กกต.เปิดมติสอบฮั้วเลือก สว.ทั้ง 427 คน ระบุข้อกล่าวหาที่ 4-7 ส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญา 77 ราย ขณะที่บางสำนวนมีมติยกคำร้องทั้งเอกฉันท์และเสียงข้างมาก "สว.เทวฤทธิ์" สุดมึน มีชื่อยกคำร้องคดีฮั้ว สว. แต่ไม่เคยถูกเรียกสอบ “อนุทิน” ไม่หวั่นมีการขยายปม สว.เคลื่อนไหวการเมือง ลั่นทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย "สว.พิสิษฐ์" เชื่อ กกต.แจงจบหมดทุกประเด็นแล้ว ไม่กังวลถูกฟ้องศาลฎีกา ตั้ง 5 ข้อสังเกต สงสัย สว.ส้มประชุม "จูปิเตอร์" ทำไมริบโทรศัพท์-แยกสีริสต์แบนต์ ไล่ดู "เทวฤทธิ์-นันทนา" ล็อกไว้แล้วหรือไม่ ทำไมต้องปิดห้องไม่ให้สื่อเข้า จี้ใช้มาตรฐานเดียวกับ138 สว. "โพล" เผยปชช.ไม่คาดหวังมติ กกต.-ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติการพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในข้อกล่าวหาที่ 4-7 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ซึ่งมีการพิจารณาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 และเผยแพร่เป็นข่าวเลขที่ 456/2569 วันที่ 20 ก.ย.2569 ข้อกล่าวหาดังกล่าวประกอบด้วย
ข้อกล่าวหาที่ 4 จัดทำ เสนอ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด, ข้อกล่าวหาที่ 5 เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด, ข้อกล่าวหาที่ 6 เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์เพื่อสมัครหรือไม่สมัครรับเลือก เพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัคร, ข้อกล่าวหาที่ 7 เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด
เปิดรายชื่อกลุ่มที่ กกต.มีมติส่งศาลฎีกา 1.กลุ่มจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีที่ 1 กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ได้แก่ นายสุบิน ศักดา ผู้ถูกร้องที่ 212, นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร ผู้ถูกร้องที่ 224, น.ส.นิสิตา หมั่นไชย ผู้ถูกร้องที่ 225 ส่วนผู้ถูกร้องที่ 1 และ 227 มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง ได้แก่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ น.ส.ญาณี สีฟ้า ขณะที่ผู้ถูกร้องที่ 203 คือนายพิชัย ชมภูพล มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ยกคำร้อง กรณีที่ 2 กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 150-158 ประกอบด้วย นายเชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว, นายโกศล สงรักษ์, นายเมธา หมานพัฒน์, นายกนกศักดิ์ บุญรัตน์, นายเชาวลิตร พระเลิศ, น.ส.ทัศนีย์ อินทวิเศษ, นายโกวิทย์ สินกลิน, น.ส.ศุรดำ เดชจันทร์แสง, นายสุนิเชต สุพัฒน์แก้ว
2.กลุ่มจังหวัดอุทัยธานี มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาทุกกรณี ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 10 นายเศก จุลเกษร, ผู้ถูกร้องที่ 134 นายอลงกต วรกี
3.กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาทุกกรณี ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 29 นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว, ผู้ถูกร้องที่ 35 นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว, ผู้ถูกร้องที่ 135 นายณัฐกิตติ์ หนูรอด, ผู้ถูกร้องที่ 207 นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์, ผู้ถูกร้องที่ 211 น.ส.วาริน ชิณวงศ์, ผู้ถูกร้องที่ 220 นายอธิวัฒน์ มนตรี
4.กลุ่มจังหวัดสงขลา กรณีที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 63 นายโสภณ มะโนมะยา และผู้ถูกร้องที่ 174 นายอำนาจ กิติโชติ มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, กรณีที่ 2 นายโสภณ มะโนมะยา และผู้ถูกร้องที่ 175 นายปรีชา วิเศษสินธุ์ มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, กรณีที่ 3 นายโสภณ มะโนมะยา และผู้ถูกร้องที่ 176 นายสุพร บริสุทธิ์ มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง
5.กลุ่มจังหวัดหนองบัวลำภู กรณีที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 84 นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, กรณีที่ 2 ผู้ถูกร้องที่ 221 น.ส.ภัณนิภา ผาสุก มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาในประเด็นที่ 1-5, 7 และ 8 ส่วนประเด็นที่ 6 มีมติให้ยกคำร้อง ยังมีผู้ถูกร้องที่ 416 น.ส.ธัญรัตน์ สุวรรณพรหม, ผู้ถูกร้องที่ 417 นางสุมาลัย ทรงแสงฤทธิ์, ผู้ถูกร้องที่ 418 น.ส.ปิยลักษณ์ ศิลาแดง, ผู้ถูกร้องที่ 419 นายเสกสรร นิสัยกล้า และผู้ถูกร้องที่ 330 นายสมศักดิ์ บุญตี อยู่ในประเด็นต่างๆ ตามที่ กกต.ระบุในเอกสาร
6.กลุ่มจังหวัดสิงห์บุรี มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาทุกกรณี ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 115 นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ และผู้ถูกร้องที่ 427 นางภณิดาทิพย์ เต็งวงษ์วัฒนะ, ผู้ถูกร้องที่ 50 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม, ผู้ถูกร้องที่ 226 น.ส.รุ่งรัฏฏิกาล โพธิ์ไกร
7.กลุ่มจังหวัดภูเก็ต กรณีที่ 1 มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 56 นายนิพนธ์ เอกวานิช, ผู้ถูกร้องที่ 207 นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์, ผู้ถูกร้องที่ 210 นายวงศกร ชนะกิจ กรณีที่ 2 นายนิพนธ์ เอกวานิช และผู้ถูกร้องที่ 181 นายปิติพงษ์ ลิ่มรัช มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้อง
8.กลุ่มจังหวัดราชบุรี มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทุกประเด็น ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 202 นายนภินทร ศรีสรรพางค์, ผู้ถูกร้องที่ 215 นายเมธัสสิทธิ์ ลัคนทินวงศ์, ผู้ถูกร้องที่ 217 นายไชยวิทย์ บัวงาม, ผู้ถูกร้องที่ 218 นายสำอาง แก้วประดับ, ผู้ถูกร้องที่ 139 นายวิถี สุพิทักษ์ ซึ่งเป็น สว.สำรอง
9.กลุ่มจังหวัดนครพนม กรณีที่ 1 มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 114 นายสากล ภูลศิริกุล, ผู้ถูกร้องที่ 213 นายศุภชัย โพธิ์สุ, ผู้ถูกร้องที่ 214 นายปริญญา ธรเสนา ส่วนประเด็นที่ 3 ของผู้ถูกร้องที่ 114 มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง, กรณีที่ 2 ผู้ถูกร้องที่ 127 นายสิทธิกร ธงยศ มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาในประเด็นที่ 1 และ 4 ขณะที่ประเด็นที่ 2 และ 3 มีมติยกคำร้อง นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกร้องที่ 102 นายสมหมาย ศรีจันทร์, ผู้ถูกร้องที่ 371 นายเกรียงไกร ศักดี และผู้ถูกร้องที่ 421 นายทิชากร อติวรรณกุล รวมถึงผู้ถูกร้องที่ 422-426 ได้แก่ นายสมโภช อ้วนดี, นายกิติศักดิ์ จำปา, นายนพพร พรหมจันทร์, นายประพจน์ วงศ์ล่าม และนายบรรจบ พรหมสา
