นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. กำชับสัปดาห์นี้่ต้องเห็นการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ยันงบฯ 4.7 พันล้านเพียงพอ อธิบดี ปภ.เผยโอนให้ ธ.ออมสินแล้ว 1-2 วันนี้เข้าบัญชีธนาคารของประชาชน แต่ไม่น่าจะพอต้องขอ ครม.เพิ่มเติม “ปภ.” ระบุยอดลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ”พุ่ง 1 ล้านครัวเรือน แนะวิธีตรวจสอบข้อมูล-เลือกพื้นที่ให้ถูกต้องป้องกันคำร้องผิดพลาด "พี่ศรี" บุกร้องสภา กทม. ขอมีมติให้ รมว.มท.-ครม.สั่งเด้ง "ชัชชาติ" เหตุเพิกเฉยไม่เดินหน้า พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินทำ "แก้มลิง" เอื้อบรษัทอดีตที่ปรึกษาฯ
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 5 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ในสัปดาห์นี้ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งประสานงาน เปิดให้ลงทะเบียนยื่นขอเยียวยาครอบคลุมในพื้นที่ประสบภัยรวมถึง กทม. ลงทะเบียนสำรวจจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการเยียวยาให้เรียบร้อย เพราะเท่าที่ทราบเกือบ 100% เข้าข่ายที่ได้รับการเยียวยาแล้ว ตนจะขอให้เร่งดำเนินการ หากข้อมูลเข้ามาถึงเมื่อไหร่ขอให้เร่งทยอยจ่ายตามคิวที่เข้ามา ไม่ต้องรอให้ครบก่อนแล้วค่อยจ่าย หรื อรอให้การฟื้นฟูเสร็จเรียบร้อยค่อยจ่าย ไม่จำเป็น ซึ่งมีงบประมาณที่กันเอาไว้ตั้งแต่ปี 69 ซึ่งสำนักงบประมาณก็โอนไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นประชาชนมีความลำบากอยู่ ขอให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาตามคิวที่เข้ามาในแต่ละวัน
นายกฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอเน้นย้ำ ปภ.ที่เป็นผู้รวบรวม แต่คนที่ต้องดำเนินการหลักๆ คือท้องถิ่น ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย เราจะมีเงินในการซ่อมแซมความเสียหายของบ้านเรือน มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว สัปดาห์นี้ต้องให้เห็นการโอนเงิน เพราะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของพวกเราต่อชีวิตของประชาชน การลงพื้นที่ไปทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ ถ้าเป็นไปได้ต้องเร่งจัดการบ้านเรือนให้เรียบร้อย และส่งพวกเขากลับไปยังบ้านเรือนโดยเร็วที่สุด
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. ให้สัมภาษณ์ถึงเงินเยียวยาที่นายกฯ กำชับในที่ประชุม ว่าสัปดาห์นี้ให้ทยอยจ่ายก้อนแรกให้ประชาชนนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีความเป็นไปได้ ซึ่งเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้มาจำนวน 4,700 ล้านบาท ทาง ปภ.ได้โอนยอดทั้งหมดให้ธนาคารออมสิน โดยหลังจากนี้หากไปตรวจสอบแล้วเข้าตามหลักเกณฑ์ ซึ่งใช้เวลาตรวจ 1-2 วัน เงินก็จะเข้าบัญชีธนาคารของประชาชน โดย ปภ.ได้ทำข้อตกลงกับธนาคารออมสิน หากใครทำตามเงื่อนไขครบถ้วนก่อนก็จะโอนเงินให้ก่อน
ถามถึงงบประมาณ 4,700 ล้านบาทว่าเพียงพอหรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ไม่น่าจะเพียงพอ เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในมติ ครม. ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำว่าหากไม่เพียงพอสามารถของบประมาณเพิ่มได้ จังหวัดไหนมีความชัดเจนตามหลักเกณฑ์ก็สามารถเสนอ ครม.ได้เลย ไม่ต้องรอเป็นกลุ่มจังหวัด พร้อมย้ำว่าจำนวนเงินเยียวยาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อยู่ในมติ ครม.
