ตามคาด! ครม.ไฟเขียว “ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ขยับ "ยุทธนา” เข้าสำนักนายกฯ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซี 11 “รุทธพล” ปัดไม่เกี่ยวตอบแทนคดีฮั้ว สว. แจงแต่งตั้งอธิบดีอำนาจปลัดฯ ยึดผลงาน-ความเหมาะสม โยก "ยุทธนา” ไปตำแหน่งสูงขึ้น แย้มสำนวนคดีฮั้วในมือ DSI รอคำวินิจฉัย กกต.ก่อนส่งอัยการ ยันทำงานตามหลักฐานไร้การเมืองแทรกแซง “กกต.” มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง 108 ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 9 กทม. ปมไม่เลือกตัวเองไม่เข้าข่ายเลือกไม่สุจริต “หมอตุลย์” บี้ทบทวนมติคดีโกง สว.อีกครั้ง ส่อละเว้นหน้าที่ทำหลุด 152 ราย
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 ก.ย.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เสนอรับโอน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติตามที่ รมว.ยุติธรรมเสนอ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.นางธารินี แสงสว่าง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 2.น.ส.นันทรัศมิ์ เทพดลไชย ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม 3.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม 4.นายโกมล พรมเพ็ง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 5.พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ 6.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงยุติธรรมครั้งนี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ที่มีมติแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งมีชื่อเป็นประธาน 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. ที่พิจารณาคดีทุจริตฮั้วเลือก สว. และเป็นหนึ่งในเสียงข้างมากที่ลงมติว่าคดีดังกล่าวไม่มีมูลความผิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งยังมีภาพเหตุการณ์ที่ ร.ต.อ.ปิยะไปยืนรอต้อนรับและยกมือไหว้นายอนุทินที่สนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี (MotoGP) 2569 เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การที่ พ.ต.ต.ยุทธนาย้ายจากอธิบดีดีเอสไอ ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักนายกฯ เทียบเท่าซี 11 หรือปลัดกระทรวง ถือเป็นระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายฉันทานนท์ วรรณเขจร ว่าที่ปลัดกระทรวงพลังงาน และเท่าที่ตนทราบ เห็นว่าในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 25-30 คน ที่โยกไปอยู่ที่สำนักนายกฯ
“การย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะเป็นการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น และหากดูจากประวัติของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้ง 15 คน ก็จะดำรงตำแหน่งประมาณ 1-2 ปี ฉะนั้นยืนยันว่านี่เป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น เทียบเท่ากับปลัดกระทรวง” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว
ถามว่า ฝ่ายค้านมีข้อครหาการย้ายครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ไม่เกี่ยว ตำแหน่งสูงขึ้น ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่อง สว. อย่างตนมาดำรงตำแหน่ง 2 สมัย ประมาณ 1 ปี ก็ไม่เคยโยกย้าย และถือว่าทุกหน่วยงานดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว พ.ต.ต.ยุทธนาอยู่ในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอมาประมาณ 1 ปี 8 เดือน จึงเป็นการโยกย้ายตามขั้นตอน เพื่อไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น
ซักว่าคนที่มาเป็นอธิบดีดีเอสไอเคยปรากฏภาพไหว้นายกฯ อนุทิน หลังมีมติในคดีฮั้ว สว. พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า มองว่าการไหว้ก็ส่วนหนึ่ง แต่การแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะมานั่งอธิบดีดีเอสไอเป็นเรื่องของปลัดกระทรวง ที่ทางราชการจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม
“บุคลากรที่เคยอยู่ดีเอสไอมี 2 คน คือ ร.ต.อ.ปิยะ และเลขาฯ ป.ป.ส.ที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้ ซึ่งตำแหน่งซี 10 เป็นเรื่องของปลัดฯ ส่วนตำแหน่งซี 11 เป็นเรื่องของรัฐมนตรี” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว
ถามอีกว่า มีการตั้งข้อสังเกตเป็นการล้างบางขั้วเดิมที่อยู่ในดีเอสไอ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่ การพิจารณาของปลัดกระทรวงจะต้องมีข้อมูล ขณะเดียวกันการพิจารณาโยกย้ายปลัดกระทรวงเราก็ให้ดูผลงานย้อนหลัง 2 ปี และหากอยู่ในระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไป ก็ต้องนำเสนอผลงาน 2 ปีย้อนหลังเช่นกัน
“ฉะนั้นยืนยันว่าไม่ใช่การตอบแทนคดีฮั้ว สว. แต่เป็นการพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะท่านก็เคยอยู่ดีเอสไอมาก่อน” รมว.ยุติธรรมกล่าว
ถามถึงความคืบหน้าดีเอสไอจะส่งสำนวนให้อัยการในคดีฮั้ว สว.ได้เมื่อไหร่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า รอคำวินิจฉัยของ กกต. และเมื่อ กกต.มีคำร้องไปที่ศาล ต้องรอความชัดเจนก่อน และประสานอัยการเมื่อได้เอกสารเพิ่มเติมก็คงจะดำเนินการต่อ
