“ศุภชัย” โต้ “บรรเจิด” ปม Earmarked Tax “อย่าเอากฎหมายคนละฉบับมาปนกัน” ระบุยกเลิกเงินบำรุงไม่ใช่ยกเลิกอำนาจภาษีสรรพสามิต หรือทำให้รายได้รัฐหายไป ขณะที่ "ผู้จัดการ สสส." ร่อน จม.เปิดผนึกปลุกภาคี ร่วมกันปกป้องกลไกภาษีบาป สร้างเสริมสุขภาพ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ให้ความเห็นคัดค้านการยกเลิก Earmarked Tax โดยเฉพาะข้อสังเกตว่า หากยกเลิกเงินบำรุงแล้ว จะไม่สามารถออกกฎกระทรวงปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อทดแทนได้ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรพิจารณาจากฐานอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา
นายศุภชัยกล่าวว่า ประเด็นแรก ศ.ดร.บรรเจิดเห็นว่า Earmarked Tax ขององค์กรและกองทุนเดิมไม่ได้ขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 เนื่องจากแม้มาตรา 26 จะวางหลักไม่ให้เสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เฉพาะโดยไม่นำส่งคลัง แต่มาตรา 82 มีบทเฉพาะกาลรองรับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว
“ในประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยว่าระบบเดิมไม่ได้กลายเป็นระบบที่ผิดกฎหมายเพียงเพราะมีมาตรา 26 เกิดขึ้นภายหลัง เพราะมาตรา 82 มีผลรองรับกฎหมายเดิมอยู่ แต่คำถามคือ การที่กฎหมายเดิมยังใช้ได้ หมายความว่ารัฐสภาจะห้ามแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายเดิมตลอดไปหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน เพราะบทเฉพาะกาลมีหน้าที่รักษาผลของกฎหมายเดิม มิได้ทำให้กฎหมายเดิมกลายเป็นสิ่งที่รัฐสภาไม่สามารถทบทวนหรือแก้ไขได้”
เขากล่าวว่า ดังนั้นการเสนอแก้ไขระบบ Earmarked Tax ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนข้อกล่าวหาว่า “ระบบเดิมผิดกฎหมาย” แต่สามารถพิจารณาได้ว่า เมื่อกฎหมายวินัยการเงินการคลังปี 2561 กำหนดหลักการสำหรับอนาคตแล้ว ข้อยกเว้นจากระบบเดิมยังมีความจำเป็นและเหมาะสมกับระบบการคลังในปัจจุบันหรือไม่
ส่วนประเด็นสำคัญที่สอง คือข้อสังเกตว่า เมื่อยกเลิกเงินบำรุงแล้ว จะสามารถออกกฎกระทรวงปรับภาษีสรรพสามิตขึ้นเพื่อทดแทนได้หรือไม่ ซึ่ง ศ.ดร.บรรเจิดให้ความเห็นว่า “ยืนยันว่าทำไม่ได้ เป็นวาทกรรมที่หลอกลวงประชาชน” โดยให้เหตุผลว่า เมื่อกฎหมายยกเลิกบทบัญญัติที่ให้อำนาจจัดเก็บเงินบำรุงแล้ว จะไม่สามารถออกกฎกระทรวงเรียกเก็บเงินดังกล่าวกลับมาได้
นายศุภชัยกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกฐานอำนาจตามกฎหมายออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน หนึ่ง คือ “เงินบำรุง” ซึ่งจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้เสียภาษีสุราและยาสูบ แล้วนำส่งตรงให้ สสส. Thai PBS หรือองค์กรที่กฎหมายกำหนด มีฐานอำนาจจากกฎหมายเฉพาะของแต่ละองค์กร หากรัฐสภายกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว รัฐย่อมไม่สามารถกลับไปเรียกเก็บเงินในฐานะ “เงินบำรุง” ตามมาตราที่ถูกยกเลิกได้
สอง คือ “ภาษีสรรพสามิต” ซึ่งมีฐานอำนาจจาก พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยมาตรา 5 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ภายในกรอบและเพดานที่พระราชบัญญัติกำหนด
“การยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมาย สสส. หรือกฎหมายขององค์กรอื่น ไม่ได้มีผลเป็นการยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต และไม่ได้ทำให้อำนาจตามมาตรา 5 สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ พูดให้สั้นที่สุดคือ ยกเลิกอำนาจเก็บเงินบำรุง ไม่เท่ากับยกเลิกอำนาจกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต เพราะเป็นอำนาจที่มาจากกฎหมายคนละฉบับ” นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า หากแนวทางของรัฐบาลคือยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุง แล้วปรับอัตราภาษีสรรพสามิตตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต นำรายได้ทั้งหมดเข้าสู่แผ่นดิน และจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานผ่านระบบงบประมาณปกติ สิ่งที่ต้องพิจารณาจริงๆ จึงไม่ใช่แค่ว่า “กฎหมายเงินบำรุงถูกยกเลิกหรือไม่”
แต่ต้องดูต่อว่า พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตยังให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหรือปรับอัตราภาษีได้หรือไม่ และกฎหมายกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้เท่าใด หากยังมีอำนาจและมีช่องให้ปรับอัตราได้ การดำเนินการดังกล่าวก็ต้องพิจารณาตามกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด
