เริ่มแล้ว! ประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 3 ภัย "น้ำท่วม-วาตภัย-แผ่นดินไหว" จ่ายชดเชยสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้าน นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ-ท้องถิ่นศึกษาเงื่อนไขแจง ปชช.ให้เข้าใจง่าย “มท.3” ประกันมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. แจงน้ำท่วมที่เกิดก่อนไม่คุ้มครอง รัฐบาลเคาะงบ 126 ล้านบาท ดูแลผู้ประสบอุทกภัย 17 จังหวัดภาคเหนือ กทม.เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเพิ่ม ยื่นออนไลน์-สำนักงานเขต ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ผ่านการประชุมคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ออกโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการดูแลและคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิต และกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร โดยอุทกภัย ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 90,000 บาท ส่วนวาตภัย ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท ขณะที่แผ่นดินไหว ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท ส่วนกรณีเกิดภัยน้ำล้อมที่อยู่อาศัยจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง จะได้รับผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคน โดยเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำความคุ้มครองในระดับครัวเรือนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้เข้าใจอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้นำไปชี้แจงสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย ทั่วถึง เพื่อให้ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงสิทธิและประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่
“ผมยืนยันว่า จะดำเนินการให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นแน่นอน" พร้อมย้ำว่า "กรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองปีต่อปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ถึงวันที่ 1 ต.ค.2570 ไม่ได้ทำแค่ปีเดียว แต่จะทำปีต่อปี จึงขอให้ทุกคนสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ว่าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยพิบัติและเข้าถึงการชดเชยได้อย่างรวดเร็ว"
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนจะครอบคลุมเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ในส่วนน้ำท่วมที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. เราต้องใช้งบประมาณตามกฎหมายป้องกันภัย
ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องอยู่จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัย คนที่จะเข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยนั้นจะเริ่มเวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ต.ค. โดยเราใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย. มีการถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตีเส้นไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกันภัยตรงนี้จะได้รับการคุ้มครองที่รวดเร็วกว่าและชัดเจนกว่า ประชาชนสามารถรู้ตัวเลขได้ชัดเจนว่าได้รับการเยียวยา 10,000 บาทแน่ๆ โดยไม่ต้องมานั่งสำรวจความเสียหายอีกต่อไป หากจังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติหรือประสบภัยจริงจะเข้าหลักเกณฑ์เลย ไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพ โดยจะได้รับเงินภายใน 15 วัน รวมทั้งยังครอบคลุมบ้านเรือนที่ไม่มีบ้านเลขที่ด้วย สำหรับประกันภัยจะเยียวยาครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน วงเงินสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท หากเกินยอดนี้รัฐบาลจะเป็นผู้เยียวยาโดยหลักเกณฑ์เดียวกันกับประกัน
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย สามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ และบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินชดเชย โดยมีช่องทางการแจ้งเคลมกำหนดไว้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.thainatcat.org แอปพลิเคชันไลน์ @ThaiNATCAT ศูนย์บริการลูกค้าหมายเลข 0-2012-5555 จำนวน 300 คู่สาย และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยจะมีการจัดทำคู่มือและเผยแพร่รายละเอียดให้ประชาชนรับทราบต่อไปอุดช่องว่างโดยเร็วที่สุด
ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน มีมติอนุมัติงบประมาณเร่งด่วน รวม 126 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ
ทั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบ 96 ล้านบาท จะนำไปใช้ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำ พนังกั้นน้ำ และพื้นที่รับน้ำเดิมที่ชำรุด รวมถึงสถานีวัดน้ำและเครื่องสูบน้ำที่ได้รับความเสียหาย พร้อมขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และจัดทำระบบแก้มลิงพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง ส่วนงบอีก 30 ล้านบาท สำหรับจังหวัดน่าน จะเน้นการฟื้นฟูความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า กทม. อยู่ระหว่างเร่งปรับกระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ
น.ส.ทวิดากล่าวว่า กทม.ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขตและผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดระบบได้ภายในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ต.ค.นี้ และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง
ในกรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม.จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม.ได้มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย อาทิ ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท, ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น จ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน), ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน, ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย, ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย, เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ 2,300 บาทต่อราย, ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย, ค่าดำรงชีพเบื้องต้น สำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ 1,900-3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
น.ส.ทวิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และ 2565 มาประกอบ จากนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง เพื่อเร่งรัดการประเมินให้เร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง
เวลา 18.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงกรณีนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ระบุว่าอยู่หมู่บ้านเดียวกับนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยต่างกันว่า ขอให้ไปร้องเรียนนิติบุคคล เนื่องจากเป็นเพียงหนึ่งในลูกบ้านเช่นกัน
“ทัศนคติเป็นแบบนี้ คราวที่แล้วยกโทษให้อภัย เที่ยวนี้อย่าเผลอทำอะไรผิดพลาดอีกแล้วไม่ต้องขอให้อภัย ลักษณะนี้เรียกว่าแก่เกินแกง” นายอนุทิน ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง
นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ” ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย
‘พระราชินี’เสด็จฯเยือนญี่ปุ่น14-22ตุลาคม
สำนักพระราชวังออกประกาศพระราชินีเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2027 วันที่ 14-22 ต.ค.
โวประชุมIMFเทียบชั้นฟุตบอลโลก
"ในหลวง" พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฯ ติมอร์ฯ เฝ้าฯ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 13 ปี “เอกนิติ” ยันไทยพร้อม 100% จัดประชุมไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ฟุ้งศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล ถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับฟุตบอลโลก-แชมเปียนส์ลีก คาดเงินสะพัด 1,050-2,250 ล้านบาท
‘บันเทิงธิปไตย’5วัน ‘เท้ง’ขอเวลาศึกซักฟอก ‘รมต.’เสียงแข็งไม่หวั่น!
“เท้ง” ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีเหมาะสม ขอสภาชำแหละ 5 วันเต็ม มั่นใจมีใบเสร็จเอาผิด โต้รัฐบาลดูเนื้อหาก่อนแซะบันเทิงธิปไตย-ยื่นอภิปรายลิเก แจงไม่แบ่งเวลา
โยน ‘ป.ป.ช.’ แจง ฟ้องคดีโกงไม่ทัน 3ผู้ต้องหาพ้นคุก
“อนุทิน-วรศิษฎ์” โยนเผือกร้อนให้ ป.ป.ช.แจงปมฟ้องไม่ทัน จนต้องปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นองค์กรอิสระแทรกแซงไม่ได้ “โรม” ซัดผิดปกติ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เปิดช่องหนี
'อนุทิน' เปิดทำเนียบต้อนรับ 'นายกฯติมอร์-เลสเต' ยกระดับร่วมมือ 5 ด้าน
'อนุทิน' เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ 'นายกฯติมอร์-เลสเต' เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 13 ปี ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน เปิดโอกาสการค้า-การลงทุน ขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย

