“อนุทิน” สั่ง 8 มาตรการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำ-ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดไม่ต้องรอแห้งทั้งจังหวัด ลั่นไม่มีปัญหาความขัดแย้งบริหารจัดการในพื้นที่ ชี้หากเกิดขึ้นผู้บัญชาการต้องรับผิดชอบ “บิ๊กดุลย์” เผยโยกเครื่องดันน้ำ 10 เครื่องให้สมุทรสงครามแล้ว “JICC” เตือน “เพชรบุรี-ลุ่มน้ำบางปะกง-ภาคใต้” รับมือฝนระลอกใหม่ ส่วน “กทม.” คาดพื้นที่ฝั่งตะวันออกน้ำแห้ง เคหะร่มเกล้าลดวันละ 25 ซม. “นายกฯ” ประชุมรับมือประชุมธนาคารโลก แบ่งอำนาจสั่ง 3 ระดับ จำลองเหตุการณ์ท่วม 3 เมตรยกเลิกทันที!
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เวลา 08.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยนายกฯ ระบุว่า ภาพรวมหลายๆ พื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังมีบางจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี, ปทุมธานี และฉะเชิงเทรายังมีสภาพน้ำท่วมขังที่เป็นปัญหาอยู่ และยังคงต้องอพยพประชาชนออกมาอยู่ในศูนย์พักพิง และอพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาล ซึ่งในสภาพเช่นนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรค ซึ่งให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูแล
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาคของไทย รวมทั้งพื้นที่ กทม. และจะมีฝนตกชุกหนักมากในส่วนภาคใต้ ฉะนั้นเมื่อมีฝนมีน้ำหนุนเข้ามา ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ฉะนั้นช่วงนี้หากพื้นที่ใดยังสามารถเร่งระบายน้ำได้ ขอให้เร่งดำเนินการในทันที และหากต้องมีการปรับแผน ร้องขอเครื่องสูบน้ำ รถยกสูงหรือกำลังสนับสนุนจากจังหวัดอื่น ขอให้แจ้งเข้ามายังส่วนกลาง ขณะที่ในพื้นที่เสี่ยงขอให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางขอให้ดูแลอย่างเต็มที่ เตรียมเส้นทางและยานพาหนะอพยพให้พร้อม ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ส่วนพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดขอให้เริ่มสูบน้ำ เก็บขยะทำความสะอาด ตรวจระบบไฟฟ้า ประปา ดำเนินการทันทีไม่ต้องรอให้ทั้งจังหวัดน้ำแห้งก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเก็บขยะ ซึ่ง กทม.ได้มีการแจ้งประชาชนในเขตแล้วว่าช่วงใดจะเข้ามาเก็บขยะแบบ Big Cleaning ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการเตรียมตัวของประชาชน จึงขอให้พื้นที่อื่นๆ ได้ดำเนินความสะดวกเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้เน้นย้ำ 8 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ 1.เน้นย้ำการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และลำน้ำที่มีปริมาณน้ำเต็มหรือใกล้เต็ม ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำการพร่องน้ำ เร่งระบายน้ำออกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมทันที และให้กำหนดมาตรการป้องกัน และลดผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำด้วย 2.เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ โดยเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคอขวด 3.ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงให้แม่นยำและตรงจุด 4.ให้ทุกหน่วยงานระดมเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเหมาะสมกับสถานการณ์ กรณีเครื่องจักรของภาครัฐไม่เพียงพอ ให้จังหวัดระดมหรือจัดหาเครื่องจักรจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ 5.ให้เริ่มฟื้นฟูในพื้นที่ที่น้ำลดทันที โดยดูแลความสะอาด การเก็บขยะ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า น้ำประปา ระบบสาธารณสุข ให้มีความพร้อมใช้งานโดยไม่ต้องรอน้ำลดทั้งจังหวัด 6.ให้เสนอแผนฟื้นฟูและความช่วยเหลือประชาชน โดยสำรวจ ขึ้นทะเบียน นำส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินชดเชยจากสถานการณ์น้ำท่วม และให้กระทรวงการคลังหารือกับ ธ.