง หากสุดท้ายเขาบริสุทธิ์ เราจะไปยัดเยียดความผิดให้เขาได้อย่างไร และหากเขาบริสุทธิ์จริง ตนก็จะดึงนายรัชพงศ์กลับมานั่งในตำแหน่งเดิม

ยอมรับถูกสอบวินัยร้ายแรง

ขณะที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง กรณีการทุจริตสอบข้าราชการระดับสูง และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) รวมจำนวน 5 คนว่า เรื่องนี้ต้องถามปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่จริงๆ กำหนดครบเวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่วันนี้ยังไม่ได้เจอปลัด จึงยังไม่ได้อัปเดตข้อมูลกัน แต่กระบวนการก็ต้องไปแบบนั้นอยู่แล้ว จะเสร็จเมื่อไหร่ก็เดี๋ยวไปว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีกระแสว่า มีระดับอธิบดี สถ.และรองอธิบดี สถ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยใน 5 รายชื่อ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สอบข้อเท็จจริง ตนยังไม่เห็นรายงานจากปลัดที่แจ้งมา และเดี๋ยวคงส่งมา เป็นกระบวนการที่ปลัดต้องดำเนินการตามปกติอยู่แล้ว มีการสอบคนที่เข้าข่ายว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนจะดำเนินคดีอาญาต่อเนื่องด้วยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการสอบวินัยว่าจะเป็นอย่างไร หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการ

นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เปิดเผยถึงการนับคะแนนสอบข้าราชการท้องถิ่นใหม่ว่า นายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ

กรณีมีข่าวว่า จะมีข้าราชการระดับอธิบดีและรองอธิบดีตัวย่ออักษตัว T ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนั้น นายธนนท์ยอมรับว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เนื่องจากดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการ กสถ. ซึ่งในกระบวนการก็ต้องตรวจสอบ ส่วนจะมีการร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) หรือไม่ นายธนนท์กล่าวว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการอุทธรณ์ แต่พร้อมให้ตรวจสอบ ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่ตั้งคณะกรรมการสอบคือผู้ที่รับผิดชอบในงานสอบ เป็นไปตามข่าว

"พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้ในเรื่องนี้เลย ทำงานอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด โดยพร้อมให้กรรมการสอบ" นายธนนท์กล่าว

มีรายงานว่า สำหรับข้าราชการทั้ง 5 คนจะต้องถูกให้ขาดออกจากตำแหน่งเดิม โดยให้สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น​ โดยทั้ง 5 รายชื่อประกอบไปด้วย ​นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ.,​ นายธนนท์​ พรร​พี​ภา​ส​ รองอธิบดี สถ.​, นายพิชิต ทั้งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี​, น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น​ สถ. และนาย ป.​ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแมตช์‘โปรตุเกส’ชน‘สเปน’ อาจต้องดวลกันถึงฎีกา

เข้าสู่วันที่สามของการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เวิลด์ คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ค่ำคืนวันที่ 6 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย เกมบิ๊กแมตช์ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน พบกับ “ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ฟาดแข้งกันที่ เอทีแอนด์ที สเตเดียม เวลา 02.00 น.