
"อนุทิน" เกทับซักฟอกไม่ใช่ข่าวใหม่ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นปีละครั้ง คุยลั่นตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย ไม่ต้องเก็งข้อสอบเพราะทำงานทุกวัน ปฏิเสธไม่เกี่ยวฮั้ว สว. เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลเข้มแข็ง "เท้ง" ชี้รัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้องพยายามใช้อำนาจต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้น
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ หน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ โดยนายอนุทินย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า มันเป็นข่าวใหม่เหรอ เราก็ทราบอยู่แล้วว่าในสมัยประชุมสภาฯ ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาได้ปีละ 1 ครั้ง ตามมาตรา 152 ซึ่งเป็นการอภิปรายแบบลงมติ และมาตรา 151 แบบไม่ลงมติ ดังนั้นเราต้องเคารพในสิทธิและหน้าที่ที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำจะเอาผลงานที่ไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการพูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย และเราพูดคุยกันแทบจะทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เราก็ทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่แล้ว และทุกคนก็ทราบว่าในการเปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 25 ส.ค.นี้ เรามีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และมีเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ ที่จะต้องเข้าสภา นอกจากวาระการประชุมประจำแล้ว ถือเป็นหน้าที่ของ สส.ฝ่ายตรวจสอบที่จะดำเนินการอะไรก็ได้
เมื่อถามว่า มีการเก็งข้อสอบอย่างไรบ้าง นายกฯ ตอบว่า เราทำงานทุกวัน รัฐบาลทำงานทุกวัน รัฐมนตรีทำงานทุกวัน เพราะฉะนั้นใครถามอะไรมาก็ไม่ต้องเตรียมหรือเก็ง เพราะคนที่ทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบใดๆ ก็ตาม เมื่อถูกซักถามเขาก็ต้องตอบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอซักฟอก เหมือนที่ตนกำลังตอบผู้สื่อข่าวอยู่ตอนนี้ ถามอะไรมาก็ตอบได้หมด
ถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้รัฐบาลจะผ่านฉลุยอย่างแน่นอน นายอนุทินยืนยันว่า เราต้องมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน
ซักว่านายณัฐพงษ์ระบุว่าจะมีเรื่องคดีฮั้ว สว.ด้วย มองว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยวครับ รัฐบาลหรือพรรคการเมืองทุกพรรคไม่น่าจะมีส่วนร่วมใดๆ ทั้งสิ้นในการได้มาของ สว. มันเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านมีการปล่อยข้อมูลในโลกโซเชียล มองเรื่องนี้อย่างไร นายกฯ ระบุว่า ก็อย่างนี้ไงโลกโซเชียลถึงต้องมีงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่าอย่าไปเชื่ออะไรในโซเชียลให้มาก ต้องคอยกลั่นกรอง พินิจพิเคราะห์ พิจารณา
เมื่อถามว่า จะมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านมาโหวตให้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า "ผมไม่ได้คิดตรงนั้น เสียงของรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"
ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล
นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ว่า เราไปเจอกันในงานศพของคนที่เราเคารพนับถือ ไม่ใช่ไปเจอกันในบรรยากาศที่ชื่นมื่นสนุกสนาน พูดคุยพบปะกันแสดงความเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสนัดพบกับนายทักษิณในโอกาสอื่นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่รู้จักนายทักษิณ นายสมชาย รวมถึง น.ส.แพทองธาร ก็เจอกันมาตลอด อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องที่พูดคุยกันไม่ได้ ยิ่งมาเป็นรัฐบาลเดียวกันทำไมจะพบไม่ได้หากจะพบ
ซักว่า คำว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรทางการเมืองยังทำได้อยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นมิตรแท้หรือศัตรูถาวรถ้ามีเป้าหมายตรงกันคือประชาชนประเทศชาติได้ประโยชน์ ประเทศเข้มแข็ง ทำแล้วเกิดความเจริญให้กับประเทศ เอาเรื่องส่วนตัวไว้ข้างหลัง เอาเรื่องประเทศชาติประชาชนมาเป็นเป้าหมายให้เราต้องทำให้สำเร็จก่อน
เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหนียวแน่น ไม่จำเป็นต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “มันเคยมีเรื่องนี้หรือเปล่า”
“ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล ไม่มีพรรคไหนอยากเป็นฝ่ายค้าน เพราะสามารถขับเคลื่อนการทำงานไปถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งมีการตั้งรัฐบาลเข้ามาแล้วทุกฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ รัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ก็ว่ากันไปแบบนี้"
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะอยู่ครบ 4 ปี นายกฯ หัวเราะก่อนตอบว่า ก็ต้องอยู่ให้ได้ ถ้าอยู่ได้ก็ต้องอยู่เพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน
ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ
เมื่อถามอีกว่า ทางการเมืองไม่กังวลอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สงสารบ้างตนเสียงแหบอยู่ ก่อนกล่าวอีกว่า ก็ต้องกังวลว่าเป้าหมายที่ทำอยู่จะฮิตจะโดนหรือไม่ นโยบายที่รัฐบาลทำไปอย่าง 60-40 ไทยช่วยไทยพลัส ได้รับความชื่นชมจากประชาชน ตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ปรับขึ้นมา ความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เรตติ้งต่างๆ ก็ถูกปรับขึ้นมา เงินลงทุนจากต่างประเทศก็เข้ามาจำนวนมาก ส่งออกก็มากขึ้นเกือบ 20% ความกังวลเหล่านี้ก็คือทำไมตัวเลขการส่งออกไม่ดีขึ้นกว่านี้ จีดีพีโต 2% ทำอย่างไรให้โตขึ้นเป็น 3% 4% อันนี้ต่างหากคือข้อกังวลของรัฐบาล