ก.ส.เสนอแผนฟื้นฟูและการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 7.ให้การไฟฟ้าและการประปาหาแนวทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ครัวเรือนในบริเวณที่เกิดน้ำท่วมน้ำขัง โดยยกเว้นหรือลดค่าไฟ ค่าน้ำ และ 8.ให้กระทรวงคมนาคม สั่งการไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ในช่วงประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก จัดเจ้าหน้าที่บริการผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกในสนามบิน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างเต็มที่ ทั้งผู้เข้าประชุม ประชาชนและนักท่องเที่ยว
“ในระยะนี้ขอให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็ว และพื้นที่ที่น้ำลดแล้วต้องเร่งฟื้นฟูทั้งบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะ และระบบสาธารณูปโภคให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด" นายกฯ กล่าว
ภายหลังการประชุม บกปภ.ช.เสร็จสิ้น นายอนุทินปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าอำนาจในการบริหารจัดการน้ำแต่ละพื้นที่ขณะนี้เป็นหนึ่งเดียวใช่หรือไม่ นายอนุทินพยักหน้ารับพร้อมกล่าวว่า เป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาก็มีประชุมทุกวัน
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ กรณีการบริหารพื้นที่น้ำท่วมในระดับพื้นที่ที่มีกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งกันว่า ไม่ทราบ เพราะบริหารแบบซิงเกิลคอมมานด์ และเมื่อถามอีกว่า แต่ในระดับพื้นที่มีข้อถกเถียงไม่ให้ปล่อยน้ำผ่านพื้นที่ตัวเอง นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของระดับพื้นที่ ไม่ได้รับรายงานเรื่องความขัดแย้ง การบริหารจัดการระดับพื้นที่ ผวจ.เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ของพื้นที่ตามกฎหมายพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ ในบทบัญญัติกฎหมายใครจะขัดแย้งไม่ได้ ถ้ามีความขัดแย้งคนที่รับผิดชอบคือผู้บัญชาการสถานการณ์ และ ผวจ.ก็ขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกิดความขัดแย้งไม่ได้ อย่างไรก็ตามในภาพรวมการบริหารก็ขึ้นอยู่กับ รมว.มหาดไทย ก็คือตนเอง
ป้องปมทิ้งสัตว์เลี้ยง
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯ ต้องการสื่อสารคือ ขอให้ประชาชนอย่ารอจนระดับน้ำสูงถึงขั้นที่การอพยพทั้งคนและสัตว์ทำได้ยากหรือเป็นอันตราย ไม่ใช่บอกให้ประชาชนทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน สำหรับหลายครอบครัวสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในบ้าน รัฐบาลเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่สิ่งที่เราไม่อยากเห็นคือ เจ้าของเป็นห่วงสัตว์จนตัดสินใจไม่อพยพ และสุดท้ายเมื่อน้ำสูงขึ้นการช่วยเหลือจะยิ่งยากและเสี่ยงทั้งกับคนและสัตว์ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือกลุ่มเปราะบาง ดังนั้นอย่านำคำเตือนเรื่องความปลอดภัยไปตีความว่า เป็นการบอกให้ประชาชนทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง
ส่วน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ขอสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำว่า เครื่องผลักดันน้ำของกองทัพเรือมีอยู่ 90 เครื่อง อยู่ที่ กทม. 16 เครื่อง นครนายก 30 เครื่อง ฉะเชิงเทรา 20 เครื่อง และสมุทรปราการ 24 เครื่อง โดยได้คุยกับจังหวัดนครนายกแล้ว จะย้ายเครื่องผลักดันน้ำ 10 เครื่องในวันนี้ไปยังสมุทรสงคราม
