เปิดมติที่ประชุม 307 เสียง สส.เห็นชอบร่างนิรโทษกรรม ส่วนใหญ่เป็นรัฐบาล "อนุทิน-ไชยชนก-แนน" ไม่ปรากฏลงคะแนน ขณะที่ 141 เสียงค้าน มี "อดิศร" จากเพื่อไทยร่วมด้วย เอวังสร้างสันติสุขแต่ยังฟาดกันเรื่อง ม.112 ไม่จบ “กรวีร์" ด่ายับพรรคส้มบิดเบือน ลดมาตรฐานตัวเองจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ส่วน "อภิสิทธิ์" แจงทัวร์ลงผิดป้าย ยันค้านนิรโทษฯ ม.112-คดีทุจริต-คดีร้ายแรง แค่ติดใจเรื่้องเยาวชนควรใช้สิทธิ์ผ่านศาลเยาวชนได้
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 307 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียงนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเอกสารบันทึกผลการลงมติ พบว่า 307 คะแนนเสียงเห็นชอบนั้น ส่วนใหญ่เป็น สส.ซีกรัฐบาลทั้งหมด
โดยกลุ่มใหญ่มาจากพรรคภูมิใจไทย 183 เสียง จาก สส.ทั้งหมด 192 คน โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 งดออกเสียง 1 คน และมี สส.อีก 8 คนไม่ปรากฏการลงคะแนน ซึ่งบางส่วนไม่ได้มาประชุม อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรค, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ในฐานะโฆษกพรรค
นอกจากนี้ เสียงเห็นชอบยังมาจากพรรคเพื่อไทยอีก 66 เสียง จาก สส.ทั้งหมด 74 คน โดยมีนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ สวนมติวิปรัฐบาลโดยโหวตไม่เห็นชอบ ขณะที่มี 7 สส.ไม่ปรากฏการลงคะแนน ซึ่งหมายถึงคนที่ลาประชุม ไม่อยู่ในห้องประชุมหรืออยู่แต่ไม่ลงคะแนน ในจำนวนนี้คือนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ
ส่วนพรรคประชาชาติ 4 สส.ก็โหวตเห็นชอบ ยกเว้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ที่ไม่ปรากฏการลงคะแนน ด้านพรรคกล้าธรรม มี 44 เสียงโหวตเห็นชอบ และ 25 เสียงไม่ปรากฏการลงคะแนน รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และนายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา
'มาร์ค' นำทีมไม่เห็นชอบ
ขณะที่เสียงไม่เห็นชอบ 141 เสียง มาจากพรรคประชาชน 119 เสียง เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นำทีมโหวตไม่เห็นชอบรวม 16 เสียง แต่มี 1 เสียงจากนายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ที่งดออกเสียง และอีก 4 เสียงไม่ปรากฏการลงคะแนน ได้แก่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค, นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ, นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีเสียงไม่เห็นชอบจากพรรคไทรวมพลัง 4 เสียง จาก สส.ทั้งหมด 6 คน และพรรคมิติใหม่ 1 เสียง
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และประธานวิปรัฐบาล โพสต์ข้อความว่า วันนี้พรรคประชาชนออกมาโพสต์กล่าวหาว่า "สส.ฝ่ายรัฐบาลโหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?"
นี่คือการบิดเบือนอย่างน่าเกลียด ข้อเท็จจริงคือ ไม่มีแม้แต่คำเดียวในร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่มีตั้งแต่ต้น ไม่มีการแก้ไขเพิ่ม และไม่มีการลงมติเรื่องนี้เลย นี่ไม่ใช่ความเห็นต่าง แต่มันคือการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ส่วนประเด็นมาตรา 112 ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันหลักการเดิมมาตั้งแต่สภาชุดก่อน คือ ไม่รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนี่ก็เป็นจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยและอีกหลายพรรคการเมืองมาตั้งแต่เริ่มต้น
ส่วนคดีการชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ของคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง กปปส. ปิดสนามบิน หรือเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ เพื่อคลี่คลายบาดแผล ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวมาหลายสิบปี การเอาเรื่องที่ไม่มีอยู่ในกฎหมายมาปะปนกับเรื่องที่มีอยู่จริง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด นั่นไม่ใช่การตรวจสอบ มันคือการโกหก บิดเบือนข้อเท็จจริง
ใครจะรับผิดชอบ
หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ มีประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิด ทางเพจพรรคประชาชนจึงค่อยแก้ไขข้อความภายหลัง คำถามคือ เมื่อความจริงถูกแก้ไขแล้ว ความเข้าใจผิดของประชาชน ใครจะรับผิดชอบ? พรรคประชาชนจะรับผิดชอบการกระทำนี้อย่างไร?? การเมืองตรวจสอบกันได้ โต้แย้งกันได้ เห็นต่างกันได้ แต่การเมืองที่เอาความเท็จมาเป็นอาวุธ เอาการใส่ร้ายป้ายสีมาเป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลทางการเมือง นี่คือวิธีการทำการเมืองแบบใหม่ที่อยากจะทำหรือครับ?