เมื่อถามว่า ได้ยินเสียงที่ประชาชนขอให้ต่อไทยช่วยไทยพลัสเฟสต่อๆ ไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้ยินทุกอย่าง แต่เราต้องดูเรื่องของวิธีการและงบประมาณ และสิ่งที่เราต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะตรงนี้ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ประชานิยม แต่เป็นการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจ
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านระบุว่าจะมีการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ หน้าแน่นอน กังวลหรือไม่ว่าโครงการ TH-AI Passport จะถูกอภิปรายด้วยว่า ต้องโดนแน่ๆ อยู่แล้ว แต่ไม่กลัว ไม่กังวล เพราะเรายืนยันในกฎหมายและข้อบังคับ ซึ่งตนได้มีการตรวจสอบทั้งภายใน และให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านในการให้ข้อมูล รวมถึงไปปรับปรุงสัญญาเพื่อให้ภาครัฐและภาคประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าเดิม ดังนั้นตนไม่มีอะไรต้องกังวล
ถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะชี้แจงต่อสภาได้ เขาตอบว่า สามารถชี้แจงได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่างแน่ๆ แต่มั่นใจว่าต่อให้ชี้แจงอย่างไรก็คงไม่ถูกใจฝ่ายค้าน
ประชาธิปไตยผีดิบ
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเสียงโหวตในสภาจะไปในทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อประชาชน เพราะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ อย่างที่เราไปในเวทีงานประชุมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่ประเทศจีน บูธที่เราไปจะแสดงก็เป็นบูธเดียวที่รัฐมนตรีหลายประเทศให้ความสนใจและชื่นชม เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ
ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงานว่า ตราบใดที่เรายังมีนักการเมืองมองเห็นปัญหาตรงกัน รู้ว่าประเทศไทยมีกำแพงใหญ่ๆ อะไรบ้าง แต่สุดท้ายที่มาของการเข้าสู่อำนาจสังคมยังคงตั้งคำถามว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหารพร้อมจะใช้อำนาจของตัวเองทุกอย่างเข้าไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่หากเข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้อง ก็จะพยายามใช้อำนาจทุกอย่างเข้าไปต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้นเพื่อคงสถานะให้อยู่ในตำแหน่งหรือไม่
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาภายนอกอื่นๆ เช่น เรื่องทุนเทายึดกุมประเทศไทย สแกมเมอร์ การสวมสิทธิ์พ่อทิพย์แม่ทิพย์ แต่หากมองย้อนกลับมาแล้วนั้นเป็นเพราะไทยอ่อนแอจากภายในใช่หรือไม่ ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สภาพที่มีกระบวนการเลือกตั้งที่มีประชาธิปไตยเงินสดเข้าไปยึดกุมเจตจำนงเสรีประชาชนในการเลือกตั้ง เมื่อกระบวนการเลือกตั้งจบ ก็ทำให้ สส.ไม่มีเจตจำนง ไม่ได้คิดถึงประชาชน กลายเป็น Zombie Democracy หรือประชาธิปไตยผีดิบ ที่มีแต่ร่างกาย ไม่มีจิตใจประชาธิปไตยในการตรวจสอบและถ่วงดุล ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวไปถึงจุดนั้นอย่างชัดเจน แม้จะมีสูตรสีต่างๆ แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ย้ำว่า คดีการฮั้ว สว.เป็นเรื่องใหญ่ เพราะกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลเริ่มต้นที่ สว. แต่จากการเปิดหลักฐานพยานการฮั้ว สว.ที่ผ่านมา สะท้อนว่าเป็นการจัดการที่ขาดความสุจริตอย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีลภาษีทรัมป์ ไทยลงทุนอื้อ!
รัฐบาลเตรียมเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีแผนเพิ่มอีก 5 พันล้านเหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยรวมเฉียดล้านล้านบาท สะท้อนผลประโยชน์ร่วม มุ่งลดภาระภาษีสินค้าส่วนที่เหลือ
ผงะ!จับยา600ล้านเม็ด
"เล่าต๋า" ราชายาเสพติดได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังจำคุกเกือบ 10 ปี ขณะที่ นบ.ยส.ผนึกกำลัง 2 ทัพภาค ถกข้อมูลเข้มมาตรการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลโค้งสุดท้ายปีงบ '69 เผยชายแดนภาคเหนือยึดยาบ้ามโหฬาร เฉียด 600 ล้านเม็ด ไอซ์ทะลุ 19 ตัน
‘อนุทิน’ขึงขัง ยกภัยออนไลน์ วาระแห่งชาติ
นายกฯ คิกออฟรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ออกตัวเสียงยังแหบ ลั่นรัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติ หลังประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ด้าน “ไชยชนก” รับเคยถูก “คอลเซ็นเตอร์” โทร.หลอกยันห้องทำงาน เตือน ปชช.ต้องมีสติ โว 8 เดือนแก้ปัญหาลดฮวบกว่า 50%
หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
นายกฯ คิกออฟต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ยกปราบอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมนิทรรศการณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
จนท.ไปรษณีย์ไทย ถือพวงมาลัยขอบคุณนายกฯ หลังรอดชีวิตจากภารกิจหัวใจติดปีก
จนท.ไปรษณีย์ไทย ถือพวงมาลัยขอบคุณนายกฯ หลังได้รับหัวใจจากภารกิจหัวใจติดปีก ด้าน “อนุทิน” ขอให้รักษาสุขภาพ