ส่วนงบประมาณที่จะขอเพิ่มจะอยู่ในงบประมาณปี 2569 หรือปี 2570 นายนิรัตน์กล่าวว่า ถ้าขอปีนี้ก็ใช้งบประมาณของปีนี้ ซึ่งงบประมาณของปี 2569 รัฐบาลได้ให้มาแล้วจำนวน 4,700 ล้านบาท สำหรับยอดผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาขณะนี้มีจำนวนกว่า 1 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีความรวดเร็วมาก แม้ว่าในช่วงแรกอาจมีติดขัดบ้าง เนื่องจากมีผู้เข้าระบบเพื่อไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเป็นจำนวนมาก ส่วนในกลุ่มของผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตามศูนย์พักพิงเพื่อไปช่วยเหลือในการลงทะเบียน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินกล่าวถึงวงเงินในการเยียวยาผู้ประสบภัย 4.7 พันล้านบาท หากไม่เพียงพอสามารถขอเพิ่มได้หรือไม่ว่า ต้องเพียงพอ เพราะงบส่วนนี้คืองบที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นในส่วนงบกลาง ตอนแรกจะคืนให้กับคลังเพื่อนำไปชำระหนี้ต่างๆ เหมือนกับปีที่ผ่านมา งบประมาณส่วนนี้เหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท ก็นำไปคืนคลังเพื่อชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. อย่างปีนี้ตั้งใจว่าจะนำไปชำระหนี้จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ดันมาเกิดเหตุน้ำท่วม ดังนั้นในส่วนของการชำระหนี้เดี๋ยวค่อยไปดูในส่วนของงบปี 2570 ว่าจะจัดสรรได้อย่างไรบ้าง และหากงบของปี 2569 ที่สำรองเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่พอต้องไปใช้งบของปี 2570 แต่จากการสำรวจเบื้องต้นยืนยันว่าน่าจะเพียงพอ
น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรม ปภ. กล่าวถึงแนวทางการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งดำเนินการ ซึ่ง ปภ.ได้มีการประสานไปยัง กทม.และ 75 จังหวัดที่จะทำการช่วยเหลือ ให้ดำเนินการสำรวจและยืนยันข้อมูลกลับมาให้ ปภ. ซึ่ง ปภ.ได้ดำเนินการประสานไปแล้วว่าหากทางท้องถิ่น กทม.และจังหวัดส่งข้อมูลมาให้ ปภ.จะสามารถส่งข้อมูลยืนยันให้ธนาคารออมสิน และสามารถโอนเงินเยียวยาได้ภายใน 2-3 วัน หรือไม่เกินภายในสัปดาห์นี้ จึงขอฝากไปยังพื้นที่ให้เร่งดำเนินการเรื่องการสำรวจข้อมูลเข้ามา ส่วนการเยียวยาที่ประชาชนลงทะเบียนเข้ามาผ่านระบบแอปพลิเคชันทางรัฐนั้น จากข้อมูล ณ วันที่ 5 ต.ค. เวลา 07.00 น. พบว่ามียอดลงทะเบียนเข้ามาในระบบ 1,056,361 ครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่ของ กทม. 458,987 ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 1 แสนกว่าครัวเรือน รองลงคือสมุทรปราการ 149,194 ครัวเรือน ปทุมธานี 130,010 ครัวเรือน ฉะเชิงเทรา 42,531 ครัวเรือน และระยอง 36,016 ครัวเรือน
“ขอแนะนำให้ประชาชนที่กรอกข้อมูลแล้ว แต่ขึ้นแจ้งว่าไม่อยู่ในพื้นที่หรืออยู่นอกพื้นที่ประสบภัย ตรวจสอบพื้นที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสำนักงานเขตในพื้นที่นั้นให้ดี ก่อนกดเลือกพื้นที่ประสบภัย เพราะหากเลือกที่อยู่ผิดระบบจะไม่สามารถกดยืนยันได้ ส่วนหากลงทะเบียนสำเร็จหรือขึ้นข้อมูลแล้ว ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและแก้ไขข้อมูลได้ที่คำร้องของฉันเพื่อขอแก้ไขข้อมูล พร้อมขอให้ตรวจสอบการเลือกวันที่เกิดภัย ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยให้ตรงกับเงื่อนไขที่มีการกำหนดระยะเวลาอยู่ที่ 7 วันขึ้นไป" น.ส.ศิริธรกล่าว
ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2 ดินแดง นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ไปยื่นคำร้องถึงสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) เพื่อให้สภา กทม.มีมติขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 52 (8) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร 2528 สืบเนื่องจากรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้จัดสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวเพื่อรองรับน้ำหลาก ซึ่งเรียกว่า “แก้มลิง” ในหลายพื้นที่ของ กทม. โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกเพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ ช่วยบรรเทาอุทกภัยและระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก
โดยเฉพาะบึงรับน้ำคลองคู้บอน ผ่านการประชาพิจารณ์มาแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และ ครม. เห็นชอบในหลักการแล้วเมื่อปี 2562 ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ในสมัยนั้นได้ผลักดันมาโดยตลอด แต่เมื่อนายชัชชาติมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อ กลับเพิกเฉยไม่เดินหน้าเพื่อเสนอร่าง พ.ร.ฎ.จะเวนคืนที่ดินฯ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยอ้างว่าไม่เหมาะสมแล้ว เป็นเพราะมีบริษัทที่เป็นอดีตคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ชัชชาติไปซื้อที่ดินอยู่ในบริเวณนั้นอยู่ด้วยกว่า 20 ไร่ จึงไม่กล้าที่จะเวนคืน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวขาดพื้นที่รับน้ำ ทำให้เกิดอุทกภัยในบริเวณดังกล่าว น่าจะเข้าข่ายเป็นการมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตน จึงเป็นอำนาจของสภา กทม.ที่จะมีมติขอให้ รมว.มหาดไทยเสนอครม.พิจารณาสั่งให้นายชัชชาติออกจากตำแหน่งได้
ที่รัฐสภา น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. แถลงเรียกร้องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ของสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเรื่องนี้ตนตั้งกระทู้ถามตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และสัปดาห์นี้ก็ยังตั้งกระทู้ถามอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยล้างมาเฟียเสื้อกาวน์ ‘ช้างใหญ่’จี้ผ่าตัด‘TPBS’
รัฐบาลสกัดไฟล้วงภาษีบาป “อนุทิน” บอกอยู่ระหว่างขั้นตอน ขณะที่อธิบดีสรรพสามิตออกโรงรื้อภาษีไม่เอื้อเอกชน
‘หนู-เน’พี่น้องกันอย่าคิดไปเรื่อย
"อนุทิน" แจงเบิร์ธเดย์ "เนวิน" เป็นพี่น้องกัน ไปร่วมทุกปีเป็นเรื่องป
น้ำเหนือ-น้ำฝนระลอกใหม่ รับมือวิกฤตไม่ซ้ำรอยเดิม?
แม้น้ำใน กทม.หลายพื้นที่จะเริ่มแห้ง และหลายพื้นที่ในเมืองกรุงที่สาหัสก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง จะคลี่คลายขึ้น หากแต่ภารกิจรับมือ ‘น้ำท่วม’ ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใต้การนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ยังไม่จบ
คาดโทษผบช.นํ้าท่วมห้ามขัดแย้ง
“อนุทิน” สั่ง 8 มาตรการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำ-ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดไม่ต้องรอแห้งทั้งจังหวัด
สร้าง 'ฉันทมติ' ใหม่ วงเสวนามองอนาคตดันแก้รธน.รายมาตราหยุดรัฐประหาร
เวทีเสวนา “ไทยโพสต์” 30 ปี มองอนาคตประเทศไทย ประชาธิปไตยไทย ดันแก้ไข รธน.รายมาตรา “มาร์ค-ธนาธร-ยะใส” มองหา “ฉันทมติร่วม" หยุดวงจรความขัดแย้งนำพาประเทศเดินหน้า
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