มันไม่ควรเป็นมาตรฐานของพรรคการเมืองที่อ้างว่าตัวเองมีมาตรฐานสูงส่ง หากจะยกระดับการเมือง ต้องยกระดับมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ลดมาตรฐานของตัวเองจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้
ปล. หลังจากแก้ไขข้อความในเพจแล้ว อยากรู้นะครับว่าทางพรรคประชาชนจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร??
ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงตอบโต้พรรคประชาชน กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ‘ด่วน สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 ล้มเลือกตั้งแต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?' ว่า แม้ภายหลังพรรคประชาชนจะแก้ไขข้อความนี้ไปแล้ว แต่การโพสต์แบบนี้ ขอถามว่า ต้องเรียกว่าเฟกนิวส์หรือไม่ ทั้งๆ ที่ในสภาฯ ท่านก็ร่วมอภิปราย และสิ่งที่วุฒิสภาพิจารณาก็เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาแล้ว และพรรคประชาชนเป็นถึงพรรคที่ได้อันดับ 2 ของประเทศ แต่โพสต์ข่าวในเพจของตัวเองแบบนี้ มันบ่งบอกถึงมาตรฐานที่ควรจะมีของพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
เขาบอกว่า จะเป็นการชี้แจงครั้งสุดท้าย เพราะเบื่อมากกับการที่จะต้องมานั่งตอบคำถามสื่อว่า คดีฮั้ว สว. วุฒิสภาได้ไปรับรองแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร ขอบอกว่าการนิรโทษกรรม การได้มาซึ่งวุฒิสภา หรือที่ประชาชนเรียกว่า ฮั้ว สว. ไม่เป็นความจริง เพราะฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีอยู่แล้วในร่างเดิม เพื่อเป็นการเยียวยากรณีในอดีต เช่น การปิดหน่วยเลือก ฉีกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เสนอเข้าสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.2567 เป็นเวลาก่อนที่จะมีการเลือกวุฒิสภาชุดนี้ และเกิดก่อนที่จะเลือกตั้ง สว.ถึง 4 เดือน ซึ่งตนเป็นคนปรับปรุงถ้อยคำเพิ่มเติมให้มีความชัดเจน ว่าต้องไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยทุจริต ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ
เดี๋ยวนี้ผมเรียกลัทธิส้ม
นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนอภิปรายในส่วนมาตรา 11 ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งเยาวชน เหตุผลไม่มีอะไรมาก ถ้าเราทำกฎหมายนี้แล้วยกเว้นมาตรา 112 ให้กับเยาวชน เรากลัวว่านี่คือบรรทัดฐานที่คนบางกลุ่ม ลัทธิบางลัทธิ เอาเรื่องนี้ไปเสี้ยมหรือสอนเยาวชน ให้เกิดการต่อต้านสถาบัน ดูหมิ่นสถาบัน ตนกลัวมากๆ ถ้าเราไม่เขียนให้ชัดแบบนี้แล้วมันจะเกิดความผิดกับเยาวชน ซึ่งตนเสียดายมากกับสิ่งที่เกิดกับเยาวชนที่ผ่านมาช่วงหลังปี 2562 จากการชุมนุมต่างๆ เอาเรื่องสถาบันไปเกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องแยกแยะก่อนว่าวันนี้การเมืองก็คือการเมือง สถาบันการปกครองก็คือสถาบันการปกครอง ไม่เกี่ยวกัน แต่มีลัทธิหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามที่จะให้เกี่ยวข้องกัน ถ้าเราไม่เขียนแบบนี้ ขอบอกเลยว่าจะมีคนใช้ช่องทางนี้ไปเสี้ยมหรือสอนเยาวชนดูหมิ่นสถาบันได้ เราจึงต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน
“เมื่อก่อนผมเรียกระบอบส้ม เดี๋ยวนี้ผมเรียกลัทธิส้ม ไม่เน้นข้อเท็จจริง ไม่เน้นข้อกฎหมาย เน้นยอดไลก์ยอดแชร์ ถามจริงๆ ทำไปเพื่ออะไร ดังนั้นต้องขอให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่ท่านโพสต์มีเจตนาอย่างไร จะขอโทษก็ได้ ผมไม่สนใจหรอก แต่ขอให้มาชี้แจง ไม่ใช่เงียบ” นายพิสิษฐ์กล่าว
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า มันไม่ถึงขั้นเฟกนิวส์ ลองฟังดู ไล่ดูว่าตัวบัญชีแนบท้ายนั้นเปิดช่องเอาไว้ในการที่จะนิรโทษกรรมคดีจาก พ.ร.ป.เลือกตั้ง สว.ได้ เพียงแต่จะมีห้อยท้ายว่า ไม่ครอบคลุมคดีที่เป็นคดีทุจริต แล้วเรื่องคุณสมบัติ แต่เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคตนั้นคดีฮั้ว สว. จะถูกเป่าให้กลายเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงภายหลังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม จนโซเชียลแห่ทัวร์ลงบนโลกออนไลน์ว่า ตนสนับสนุนการนิรโทษกรรมเยาวชนในคดีอาญามาตรา 112 ว่า จริงๆ หากใครยังมีข้อสงสัย ตนก็อยากให้ไปฟังคำอภิปราย เพราะมีปัญหา 2 ส่วน ที่เห็นคือบางคนไม่ได้ฟัง และฟังกับคนอื่น แต่เข้าใจผิด และจงใจให้เกิดความเข้าใจผิด