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า สมุทรสงครามเป็นปลายน้ำของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งแม่น้ำแม่กลองได้ลดการระบายน้ำลงแล้วเหลือ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากที่เคยกังวลว่าการระบายน้ำจะอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยสิ่งที่ ผวจ.สมุทรสงครามร้องขอมานั้น ได้ให้กองทัพเรือดำเนินการแล้ว รวมถึง ปภ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือแล้ว
นายนิรัตน์ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด รวม 140 อำเภอ 1,154 ตำบล 8,325 หมู่บ้าน รวมกรุงเทพฯ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน
ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2569 โดยได้หารือแนวโน้มของสถานการณ์อุทกภัยและการคาดการณ์ลักษณะอากาศ ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า 7-10 วัน รวมไปถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ และพิจารณาปัญหาอุปสรรคและความต้องการขอรับการสนับสนุนของจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง
'เมืองเพชร-ใต้' ระวัง
ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ได้มีการแถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังจะลดลง โดยในช่วงวันที่ 6-7 ต.ค.จะขยับเน้นไปทางภาคตะวันตก หลังจากนั้นช่วงวันที่ 8-9 ต.ค.จะเริ่มมีฝนหนักทางภาคใต้ และช่วงวันที่ 10-13 ต.ค.มีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่าน จ.เพชรบุรี ดังนั้นภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบ ซึ่งได้ประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่ จ.เพชรบุรีไว้ด้วย
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าพื้นที่ภาคใต้จะเกิดฝนหนักอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะน้ำป่าไหลหลากและน้ำจากเขา จึงต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้สั่งการจังหวัดภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และกองทัพภาคที่ 4 เตรียมการจัดการและป้องกันสาธารณภัย และระดมเครื่องมือให้พร้อม ส่วนประชาชนทางภาคใต้ขอให้ฟังประกาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้นายกฯ สั่งการว่า ถ้าพื้นที่ใดน้ำลดแล้วให้เริ่มกระบวนการเยียวยา โดยไม่ต้องรอให้น้ำลดพร้อมกันในทุกพื้นที่
“ขอแจ้งเตือนประชาชนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เฝ้าระวังฝนตกในลักษณะเรนบอมบ์ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชน คือ จ.ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ที่ส่วนหนึ่งรับน้ำจากฝั่งนครนายก และยังต้องเฝ้าระวังไปถึงสัปดาห์หน้าตั้งแต่ จ.เพชรบุรีไปถึงภาคใต้ตอนล่าง" นายเอกภพกล่าว
ด้านนายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ระบุว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 68% และเขื่อนสิริกิติ์ 81% ยืนยันว่าเขื่อนทั้ง 2 แห่งมีความจุที่เป็นที่ว่างเพียงพอกับการรับน้ำในภาคเหนือแน่นอน ส่วนการบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังต้องคงการระบายน้ำไว้ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้มีช่องว่างเพียงพอในการรองรับสถานการณ์น้ำที่อาจจะตกเพิ่มขึ้น
น้ำแห้งในอีก 2 วัน
นายธเนศร์กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังในเขตลุ่มน้ำบางปะกง เนื่องจากมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีได้มาถึงตัวแม่น้ำบางปะกงแล้ว ซึ่งต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของ จ.เพชรบุรี ด้านบนเหนือแม่น้ำเพชรบุรี ในเขื่อนแก่งกระจานซึ่งเป็นเขื่อนหลัก อธิบดีกรมชลประทานได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักชลประทานในพื้นที่เร่งพร่องน้ำ โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อเร่งพร่องน้ำลงมาก่อน และให้มีการตรวจตราระบบระบายน้ำในเขต จ.เพชรบุรี ให้มีความพร้อมเต็มที่ในการรับน้ำที่จะมาถึงตัวเมืองเพชรบุรี ที่มีแนวโน้มตั้งแต่วันที่ 10-11 ต.ค.
