“อนุทิน” รับทราบจับ 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ลั่นฟันไม่เลี้ยงไม่ว่าเป็นใคร สั่งสแกนเข้มทีมงานรัฐมนตรี ซัดบ้าไปแล้วตั้งคณะทำงาน 20-30 คน แบบนี้ไม่ต้องเป็น “พัฒนา” รีบปัดเจอหน้าแค่หนเดียว “ปกรณ์” ขึงขังล้างบางให้จบสิ้น ปลัด มท.ให้ติดตาม 15 ก.ค.นี้สรุปผลกว่า 5,000 รายได้ไปต่อหรือไม่ “ผบช.ก.” คาดพุธนี้ “นายกฯ” นำแถลงคดี จัดหนักความผิดทั้ง “อั้งยี่-ซ่องโจร-ลักทรัพย์-ปลอมแปลงเอกสารราชการ-คอมพิวเตอร์” ตำรวจหิ้ว “ศตพร” ฝากขังผัดแรก บรรยายพฤติการณ์โกงยิบ
เมื่อวันอังคารที่ 14 ก.ค.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) จับกุมจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นายอัศวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาว ดร.วิน 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจแล้ว ตอนนี้ให้ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นและดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องแถลงข่าวแล้ว เพราะจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้แล้ว
เมื่อถามว่าจะต้องคัดกรองทีมงานรัฐมนตรีหรือไม่ หลังพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาเคยเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ได้กำชับว่าเวลาจะแต่งตั้งใครให้เป็นตำแหน่งหลัก เป็นตำแหน่งรอง หรือตำแหน่งที่ปรึกษา จากนี้ต้องคัดกรองให้เต็มที่ โดยจะให้ผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีปัญหาสักคน ต้องยึดข้อมูลในขณะนั้น
เมื่อถามถึงกรณีชื่อคนที่อยู่ในกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับแกนนำในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกฯ กล่าวว่า หากเกี่ยวข้องกับใคร ก็โดนหมด ยิ่งถ้าเป็นคนของพรรคก็ไม่มีเว้น หากโดนตนเองหรือโดนใครก็ต้องจัดการตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดี
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะไปตอบแทนบุญคุณใคร ทุกคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ มีตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะประชาชนเลือกมา ฉะนั้นเจ้าบุญคุณทั้งหลายในอดีตก็กองไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณตรงนี้ เพราะว่าผมเป็นคนตั้ง ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณใคร รัฐมนตรีก็ไม่สามารถแต่งตั้งใครด้วยความเกรงใจหรือเป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้ว ยังมาตั้งทีมคณะทำงานที 20-30 คนบ้าแล้ว“ นายกฯ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงจะมาถึงนายกฯ นายกฯ อนุทินกล่าวว่า ก็กังวล พวกรัฐมนตรีทั้งหลายมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ทำไมต้องมีคณะทำงานและที่ปรึกษาอะไรเยอะแยะ ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ต้องเป็น
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายวิน ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะทำงานของนายพัฒนาว่า เป็นคณะทำงานเมื่อช่วงเดือน ต.ค.2568 แต่ไม่ได้รู้จักมาก่อน เพราะทีมงานแจ้งว่า นายวินเคยมาทำงานในหลายส่วน เคยเป็นคณะกรรมการต่างๆ จึงแนะนำกัน และที่ผ่านมาในรัฐบาลที่แล้วมีระยะเวลาสั้น เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง เคยเจอกันครั้งเดียวตอนมาแนะนำตัว
“ยืนยันว่ากรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นสอบสวนได้อย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักกัน คนอื่นไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี รวมถึงทีมงานอื่นๆ จากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ จะไม่มีการแทรกแซงแน่นอน ขอให้สบายใจ” นายพัฒนากล่าว
ในเวลา 13.30 น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 โดยนายปกรณ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปรายงานความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต
ปกรณ์ขึงขังล้างบาง
“คนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะตั้งใจมาโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ ทุกคนมุ่งหวังที่จะล้างบางมันซักที ให้มันจบๆ ไปในเรื่องนี้” นายปรณ์กล่าว และว่า ผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกฯ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะมีประเด็นที่ต้องทำต่อ ข้อมูลอาจจะรั่วไหล