10.กลุ่มจังหวัดสุโขทัย มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาทุกกรณี ได้แก่ ผู้ถูกร้องที่ 6 พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา, ผู้ถูกร้องที่ 209 นายวิรัช บัวคง, ผู้ถูกร้องที่ 208 นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์, ผู้ถูกร้องที่ 25 นายฤชุ แก้วลาย
มติรายบุคคล ระบุชื่อผู้ถูกร้อง ในส่วนการกระทำรายบุคคล กกต.มีมติแตกต่างกันไปตามประเด็นและพยานหลักฐาน โดยมีรายชื่อสำคัญ ดังนี้ นายวีระ สุดสังข์ ผู้ถูกร้องที่ 184 มีมติเอกฉันท์ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, นายบำรุง ทองรอด ผู้ถูกร้องที่ 185 มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง, นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว ผู้ถูกร้องที่ 17 มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาในประเด็นที่ 1, 3 และ 4 ส่วนประเด็นที่ 2 ให้ยกคำร้อง, นายสมบูรณ์ หนูนวล ผู้ถูกร้องที่ 23 มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง, นายสุเทพ สังข์วิเศษ ผู้ถูกร้องที่ 18 และนายพินัย วรรณทอง ผู้ถูกร้องที่ 182 มีมติให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, นายสนั่น ไพโรจน์ ผู้ถูกร้องที่ 179 มีมติเอกฉันท์ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, ผู้ถูกร้องที่ 178 นางผกามาศ ตันธนะสาร มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา, ผู้ถูกร้องที่ 180 นายสุวัชรพงษ์ ทินสุข มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้อง, นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร ผู้ถูกร้องที่ 224 และนายสืบศักดิ์ แววแก้ว ผู้ถูกร้องที่ 37 มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา นอกจากนี้ยังมีหลายสำนวนมีมติยกคำร้อง
สำหรับข้อกล่าวหาที่ 5 และสำนวนอื่น กกต.มีมติยกคำร้องหลายสำนวน โดยส่วนใหญ่เป็นมติเอกฉันท์ เช่น สำนวนเลขคดี สว. 42/2567 ผู้ถูกร้องที่ 56-62, สำนวนเลขคดี สว. 113/2567 ผู้ถูกร้องที่ 97-102, สำนวนเลขคดี สว. 23/2567 ผู้ถูกร้องที่ 22-27, สำนวนเลขคดี สว. 51/2567 ผู้ถูกร้องที่ 49, 51-55 และ 231-279, สำนวนเลขคดี สว. 71/2567 ผู้ถูกร้องที่ 77-83 และ 280-282, สำนวนเลขคดี สว. 35/2567 ผู้ถูกร้องที่ 112, 113 และ 116
สำนวนเลขคดี สว. 43/2567 ผู้ถูกร้องที่ 111-117 และ 141-143, สำนวนเลขคดี สว. 73/2567 ผู้ถูกร้องที่ 30-34 และ 286-289 และยังมีสำนวนที่มีมติ 6 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง ได้แก่ สำนวน นภ.สว.1/2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร และผู้ถูกร้องที่ 333-335 รวมถึงสำนวน นภ.สว.13/2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายสมศักดิ์ บุญตี
กกต.ระบุว่า เมื่อ กกต.จัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการไต่สวนเสร็จสิ้นภายใน 60 วันแล้ว จะเผยแพร่คำวินิจฉัยให้ประชาชนรับทราบต่อไป สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน 1444 อย่างไรก็ตาม การมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา เป็นขั้นตอนตามกระบวนการของ กกต. ไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกร้องมีความผิดแล้ว โดยต้องรอการพิจารณาของศาลต่อไป
'อนุทิน' จี้ทุกคนเคารพ กม.
ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "รู้ตัวอีกทีก็ยกคำร้องไปแล้ว" วันนี้อยู่ๆ กกต.ออกใบแถลงข่าวมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ถูกร้อง 427 คน โดยปรากฏชื่อของตนอยู่ในลำดับที่ 361 ในกลุ่มที่มี "มติเอกฉันท์" ให้ยกคำร้อง ในข้อกล่าวหาที่ 5 และสำนวนอื่น สำหรับข้อกล่าวหาที่ 5 เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) "เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด"
"ต้องบอกว่า เรื่องนี้ผมไม่เคยรับแจ้งข้อกล่าวหา ไม่เคยถูกเรียกสอบ ไม่รู้ว่ามาจากเหตุการณ์ใด มารู้อีกทีปรากฏชื่ออยู่ในใบแถลงข่าวของ กกต.แล้ว แม้จะมีมติเอกฉันท์ก็ตาม" นายเทวฤทธิ์ระบุ
เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณี ฮั้ว สว. ที่ดูเหมือนยังไม่จบ แต่ยังมีการขยายไปยังหน่วยงานอื่น มีความกังวลหรือไม่ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กฎหมายระบุไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เหมือนยังมีการหยิบยกเรื่องนี้ไปเคลื่อนไหวต่อ นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะเรามีกรอบรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีองค์กรอิสระในการวินิจฉัยกรณีอะไรบ้าง และยังกำหนดสิทธิประชาชนว่ามีอะไรบ้าง ถ้าทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามอีกว่า ภท.ได้ประเมินหรือไม่ว่า ทำไมคนยังไม่เชื่อว่า ภท.ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ประเมิน เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร
ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฮั้ว สว. ที่นักวิชาการมองว่า กกต.ฟ้องคดีนี้แค่ระดับมดเท่านั้น ยังไม่ถึงระดับช้าง ว่า กกต.ชี้แจงทั้ง 7 ประเด็นข้อกล่าวหาชัดเจนแล้ว ช้างอะไรตนไม่ทราบ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน ก็ตามหรือกรรมการบริหารของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา กกต.ก็ชี้แจงหมดทุกอย่างแล้ว จะบอกว่าเอาบรรทัดฐานอะไร ในเมื่อ กกต.เป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการเลือก สว. เชื่อว่าคงต้องจบในกระบวนการตรงนั้น
เมื่อถามว่า หลังจากนี้อาจจะมีการใช้โมเดลเหมือนนางแดง กองมา สว. และนายสมพาน พละศักดิ์ สว. ไปยื่นศาลฎีกา และศาลฎีการับคำร้องในความผิดฐานต่างๆ ที่ยังไม่ได้มีการฟ้องผ่าน กกต. นายพิสิษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกการเลือกตั้งอยู่แล้ว อีกอย่างเป็นสิทธิของผู้ร้อง กรณีของนางแดงและนายสมพาน ทาง กกต.ที่ต้องมาชี้แจงจริงๆ ทั้งหมดว่าแต่ละกรณีที่มีการออกมาร้องเป็นอย่างไร
ต่อข้อถามว่า ไม่กังวลใช่หรือไม่หากไม่โดนฟ้องในชั้น กกต. แต่จะโดนฟ้องในชั้นศาลฎีกา นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตามกฎหมายอยู่แล้ว ตนไม่เคยกังวลเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร วันนี้ก็เป็นอย่างนั้น เราเชื่อในกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการการยุติธรรมต่างๆ ซึ่งขณะนี้เราได้รับความเป็นธรรมมาแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุด ยังไม่จบสักที เพราะจริงๆ แล้วกระบวนการทุกอย่าง ถ้าเอาตามกฎหมาย ตามหลักประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ควรจะต้องยุติแล้ว แต่หลายๆ คนก็ยังไม่หยุด
จี้ สว.ส้มมาตรฐานเดียว
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องฮั้ว สว. เป็นธงในการซักฟอกรัฐบาลด้วย จะมีการติดตามอย่างไรหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เราอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ เราอยู่กันคนละฝั่งสภาผู้แทนราษฎร ส่วน สว.อาจจะมีการโดนพาดพิงเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อ กกต.ให้คำวินิจฉัยหมดทุกอย่างแล้ว และมีคำตัดสินหมดแล้ว เชื่อว่าทุกอย่างมันเคลียร์หมดแล้ว และมั่นใจว่าทุกฝ่ายน่าจะมีคำตอบให้กับแต่ละฝ่ายได้