“นี่คือประเด็นที่ต้องตรวจสอบให้ชัด ไม่ใช่สรุปไปก่อนว่าการยกเลิกเงินบำรุงเท่ากับยกเลิกภาษี หรือทำให้รายได้ของรัฐหายไป
ส่วนข้อกล่าวหาว่า การยกเลิก Earmarked Tax คือการ “คืน 2% ให้นายทุนสุราและยาสูบ” ก็ไม่สามารถสรุปได้จากการยกเลิกเงินบำรุงเพียงขั้นตอนเดียว แต่ต้องพิจารณาภาระภาษีสุทธิหลังมาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับ หากเดิมผู้ประกอบการมีภาระภาษีสรรพสามิตบวกเงินบำรุง และเมื่อยกเลิกเงินบำรุงแล้ว รัฐใช้อำนาจตามกฎหมายปรับอัตราภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสมจนภาระรวมไม่ลดลง ก็ไม่อาจกล่าวได้โดยอัตโนมัติว่าเงินดังกล่าวถูกคืนให้นายทุน
ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนภาคี สสส. มีใจความว่า ถึง...เพื่อนภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพทุกท่าน ในช่วงเวลาที่มีข้อเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนแปลงที่มารายได้ของกองทุน ทาง สสส.ได้รับรู้ถึงความห่วงใย และการแสดงออกของเพื่อนภาคีจากหลากหลายพื้นที่และประเด็นงานอย่างต่อเนื่อง
สสส.ขอขอบคุณและเข้าใจดีว่า สิ่งที่ภาคีกำลังร่วมกันสื่อสารต่อสู้ มิใช่เพียงความห่วงใยต่อ สสส. ในฐานะองค์กร แต่คือความห่วงใยต่ออนาคตของระบบสุขภาพ และต่อกลไกที่ทำให้ภาคประชาชน ชุมชน ภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคส่วนต่างๆ สามารถร่วมกันทำงานเพื่อสุขภาวะของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
สสส.ขอยืนยันว่า เรามิได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา สำนักงานได้ดำเนินการให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องความจำเป็นของกลไกภาษีบาป (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบ เหตุผลความจำเป็นของการออกแบบระบบภาษีดังกล่าว ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความต่อเนื่องและความคล่องตัวของงานสร้างเสริมสุขภาพหากมีการเปลี่ยนแปลง
สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้ชัดเจน คือ เงินที่กฎหมายกำหนดให้เป็นรายได้ของกองทุน สสส. แม้จะเป็น "เงินนอกงบประมาณ" แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น "เงินนอกการกำกับและตรวจสอบของรัฐ" การกำหนดแหล่งรายได้ให้กองทุนโดยตรงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้งานสร้างเสริมสุขภาพมีความต่อเนื่อง คล่องตัว เป็นการทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพไปพร้อมๆ กับการพัฒนาศักยภาพ ความพร้อมของกลุ่มเป้าหมายและกลไกการทำงานเพื่อให้เกิดการทำงานที่ต่อเนื่อง ขณะที่การบริหารและใช้จ่ายเงินยังอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ระบบการกำกับ การประเมินผล และการตรวจสอบของรัฐ
ดังนั้นการมี Earmarked Tax กับวินัยการเงินการคลัง ความโปร่งใส และการตรวจสอบไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน เราสามารถรักษากลไกทางการเงินที่จำเป็นต่อการสร้างเสริมสุขภาพพร้อมกับพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้นในเรื่องใดที่ควรปรับปรุง เราพร้อมปรับปรุง ในเรื่องใดที่ควรโปร่งใสมากขึ้น เราพร้อมเปิดเผยและพัฒนา และในเรื่องใดที่กลไกเดิมยังมีจุดอ่อน เราพร้อมรับฟังและร่วมกันแก้ไข.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก742ปีอลงกต คืนเงิน306ล้าน โกงวัดพระบาท
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก "อดีตพระอลงกต" 742 ปี
แม้วพ้อยึดรถกันกระสุน ลุ้นฟังคำสั่งศาล16พ.ย.
“ทักษิณ” มาตามนัด ขึ้นไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวปมสรรพากรยึดทรัพย์ขายหุ้นชินคอร์ปอีก 90 ล้าน
บ้านสร้างสวน‘หนู’ฟัน‘นอภ.’
เดือด! “อนุทิน” ซัดแหลก “นายอำเภอบ้านสร้าง” เกียร์ว่างไม่ช่วยน้ำท่วม
ล็อกเป้ารมต.ฮั้วสว. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกน้ำเงินเกินโหล/ขวางสอบไอเดียร์
ฝ่ายค้านตีเหล็กตอนร้อน “หัวหน้าเท้ง” นำทีมลุย ยื่นซักฟอก 18 รมต.น้ำเงิน พุ่งเป้าพันคดีฮั้ว สว. รวมถึงบริหารเหลว
ทรัมป์เร่งหนูปิดดีล เนเน่โชว์แบงก์โลก
นายกฯ เผย “ทรัมป์” ส่งจดหมายหวังลงนามสัญญาภาษีกับรัฐบาลไทยช่วงมาเอเชีย
ปปช.ลุยอภิโกง คุ้ยลึกทุนสีเทา สว.ฉุนด่ากราด
เลขาฯ ป.ป.ช.ป้ายแดงประกาศเดินหน้าลุยคดีทุจริตขนาดใหญ่