ส่วนสถานการณ์ใน กทม.นั้น น.ส.ลลิดากล่าวว่า ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางสัญจรไปมา โดยยังมีเส้นทางที่ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงอยู่คือ บริเวณถนนฉลองกรุง ซึ่งประชาชนควรจะหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ส่วนชุมชนเคหะร่มเกล้า กทม.ได้ทำการระบายน้ำลดลงไปแล้วกว่า 30-70 เซนติเมตร โดยมีเป้าหมายในการระบายน้ำอย่างน้อยอยู่ที่ 25 ซม./วัน ส่วนเขตมีนบุรี ประเวศ สะพานสูง ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม คาดว่าน้ำจะแห้งภายใน 2 วัน
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ภาพรวมยังคงเป็นการทยอยกู้คืนพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วม ล่าสุดหลายพื้นที่เขตลาดกระบัง เช่น เคหะร่มเกล้าสถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น และทยอยไปช่วยหมู่บ้านโซนต่างๆ ในเขตลาดกระบัง รวมถึงถนนบางช่วงที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง เพื่อให้รถเล็กสามารถผ่านได้
วันเดียวกัน นายอนุทินได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 ต.ค. 2569 โดยที่ประชุมได้หารือถึงระบบบัญชาการและการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉิน สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดประชุม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากนี้ ยังได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาสถานการณ์จำลองน้ำท่วมกรุงเทพฯ เพื่อกำหนดตัวชี้วัดระดับน้ำ สำหรับยกระดับการตัดสินใจตามความรุนแรงของสถานการณ์ โดยระบุว่าหากระดับน้ำอยู่ที่ 15-25 ซม. อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ศูนย์ CCOC ส่วนกรณีระดับน้ำสูงถึง 50 ซม. จนการจราจรเป็นไปด้วยความลำบาก อำนาจการตัดสินใจจะถูกยกระดับไปยัง MSCMT และในขั้นวิกฤตที่สุดคือระดับน้ำ 3 เมตร อำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่ระดับ Top Management โดยทีม MSCMT จะมีมติเสนอให้ยกเลิกการประชุมเพื่อความปลอดภัย และปลัดกระทรวงการคลังจะรายงานต่อ Top Management เพื่อหารือร่วมกับประธานธนาคารโลกและกรรมการผู้จัดการ IMF นำไปสู่การตัดสินใจร่วมเพื่อยุติการประชุมในที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปภ.ยัน1-2วันนี้ โอนเงินเข้าบช. เยียวยาอุทกภัย
นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. กำชับสัปดาห์นี้่ต้องเห็นการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ยันงบฯ 4.7 พันล้าน
ลุยล้างมาเฟียเสื้อกาวน์ ‘ช้างใหญ่’จี้ผ่าตัด‘TPBS’
รัฐบาลสกัดไฟล้วงภาษีบาป “อนุทิน” บอกอยู่ระหว่างขั้นตอน ขณะที่อธิบดีสรรพสามิตออกโรงรื้อภาษีไม่เอื้อเอกชน
‘หนู-เน’พี่น้องกันอย่าคิดไปเรื่อย
"อนุทิน" แจงเบิร์ธเดย์ "เนวิน" เป็นพี่น้องกัน ไปร่วมทุกปีเป็นเรื่องป
สร้าง 'ฉันทมติ' ใหม่ วงเสวนามองอนาคตดันแก้รธน.รายมาตราหยุดรัฐประหาร
เวทีเสวนา “ไทยโพสต์” 30 ปี มองอนาคตประเทศไทย ประชาธิปไตยไทย ดันแก้ไข รธน.รายมาตรา “มาร์ค-ธนาธร-ยะใส” มองหา “ฉันทมติร่วม" หยุดวงจรความขัดแย้งนำพาประเทศเดินหน้า
นายกฯ โยนปม 'ภาษีบาป' เป็นเรื่องของสภาฯ
“อนุทิน” ระบุการเสนอแก้ไขกฎหมายดึงเงินภาษีบาปของ Thai PBS และ สสส. เข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน เป็นเรื่องขั้นตอนของสภาฯ เผยยังไม่ได้คุยกับ “ศุภชัย” ก่อนหัวเราะปัดตอบคำถามถูกมองแทรกแซงสื่อ
'อนุทิน' สวนคนจ้องโจมตี ปมวันเกิด 'เนวิน' ลั่นคนว่างมากก็คิดไปเรื่อยเปื่อย
"อนุทิน" แจงกระแสดราม่าร่วมงานวันเกิด "เนวิน" ยันสนิทกันเหมือนคนในครอบครัวและเดินทางไปร่วมงานทุกปี ชี้กรณีตอบกลับคำอวยพรนั่งนายกฯ อีก 2 สมัยว่า "เบื่อแล้ว" เป็นแค่การหยอกล้อกันระหว่างพี่น้อง ปัดเป็นประเด็นการเมือง พร้อมสวนกลับกระแสโจมตี "คนว่างมากก็คิดไปเรื่อย"