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเรื่องการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น โดยมีหน้าที่ทำให้เกิดข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไรกันแน่ จึงได้วางกรอบแนวคิดไว้ 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือขั้นตอนการเตรียมการสอบ การอะไรขึ้นในกระบวนการ มีข้อเท็จจริงอะไรเกิดขึ้นบ้าง ขั้นที่ 2 คือ ในระหว่างการสอบ การแบ่งกลุ่ม การจัดสถานที่ การแจกข้อสอบ การทำข้อสอบ การนั่งคุมข้อสอบ มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนและกระบวนการนี้อย่างไร และขั้นตอนที่ 3 สุดท้าย คือขั้นตอนหลังการสอบ ทั้งการประมวลผลการสอบ การตรวจข้อสอบ มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขคำตอบ เรื่องคะแนนสอบ เป็นหน้าที่ที่จะต้องนำข้อมูลต่างๆ มาประกอบ
เมื่อถามว่า ตำรวจได้รับข้อมูลครบถ้วนเพื่อใช้ในการสอบสวนใช่หรือไม่ ผบ.ตร.ยอมรับว่า ได้มาพอสมควร แต่ยังมีประเด็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อนขณะสอบและหลังสอบอีกหลายเรื่อง โดยในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้จะเดินหน้าเร่งรัดดำเนินการ
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงระดับพรรคการเมือง นายกฯ กำชับอะไรหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า นายกฯ กำชับอย่างเดียวคือให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมและตรงไปตรงมา ส่วนจะไปเชื่อมโยงกับใคร คิดว่าวันข้างหน้าก็คงจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง ซึ่งเราคงไม่ชี้หนึ่งชี้สองใครผิดใครถูก แต่ขอให้ข้อเท็จจริงออกมาก่อนจึงมองออก
ระทึก 15 ก.ค.ลงดาบ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 15 ก.ค. คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) นัดประชุม และเมื่อมีผลอย่างไรก็จะส่งไปยังกองกลาง ซึ่งเป็นคนตัดสินสุดท้าย อำนาจอยู่ที่กองกลาง ซึ่งหากกองกลางมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือทุจริต ต้องมีมติเพิกถอนการบรรจุ
เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหาถูกฟ้องกลับใช่หรือไม่ หากผู้ที่ถูกเพิกถอนบริสุทธิ์ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเรา การทำหน้าที่ก็ต้องมีปัญหาตลอด แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุบอกว่า ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้
เมื่อถามว่า จำนวนข้าราชการที่บรรจุไปแล้วและพบความผิดปกติเรื่องของคะแนน ที่จะส่งให้คณะกรรมการกลางเพิกถอนมีจำนวนเท่าไหร่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ก็อย่างที่บอกกว่า 5,000 คน
ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ระบุว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดได้มีการบรรจุและแต่งตั้งผู้ทุจริตแก้ผลคะแนนสอบในการสอบเข้ารับราชการเป็นพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นอันยุติได้ความว่า บุคคลนั้นทุจริตผลคะแนนสอบ จนได้รับบรรจุและแต่งตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นสามารถดำเนินการให้บุคคลที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งอันเกิดจากการโกงคะแนนสอบออกจากราชการได้ทันที
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า ว่าเป็นเรื่องของกระบวนการทางราชการก็ว่ากันไป ซึ่งมีระเบียบกฎหมายอยู่แล้ว ว่าต้องทำภายใน 120 วัน
ด้านการขยายผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหานั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า ผู้ต้องหาหลักทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมตัวเมื่อวานนี้ มีบทบาทเป็นผู้วางแผนและรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นเพื่อเข้าไปแก้ไขข้อมูลในไฟล์กระดาษคำตอบ ณ บริษัทของจ่าพิชิตในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิด แม้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาจะยังคงไม่ให้ความร่วมมือก็ตาม และในสัปดาห์หน้าเตรียมออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 11 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจ บก.ปปป.ตรวจพบขณะกำลังลงมือแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบภายในบริษัทดังกล่าว มาแจ้งข้อกล่าวหาใน 3 ฐานความผิด ได้แก่ 1.ความผิดฐานอั้งยี่และซ่องโจร 2.ความผิดฐานลักทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารราชการ และ 3.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ยังกล่าวว่า ในวันที่ 15 ก.ค. นายอนุทินอาจมาเป็นประธานในการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว น.ส.ศตพร หรือจ๋า ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขังเป็นคนแรก โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม แต่ น.ส.ศตพรไม่ตอบคำถามใดๆ โดยใช้มือปิดบังใบหน้าที่สวมหน้ากากอนามัย
ร่ายยิบกลโกงสอบ
สำหรับคำบรรยายพฤติการณ์แห่งคดีนั้นระบุว่า ในเดือน ม.ค.2569 นายพิชิตได้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมาเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารในการแก้ไขคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบให้ผู้ที่จ่ายเงินให้กลุ่มผู้ต้องหาเพื่อให้เป็นผู้สอบผ่านข้อเขียน โดยนายพิชิตจะส่งไฟล์ที่เป็นคะแนนของผู้สอบมาให้ทำการแก้ไข โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ คะแนนสอบภาค ก. แก้ไขให้ผ่านเกณฑ์การสอบ และภาค ข. แก้ไขให้ตรงกับที่นายพิชิตแจ้งมาให้แก้ไข ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 3 มิ.ย. นายพิชิตได้แจ้งนายฉัตรพิศุทธิ์ให้ไปพบนายวินที่บริษัท เพื่อพูดคุยเรื่องการแก้ไขกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ ก่อนที่นายวินจะแจ้งให้ทำเครื่องหมายสีแดงลงในกระดาษตามที่เคยคุย และจะมี น.ส.ศตพรเป็นผู้ส่งฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบของผู้สมัคร
ต่อมา น.ส.ศตพรส่งฮาร์ดดิสก์ให้นายฉัตรพิศุทธิ์ในวันที่ 7 มิ.ย. เพื่อทำการแก้ไขข้อมูล ก่อนที่นายพิชิตจะตั้งกลุ่มไลน์ KEYS เพื่อใช้ส่งข้อมูลแก้ไขเครื่องหมายสีแดง และใช้สื่อสารกันในการแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบ บุคคลที่อยู่ในบริษัท สามเมือง 22 ราย ทำการแก้ไขและปลอมเอกสาร จะทำการพิมพ์กระดาษคำตอบเปล่าออกมา และเจาะรูเพื่อนำเฉลยมาทำกับสำเนากระดาษคำตอบของผู้สมัครที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน แล้วทำเครื่องหมายสีแดงลงในกระดาษคำตอบ เพื่อแก้ไขคะแนนแล้วนำไปสแกนเป็นไฟล์ภาพ บันทึกไว้กับฮาร์ดดิสก์ แล้วส่งกลับไปให้นายวินหรือ น.ส.ศตพร และต่อมาในวันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นายฉัตรพิศุทธิ์กับพวกกำลังแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.เข้าตรวจค้นบริษัท สามเมือง และพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเอกสารดังกล่าว
จากการสืบสวนพบขบวนการทุจริตแก้ไขข้อมูลการสอบบรรจุข้าราชการ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอนเพื่อกระทำผิดกฎหมายอาญา ดังนี้ 1.กลุ่มผู้สั่งการ ประกอบด้วย นายพิชิต เจ้าของบริษัท สามเมือง เจริญรุ่งเรือง จำกัด ซึ่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการหลัก โดยทำหน้าที่สั่งการและส่งไฟล์ Excel ที่มีรายชื่อผู้สมัครที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งและคะแนนที่ต้องการแก้ไขให้แก่นายฉัตรพิศุทธิ์และพวก เพื่อให้แก้ไขกระดาษคำตอบให้ตรงกับรายชื่อที่ประกาศไว้ และสั่งการให้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อสั่งงาน
2.กลุ่มบริหารจัดการ จัดหาและรับ-ส่งมอบ External Harddisk ที่บรรจุไฟล์เฉลย กระดาษคำตอบ รายชื่อ และคะแนน เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และแก้ไขด้วยการทำเครื่องหมายสีแดงในช่องคำตอบเพื่อเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยมีการติดต่อกับนายวินที่บริษัท ทริปเปิ้ล คอร์ปอเรท จำกัด จ.นนทบุรี เพื่อวางแผนการทุจริต และ 3.กลุ่มปฏิบัติงาน เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ชื่อ KEYS ทำหน้าที่รับ-ส่งข้อมูลและแก้ไขมาร์กสีแดงในภาพกระดาษคำตอบ และ 4.กลุ่มทำหน้าที่ในการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม กระดาษ และสิ่งของอุปโภคบริโภค
จากการสืบสวนสอบสวน พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหากับพวกมีมูลความผิดทางอาญาเกิดขึ้นและมีพยานหลักฐานตามสมควรเชื่อได้ว่า นายพิชิต นายวิน และ น.ส.ศตพร กับพวกที่เกี่ยวข้องได้รวมตัวเป็นคณะและสมคบกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำผิดกฎหมายอาญา กระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำในการสั่งการ การจัดหาบุคคล การลักลอบเอาข้อมูลไฟล์คะแนน ไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบที่ปรากฏข้อความด้วยความหมายเป็นเอกสารของทางราชการ อันเป็นข้อมูลความลับของทางราชการของการสอบแข่งขันบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 นำมาเปิดเผยและนำเอามาแก้ไขคะแนนในระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขในกระดาษคำตอบด้วยการทำมาร์กสีแดง อันเป็นการแก้ไข เปลี่ยนแปลงเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และปลอมเอกสารราชการ มีการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการทำงาน มีวิธีการแก้ไขและการบริหารสั่งการการทำงาน มีการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม กระดาษ และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยใช้บริษัท สามเมือง เจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด เป็นสถานที่หลักในการปฏิบัติการของกลุ่มผู้ต้องหา นายพิชิตกับพวกย่อมรู้และมีส่วนร่วมในขบวนการ และได้รู้ถึงวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายรวมกันที่กระทำผิดกฎหมายอาญา กระทำโดยทุจริต แสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน
'ศตพร' นอนคุก
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอศาลอาญาออกหมายจับ น.ส.ศตพร ก่อนจับกุมตัวและแจ้งข้อหา ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมตัวตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ให้ทราบ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสิ่งของตรวจยึด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นนั้นออกเปิดเผย และโดยทุจริตร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงขอฝากขังครั้งเเรกผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ถึง 25 ก.ค.2569 พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหากระทำความผิดหลายคน ทำเป็นขบวนการ การกระทำกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน กระทำต่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนหลายฝ่าย มีความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลบหนี หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ โดย น.ส.ศตพรยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาเเล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องนำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
วันเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมรับทราบสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวมต่อ มาตรการป้องกันการทุจริต กรณีการรับและให้สินบนตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้ ป.ป.ท.ส่งข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้ประกอบการติดตามและขับเคลื่อนมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง โดยมุ่งใช้เทคโนโลยี การเปิดเผยข้อมูล และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีสากล” น.ส.ลลิดากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
TH-AIPassportทะลุ5แสน อนุทินลั่นไม่ไร้ค่าเฮงกะบ๊วย
เปิดลงทะเบียน TH-AI Passport วันแรก ทะลุ 5 แสน "อนุทิน” โอ่เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ไม่ใช่โครงการเฮงกะบ๊วย
ปลื้มเยือนออสซี่วินวิน2เด้ง
ยิงสลุต 19 นัด! ต้อนรับ “นายกฯ อนุทิน” เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
น่านอ่วม!เร่งอพยพ
"นายกฯ" ร้อนใจข้ามประเทศภัยน้ำท่วมน่าน ต่อสายตรง "ดร.เชน"
โรมไล่บี้‘กุนซือหนู’ แฉโยงโกงสอบท้องถิ่น รบ.เย้ยมีผลงานโดนตี
“ศาล รธน.” สั่งสำนักงานศาลฯ ศึกษาข้อมูลปมบาร์โค้ดเพิ่ม เตรียมไต่สวน 26 ส.ค.
'อนุทิน' ปลื้มคนไทยแห่ลงทะเบียน TH-AI Passport ชี้เสียงวิจารณ์ทำโครงการล่าช้า
“อนุทิน” ลั่น TH-AI Passport เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ย้ำไม่ใช่โครงการไร้ค่า ชี้ยอดลงทะเบียนสะท้อนความต้องการจริง
ภท.ปัดสนิทวิทยา ตั้งกก.สอบปมโอ๋
“ภราดร” ข้องใจ “ฝ่ายค้าน” เล็งซักฟอก “รัฐบาล” ปมทุจริต