เมื่อถามถึงกรณีเวทีฝ่ายค้านที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ไปร่วมงานด้วย และมีการระบุว่ามีการบอกว่าโดนขุด สีน้ำเงินเอาคืน โดยนายพิสิษฐ์ได้ยกการประชุมของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก สว. พร้อมกล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ คือ 1.น.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะ น.ส.พรรณิการ์ไม่เคยพูดชื่อออกมา และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่ 2.จากที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ให้สัมภาษณ์ว่า งานวันนั้นไม่ใช่ไอลอว์จัด ตนก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็นโครงการของไอลอว์ จึงมองว่าคำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ เชื่อว่ามีคนจัดงานแน่นอน
3.งานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการให้ การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการจัดงานที่อิมแพ็ค อารีน่า โดยเฉพาะห้องจูปิเตอร์ มีค่าใช้จ่ายซึ่งทราบมาว่าออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว คนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไป จึงเกิดคำถามว่า การตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไหร่ หากเก็บไปมากกว่าใครได้ประโยชน์ ถ้าเก็บน้อยกว่าแสดงว่ามีคนเติมเข้าไปใช่หรือ 4.ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนใน senate67 ก่อน ซึ่งในงานมีการตั้งคำถามถึงประเด็นมาตรา 112 ทำไมคนที่จะมาเป็น สว.ต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย
"ลองเปิดข้อมูลในไอลอว์ได้เลย จะมีบอกเลยว่าใครตอบคำถามใดบ้าง ที่สำคัญถ้าบอกว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผย เปิดเผยจริงหรือไม่ ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าว พอจะประชุมกันนักข่าวเชิญข้างนอกแล้วเก็บมือถือ ทำไมต้องเก็บมือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวกันธรรมดา แต่เท่าที่ทราบมามีอะไรมากกว่านั้น"
นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า 5.ตนถามไปยังผู้เข้าร่วมงาน และไม่มีใครตอบตนได้เกี่ยวกับริสต์แบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สีหากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึงกลุ่มอาชีพ ก็ต้องเป็น 20 สี 20 กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี
“แล้วคุณไปดูสีที่ท่านเทวฤทธิ์ใส่กับสีที่ อ.นันทนาใส่เป็นสีเดียวกันแล้วได้เป็น สว. ผมก็อยากรู้ว่าคนที่ใส่สีนี้ ทุกคนได้เป็นหรือไม่ แล้วถ้าไม่ได้เป็น คนอื่นที่เป็นสีอื่นได้เป็นหรือไม่ ก็ไม่มีใครมาชี้แจง ผมต้องการเรียกร้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน กกต.ควรใช้มาตรการเดียวกันกับตรวจสอบการฮั้ว สว. ของ สว. 138 คน ผมขอความเป็นธรรมให้ได้มีระดับการตรวจสอบที่เข้มข้นเดียวกัน” นายพิสิษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า สว.สีส้มไม่ได้ไปให้การกับ กกต. สะท้อนอะไรบ้าง นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ที่โดนกล่าวหา 138 คนได้เข้าให้การกับ กกต.อย่างครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่ทาง สว. 138 คนได้ทำ
"ประชาธิปไตยของท่าน ที่ท่านพูดท่านไม่ได้พูดอย่างที่ท่านปฏิบัติ พูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่เอามวลชนลงทำถนน อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่พูดจริง ก็ต้องใช้กระบวนการ ตามระบบระเบียบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 60 คุณต้องเคารพกติกาและก็เคารพกฎหมายเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมมันไม่ใช่ อย่างนี้ก็ไม่จบสักที" สว.พิสิษฐ์กล่าว
โพลไม่คาดหวังมติ กกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการจัดโครงการวุฒิสภาพบสื่อสัญจร ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ระบุว่า นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร อดีตนักร้องร็อกเกอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็น สว.ที่ได้รับตำแหน่งคนใหม่ เคยเป็น สว.สำรองกลุ่มศิลปิน เคยเรียกร้องและต่อต้าน สว.สีน้ำเงินและขบวนการฮั้ว สว. ถึงขั้นแต่งเพลงร้องหน้า กกต. ได้เดินทางร่วมกับคณะด้วย
โดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. เปิดเผยว่า ตนคุยกันแล้ว เนื่องจากอยู่กรรมาธิการด้วยกัน ที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลง เราต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ วันนี้เราอยู่ในฐานะ สว. วันนั้นนายพิสุทธิ์อยู่ในฐานะประชาชนและเป็น สว.สำรอง หน้าที่ตอนนั้นนายพิสุทธิ์ก็ทำหน้าที่ไป มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องก็สามารถทำได้ แต่วันนี้มาอยู่ในตำแหน่ง สว.แล้ว ต้องบอกว่าเราแยกได้ อะไรคือหน้าที่ อะไรคือความรับผิดชอบ อะไรคือเรื่องส่วนตัว เราแยกแยะออก
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “มติ กกต.” ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา 77 คน รวมถึง สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 34.27 ระบุว่าไม่เคยคาดการณ์อะไรเลย รองลงมาร้อยละ 21.00 ระบุว่าตรงตามที่คาดการณ์ไว้มา, ร้อยละ 17.86 ระบุว่าไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้เลย, ร้อยละ 15.50 ระบุว่าค่อนข้างตรงตามที่คาดการณ์ไว้, ร้อยละ 10.84 ระบุว่าไม่ค่อยตรงตามที่คาดการณ์ไว้
ด้านความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. พบว่า ร้อยละ 35.34 ระบุว่าไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 30.46 ระบุว่าค่อนข้างกังวล, ร้อยละ 19.16 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 15.04 ระบุว่ากังวลมาก
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,123 คน พบว่า เมื่อกล่าวถึง “กระบวนการยุติธรรมไทย” กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นึกถึงการพิจารณาและตัดสินคดีของศาล ร้อยละ 63.85 ทั้งนี้ จากสถานการณ์คดีทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรมไทย ร้อยละ 46.39 โดยมองว่าคนแต่ละกลุ่มในสังคมไทยได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่เท่าเทียมเลย ร้อยละ 38.02 เรื่องที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยลดลง คือ การแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมือง ร้อยละ 66.87 เรื่องที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย คือ ทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ร้อยละ 66.52.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส้มทั้งนนท์แห้ว!เดชรัตได้ที่2
ส้มทั้งนนทบุรีแห้ว! นฤพนธ์เข้าวินทิ้งห่าง “เดชรัต” ไปไกล ส่วนอีก 4 รายได้คะแนนเป็นสีสัน ท่ามกลางการลงคะแนนและนับคะแนนที่ฉ่ำฝน
นายกฯถึงญี่ปุ่น หวังเจรจาภาษี กดตํ่ากว่า19%
นายกฯ ถึงโตเกียวแล้ว ปิ๊งไอเดียผุดทีมประเทศไทยพลัส ดึงเอกชนร่วม พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาในเอเชียนเกมส์
อนุสรณ์ฟุ้ง20ปี ‘นิติรัฐประหาร’ ดันรธน.ใหม่แก้
นายกฯ ติดตลก บอกลงยันต์หลวงพ่อสำลีหลังมือ พุทธคุณกันสื่อถาม "ธนกร" สวน "เท้ง" อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียง
22ก.ย.ชงไทยพลัสเฟส2 ‘ปชป.’ย้ำลดภาษีน้ำมัน!
รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทยพลัส” มียอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้านบาท
'พิสิษฐ์' เช็กบิล สว.ส้ม กระตุก 'กกต.' ใช้มาตรฐานเดียวกัน 138 คน
“พิสิษฐ์’ จี้ สว.สีส้ม เข้ากระบวนการแบบที่ 138 คนไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมไม่ใช่ ตั้ง 5 ข้อสังเกต สงสัย สว.ส้มประชุม ‘จูปิเตอร์’ แต่ทำไมริบโทรศัพท์-แยกสีริสแบน ไล่ดู ‘เทวฤทธิ์-นันทนา’ ล็อกไว้แล้วหรือไม่ ทำไมต้องปิดห้องไม่ให้สื่อเข้า
กกต.ไม่ตกเป็นเป้านิ่งเปิดหมด 427 รายชื่อ ใครโดนร้องใครรอด ใครร่วงดูกันชัดๆ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดผลมติ 427รายชื่อ ข้อกล่าวหาที่ 3