'มาร์ค' แจงเห็นใจเยาวชน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำเหตุผลถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภาว่า เพราะเป็นเรื่องของเยาวชน และไม่ใช่เรื่องของการนิรโทษกรรม ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นนั้น เดิมสภาผู้แทนราษฎรเคยเห็นชอบกรณีที่เยาวชนไม่ได้นิรโทษกรรม ซึ่งไม่ได้รับอยู่แล้ว หากกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีสิทธิ์ที่จะร้องขอเพื่อทำแผนบำบัดฟื้นฟู ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ศาลเยาวชนมีอำนาจนี้ แต่ไม่ได้มีกระบวนการพิเศษที่จะร้องขอ จนนำไปสู่การให้กรรมการตามกฎหมายนิรโทษกรรมดำเนินการ ตนจึงมองว่าการไปปิดกั้นช่องทางนี้ไม่ได้เป็นการเสริมความเข้มแข็งของสถาบัน หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน และเงื่อนไขที่ตนสนับสนุนนั้น เยาวชนจะต้องร้องขอ หากไม่ร้องขอ ก็ถือว่าดำเนินคดี และการร้องขอนั้นก็ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าอยากเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตนจึงตั้งคำถามว่า ไปปิดช่องทางนี้ทำไม ซึ่งตนทราบดีว่าสภามีความเห็นที่หลากหลาย แต่การปิดช่องทางนี้ไม่ได้แก้ปัญหาความสัมพันธ์ของเยาวชน
ส่วนประเด็นการเพิ่มกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.ไว้ในบัญชีแทบท้ายของกฎหมายนิรโทษกรรม และมีการระบุจะไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า มีคดีใดที่เกิดขึ้นตามกฎหมายนี้ และบางความผิดตามกฎหมายนี้ เช่น กรณีที่คนของพรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. แต่อาจถูกตีความว่าเป็นการกระทำผิดที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ทุจริต ซึ่งแปลว่าจะได้รับนิรโทษกรรมด้วย และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใครก็ตามที่อยู่ในพรรคการเมืองนั้น และมีส่วนลงมติ ก็ถือว่า กระทำผิดรัฐธรรมนูญด้วย เพราะถือว่ามีส่วนได้เสีย
สำหรับคนที่รอคอยประโยชน์การนิรโทษกรรมนั้น นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นใจ และไม่ได้คัดค้านกฎหมาย แต่เห็นว่า 2 ประเด็นดังกล่าวนั้น กรรมาธิการร่วมฯ อาจพิจารณาคลี่คลายได้ในระยะสั้น และพรรคไม่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงหลักการการนิรโทษกรรมเพื่อสร้างสันติสุขควรเกิดขึ้น แต่จะต้องไม่รวมคดีทุจริต, ม.112 และคดีร้ายแรง
ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยสาเหตุที่ไม่ลงมติร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ว่า ตนเองเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงไม่ได้ลงมติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สเปน’เปิดเกมรุกเต็มที่ หวังปิดบัญชี‘เบลเยียม’
เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ค่ำคืนวันที่ 10 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 11 กรกฎาคม
คลังชงยกเครื่อง เกณฑ์บัตรคนจน ส่งเสียพ่อ-แม่ได้
"คลัง" ปักธง 14 ก.ค.นี้ ชง ครม.ยกเครื่องเกณฑ์โครงการบัตรคนจน
ไทยผนึกมาเลย์ ลุยการค้าลงทุน ดับไฟชายแดน
ไทย-มาเลเซียชื่นมื่น “อนุทิน” โชว์เป่าแซ็กโซโฟน เพลง My way ด้าน “อันวาร์”
‘มศว’ปูดสถ.จุ้นผลสอบ
"อนุทิน" ลั่นคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่มีประนีประนอม ทุกหน่วยแข่งกันทำงาน
ใช้เงินทุกบาทคุ้มค่า นายกฯขอบคุณศาลไฟเขียวพรก.กู้4แสนล้าน/ฝ่ายค้านคาใจ
ศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเยียวยาช่วยเหลือประชาชน มติ 7 ต่อ 2
หนูจ่อคุยวันนอร์ ไม่ยุบ‘กอ.รมน.’ ทบ.โต้ไร้ฐานIO
นายกฯ ย้ำไม่ยุบ กอ.รมน.แน่นอน เพราะเป็นกลไกของรัฐบาล ประสานกองทัพดูแลความมั่นคง-ทุกข์สุขประชาชน

