สูตรความสำเร็จ‘โมร็อกโก’ พัฒนาฟุตบอลแบบยั่งยืน

ความสำเร็จของฟุตบอลโมร็อกโกไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่วางต่อเนื่องนานกว่า 15-20 ปี จนหลายประเทศในแอฟริกายกให้เป็น "โมเดลพัฒนาฟุตบอล" ที่ดีที่สุดของทวีป โดยในเวลานี้ขุนพลจากเทือกเขาแอตลาส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2026 เปลี่ยนสถานะของตัวเองจากทีมม้ามืดให้กลายมาเป็น "ทีมแกร่ง" ขณะเดียวกันย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 พวกเขาก็สร้างผลงานชิ้นโบแดง สามารถจบอันดับ 4 ได้อีกด้วย

หลังจากผลงานทีมชาติไม่ประสบความสำเร็จในช่วงทศวรรษ 2000 รัฐบาลโมร็อกโก และสหพันธ์ฟุตบอลตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิดจากการซื้อความสำเร็จ มาเป็นการสร้างระบบ

ภายใต้การสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 มีการลงทุนด้านฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สนามแข่งขัน ศูนย์ฝึก และการพัฒนาเยาวชน จนกลายเป็นนโยบายระดับชาติ

มีการสร้าง Mohammed VI Football Academy สถาบันสอนฟุตบอลภายในประเทศ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2010 คัดเลือกเด็กจากทั่วประเทศอย่างเข้มงวด จากผู้สมัครหลายหมื่นคนเหลือเพียงไม่กี่สิบคนในแต่ละรุ่น ก่อนพัฒนาทั้งฟุตบอล การศึกษา วินัย และการใช้ชีวิตควบคู่กัน

นักเตะชื่อดังหลายคนเติบโตจากที่นี่ เช่น ยุสเซฟ เอน-เนซีรี, นาเยฟ อาเกิร์ด และอัซเซดีน อูนาฮี เป็นต้น ขณะเดียวกันพวกเขายังลงทุนกับโค้ชมากกว่าลงทุนกับนักเตะ โดยโมร็อกโกทุ่มงบประมาณให้กับการอบรมโค้ช การสร้างผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค  เพิ่มเติมหลักสูตรฝึกสอนวิทยาศาสตร์การกีฬา วิเคราะห์ข้อมูลของทีมแบบจริงจัง ทำให้ทีมชาติโมร็อกโกทุกชุด ไล่ตั้งแต่ U-15 ถึงทีมชาติชุดใหญ่ ใช้แนวทางการเล่นเดียวกัน เด็กๆ จึงปรับตัวกับระบบได้ง่ายเมื่อก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีการดึงนักเตะเชื้อสายโมร็อกโกจากยุโรปมาช่วย โดยโมร็อกโกไม่ได้รอให้นักเตะเลือกเอง แต่มีทีมงานติดตามและสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวของนักเตะเชื้อสายโมร็อกโกในฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และสเปน ตัวอย่างคือ อัชราฟ ฮาคิมี, ฮาคิม ซิเยค หรือนุสแซร์ มาซราอุย ซึ่งการผสานนักเตะจากยุโรปเข้ากับผู้เล่นที่เติบโตในประเทศ กลายเป็นจุดแข็งสำคัญของทีม

ขณะเดียวกันพวกเขายังมีลีกภายในประเทศที่แข็งแรง โดยลีกโมร็อกโกเป็นหนึ่งในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของแอฟริกา สโมสรอย่าง วีดัด เอซี, รายา เอซี ได้เป็นตัวแทนระดับสโมสรเข้าแข่งขันในระดับทวีปเป็นประจำ ส่งผลให้นักเตะท้องถิ่นมีมาตรฐานสูงก่อนก้าวสู่ทีมชาติ

โดย โมร็อกโกใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเต็มรูปแบบ ภายในศูนย์ฝึกแห่งชาติประกอบด้วยห้องวิเคราะห์ข้อมูล ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ นักจิตวิทยาการกีฬา ระบบ GPS ติดตามสมรรถภาพของนักเตะทีมชาติ ทำให้การพัฒนานักกีฬาเป็นระบบเหมือนสโมสรชั้นนำของยุโรป

พวกเขาประกาศอย่างชัดเจนว่าฟุตบอลคือ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ และซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลโมร็อกโกมองกีฬาลูกหนังเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ควบคู่กับการเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 (ร่วมกับสเปน และโปรตุเกส) จึงมีการลงทุนมหาศาลในสนามแข่งขันและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกองทุนพัฒนาฟุตบอลที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม OCP

สิ่งที่ทำให้โมร็อกโกประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะมีนักเตะเก่งเพียงรุ่นเดียว แต่เพราะพวกเขาสร้าง "ระบบฟุตบอล" ที่เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ตั้งแต่การค้นหาเยาวชน การพัฒนาโค้ช ลีกอาชีพ วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

สำหรับประเทศไทย หากต้องการยกระดับสู่เวทีโลก บทเรียนจากโมร็อกโกชี้ว่า การลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน คน และระบบ มีความสำคัญกว่าการหวังผลระยะสั้นจากการเปลี่ยนโค้ชหรือใช้นักเตะเพียงไม่กี่คน นี่คือรากฐานที่สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาฟุตบอลไทยได้อย่างมีคุณค่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง