เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบตัดเชือก หรือ 4 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 โดยคู่ที่ 2 เป็นการดวลกันระหว่างทีมขวัญใจมหาชน “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ พบกับแชมป์เก่าและอดีตแชมป์ 3 สมัยอย่าง “ฟ้าขาว” ทีมชาติอาร์เจนตินา ฟาดแข้งกันที่ เมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดียม ค่ำคืนวันที่ 15 กรกฎาคม หรือเช้าตรู่วันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 02.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งทางโมโนแม็กซ์ สปอร์ต หมายเลข 29 ถ่ายทอดสดให้ชมกันแบบฟรีๆ เช่นเคย
อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล ผ่านด่านนอร์เวย์มาแบบหืดจับ ต้องเหนื่อยถึง 120 นาทีกว่าจะเอาชนะคู่แข่งมาแบบหวุดหวิด 2-1 โดย จูด เบลลิงแฮม สวมบทฮีโร่ ทำคนเดียวสองประตู โดยเฉพาะลูกสำคัญในช่วงต่อเวลาพิเศษ พาทีมเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ
ส่วนผลงานของพวกเขาก่อนหน้านี้ถือว่าเหนื่อยพอสมควร เพราะกว่าจะผ่านคู่แข่งได้แต่ละด่านนั้นไม่ง่ายเลยสักนัด รอบ 32 ทีมสุดท้ายคัมแบ็กเฉือนดีอาร์ คองโก 2-1 จากการตกเป็นรองไปก่อน ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็เหนื่อยลมแทบจับ กว่าจะเฉือนเจ้าภาพ เม็กซิโก 3-2 ในเกมสุดดรามา เพราะ “สิงโตคำราม” ต้องเหลือ 10 คน
สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน จาเรลล์ ควอนซาห์ ที่ติดโทษแบนอีกหนึ่งนัด จากการถูกใบแดงแมตช์ดวลเม็กซิโก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ข้อมือแตกจากป้ายโฆษณาข้างสนามหล่นใส่ ก็ไม่สามารถลงเล่นได้เช่นกัน แต่นักเตะตัวหลักคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า โดยเกมนี้ แฮร์รี เคน จะยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าตามเดิม โดยมี จูด เบลลิงแฮม, แอนโทนี กอร์ดอน และบูกาโย ซากา สนับสนุนเกมรุก ส่วนแผงมิดฟิลด์ต้องรอเช็กฟิต ดีแคลน ไรซ์ ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าลงไม่ได้อาจเป็นหน้าที่ของ รีซ เจมส์ หรือค็อบบี เมนู ที่จับคู่แดนกลางกับเอลเลียต แอนเดอร์สัน ขณะที่ 4 แนวรับ ประกอบด้วย เออร์ซี คอนซา, จอห์น สโตนส์, มาร์ก เกฮี และนิโค โอไรล์ลี
ทางฝั่ง อาร์เจนตินา ของกุนซือลิโอเนล สกาโลนี รอบน็อกเอาต์ที่ผ่านมาไม่มีนัดไหนที่ผ่านมาโดยง่าย เริ่มตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ต้องเหนื่อยถึง 120 นาทีกว่าจะเฉือนชนะเคปเวิร์ด ชาติที่เปิดซิงบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกด้วยสกอร์ 3-2 ต่อด้วยการพลิกนรกโกงความตายจากการตกเป็นรองอียิปต์ 0-2 กลับมาเอาชนะ 3-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ส่วนการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น อาร์เจนตินาก็ต้องเหนื่อยถึง 120 นาที โดยเสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ในเวลา 90 นาที ก่อนที่จะเล่นได้ง่ายขึ้นเมื่อคู่แข่งเหลือ 10 คน จากการโดนไล่ออกของบรีล เอ็มโบโล ที่ไปจงใจพุ่งล้ม ซึ่งถูกจับภาพโดย VAR และมาได้สองประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษจาก ฮูเลียน อัลบาเรซ กับเลาตาโร มาร์ติเนซ เฉือนทีมจากแดนนาฬิกาแบบหืดจับ 3-1
คู่นี้ถือว่าน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะทั้งคู่มีเรื่องให้พูดถึงค่อนข้างเยอะในหลายๆ เกมที่ต้องมาดวลกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ “หัตถ์พระเจ้า” ที่ ดิเอโก มาราโดนา ใช้มือชกฟุตบอลเข้าประตู เขี่ยอังกฤษตกรอบในฟุตบอลโลก 1986 หรือในเวิลด์ คัพ 1998 รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ เดวิด เบ็กแฮม โดนใบแดงแบบสุดดรามา หลังมีการปะทะคารมกับดิเอโก ซิเมโอเน จน “สิงโตคำราม” พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ และตกรอบ รวมถึงฟุตบอลโลก ในปี 1966 ที่ครั้งนั้นถูกเรียกว่า “การปล้นแห่งศตวรรษ” โดย อังกฤษเฉือนชนะอาร์เจนตินา 1-0 ซึ่ง อันโตนิโอ รัตติน กัปตันทีมอาร์เจนตินา ถูกไล่ออกจากสนามจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันกับผู้ตัดสิน แต่เขาปฏิเสธเดินออกจากสนาม จนตำรวจต้องมาพาตัวออกไป ถือเป็นจุดกำเนิดของการแจกใบเหลือง-แดงในฟุตบอลยุคปัจจุบัน
ดูแล้วเกมนี้อังกฤษมีฟอร์มการเล่นที่ดูดีกว่าเล็กน้อย แต่อย่าลืมว่า อาร์เจนตินาคือทีมที่ไม่ได้มีฟอร์มการเล่นโดดเด่นเท่าไหร่ในแต่ละเกม แต่พวกเขามักจะมีไม้ตาย หรือทีเด็ด เอาไว้ใช้เขี่ยคู่แข่งตกรอบเสมอ โดยเฉพาะทีเด็ดจากลิโอเนล เมสซี จอมทัพตัวเก่ง คู่นี้อาจได้ลุ้นกันยาวๆ จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และอาจได้ดูกันจนถึงดวลจุดโทษตัดสิน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.ยธ.ปัดแกล้งภาวุธ จับโค้ชเจมส์แก๊งForex
"ดีเอสไอ" รวบ “โค้ชเจมส์” คาสนามบินสุวรรณภูมิ ตามหมายจับฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพ์-ฉ้อโกง ปชช. หลังเป็น IB โยงคดีฟอเร็กซ์
เคาะเกณฑ์ใหม่บัตรคนจน
ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ "บัตรคนจน" ยกเลิกเงื่อนไขลด
30วันล้อมคอก/ดับพุ่ง31ศพ
“นายกฯ” นำ ครม.ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ สั่งตรวจสอบสถานบริการทั่ว ปท.
โละ5พันพ้น‘ขรก.’ กสถ.ฟันโกงสอบท้องถิ่น นายกฯสั่งสแกนทีมรมต.
“อนุทิน” รับทราบจับ 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ลั่นฟันไม่เลี้ยงไม่ว่าเป็นใคร