ซักว่ากรณีที่ กกต.ไม่ได้สั่งฟ้องกลุ่มแกนนำจากพรรคการเมือง จะมีการนำมาขยายผลเรื่องฟอกเงินด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ดีเอสไอได้มีการแจ้งว่าข่าวที่ออกไปไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอให้ฟังข่าวจากดีเอสไอโดยตรงจะชัดเจนกว่า เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง
“รอคำวินิจฉัย กกต.ให้ชัดเจนอีกครั้ง และทางคณะทำงานชุดที่ 24 ของดีเอสไอจะมีการพิจารณาอีกครั้ง” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว และว่า ในส่วนคดีฮั้ว สว.สีส้มนั้น เรื่องยังไม่ได้เข้ามาในระบบของดีเอสไอ ยังไม่ทราบรายละเอียด
ถามกรณี กกต.ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. 77 คน ดีเอสไอส่งฟ้อง 8 คน จะถือว่าดีเอสไอถูกการเมืองแทรกแซงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และตนเองในฐานะ รมว.ยุติธรรม ไม่ได้ไปก้าวก่ายอยู่แล้ว เพราะมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อพยานหลักฐานถึงแค่ไหนก็ดำเนินการไป และยังมีอัยการมาร่วมสอบด้วย ขนาดอธิบดีดีเอสไอยังไม่สามารถลงไปชี้นำหรือแก้ไขพยานหลักฐานไม่ได้ ซึ่งหลักฐานบางส่วนมีการรวบรวมมาก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวมติที่ประชุม กกต.ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนวนการไต่สวนการเลือก สว. กรณีผู้มีสิทธิเลือกระดับ กทม. กลุ่มที่ 9 จำนวน 108 คน โดยมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใน 2 ข้อกล่าวหา
ข้อกล่าวหาที่ 1 ขอให้ตรวจสอบการเลือก สว.ระดับจังหวัด กทม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2567 ในการเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันกลุ่มที่ 9 มีคนจำนวนมากอำพรางตนเข้ามาในคราบของผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. และเลือกผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดอื่น แต่ไม่เลือกตนเองซึ่งปรากฏจากผลการนับคะแนนว่ามีผู้ได้ 0 คะแนนเป็นจำนวนมาก จากพฤติการณ์ดังกล่าว จึงอาจมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 77 (1) มาตรา 79 และมาตรา 81 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 หรือมีการกระทำอันเป็นเหตุให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ข้อกล่าวหาที่ 2 ผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับจังหวัด กทม. กลุ่มที่ 9 จำนวนมาก ไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดคุณสมบัติไว้ แต่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างมากกว่า ซึ่งต้องไปสมัครในกลุ่มที่ 7 ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานหรือกลุ่มลูกจ้าง หรือกลุ่มที่ 20 กลุ่มอื่นๆ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 74 ประกอบมาตรา 13 (3) และมาตรา 11 (9) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
วันเดียวกัน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เรียกร้องให้ กกต.จัดประชุมเพื่อพิจารณาลงมติสำนวนคดีในการทุจริตเลือก สว.2567 อีกครั้ง ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ด้วยสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้ครบถ้วน ตามมาตรา 62 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และดำเนินคดีต่อพยานเลขที่ 16/26 21/26 และ 22/26 ที่กลับคำทั้ง 3 คนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
“การที่ กกต.มีมติให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน ในความผิด 7 มาตรา ยังเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่ครบถ้วน เนื่องจากไม่ได้พิจารณาการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน ตามมาตรา 62 ถือเป็นการละเว้นต่อหน้าที่ เพราะตามสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตในการเลือก สว. ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” นพ.ตุลย์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’ลุยเวทีUN ประจานเขมร จัดงบซื้ออาวุธ
“สีหศักดิ์” เผยไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA 81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน พร้อมฟาดเขมรใช้ภาพชุด
ศาลชี้ชะตาปูชดใช้หมื่นล. มท.เร่งบรรจุขรก.19ต.ค.
ศาล ปค.สูงสุดนัดอ่านคำสั่งคดี “ยิ่งลักษณ์” ร้องพิจารณาใหม่ ปมชดใช้ความเสียหายจำนำข้าวหมื่นล้าน
ไฟเขียวไทยพลัส2เดือน เติมบัตรคนจน700บาท
ครม.ไฟเขียว 4.3 หมื่นล้าน ต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ต.ค.
‘ส้ม’ตะเพิด‘เขียว’ เคลียร์ทางซักฟอกน้ำเงิน/อนุทินเย้ยปชน.‘รอบุญถึงก่อน’
“พริษฐ์” ขับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน ผวาเป็นหอกข้างแคร่ศึกอภิปราย
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
เล็งลดภาษีน้ำมันเกษตร ปชน.ขยี้‘ไทยพลัส’เหลว
"เอกนิติ" แย้มแผนคุมราคาน้ำมัน ปลดล็อกเฉพาะกลุ่มหากใช้ช่องลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยเกษตรกรอันดับแรก

