“ทักษิณ” มาตามนัด ขึ้นไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวปมสรรพากรยึดทรัพย์ขายหุ้นชินคอร์ปอีก 90 ล้าน รถ 5 คัน จากคำสั่งเรียกเก็บภาษี 1.7 หมื่นล้าน เจ้าตัวพ้อเป็นผลจากต้นไม้พิษ โดนอายัดรถกันกระสุน ศาลภาษีอากรกลางนัดฟังคำสั่ง 16 พ.ย.
ที่ศาลภาษีอากรกลาง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ฟ้องกรมสรรพากร เพื่อขอให้สั่งการยึดและอายัดทรัพย์เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปี 2549 จำนวนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยแย้งว่าเป็นการดำเนินการที่ซ้ำซ้อนและมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้จากการขายหุ้นทั้งหมด 1,419.49 ล้านหุ้น ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินไปทั้งหมดแล้ว รวมเป็นเงิน 46,373.68 ล้านบาท
โดยเวลา 08.42 น. นายทักษิณเดินทางมาศาลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายทักษิณตอบสั้นๆ ว่า ไม่มีอะไรเลย สบายๆ
จากนั้นเวลา 09.00 น. นายทักษิณได้ขึ้นเป็นพยานเบิกความเองว่า มีทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดไป อย่างมีรถยนต์ 5 คัน แต่มี 2 คันที่เป็นรถยนต์ที่สั่งทำพิเศษ มีกระจกกันกระสุน เนื่องจากระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง และหลังจากพ้นวาระแล้วก็ยังมีเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีใครมาปองร้ายหรือไม่ หากถูกยึดไปก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิต และก็จะต้องสั่งทำใหม่ โดยใช้เวลานาน และตอบถามค้านฝั่งจำเลยว่า ตอนนี้รถยังอยู่กับตัว แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะถูกดำเนินการนำไปขายทอดตลาด ส่วนที่สามารถนำเงินมาเป็นหลักประกันได้เพื่อจะชะลอการจ่ายภาษี นายทักษิณไม่มีรายได้จากการขายหุ้นส่วนนั้นมาวางค้ำประกันแล้ว
นายทักษิณยังเบิกความอีกว่า ที่ต้องมานั่งในศาลตอนนี้ เพราะตนคือผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษจากการปฏิวัติรัฐประหารทางการเมือง การซื้อขายหุ้นไม่ได้ทำให้รัฐเสียหาย แต่ในขณะนั้นอยู่ต่างประเทศ เมื่อมีคำพิพากษามาก็เคารพคำพิพากษา การได้มาซึ่งคำพิพากษาเกิดจากผลไม้เต็มถาดยื่นไปให้ศาล การดำเนินการของสรรพากรไม่ชอบ โดยยกตัวอย่างว่า ให้กระทรวงการคลังเป็นพ่อ และกรมสรรพากรเป็นลูก ตัวเองมีหนี้ ซึ่งให้เงินทั้งหมดกับคนเป็นพ่อไปแล้ว แต่พ่อไม่คุยกับลูก ทำให้ลูกมาทวงกับตนอีก นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าจะมีการมาฟ้องล้มละลาย เนื่องจากมีเงินไม่พอให้อายัดทรัพย์เพิ่มเพื่อชำระภาษี
นอกจากนายทักษิณ ฝ่ายโจทก์ยังได้เบิกพยานเป็นอดีตข้าราชการในกรมสรรพากร ขณะที่ฝ่ายจำเลยได้นำพยานมาเบิกความ 2 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่นิติกรของกรมสรรพากรที่มีหน้าที่คืนภาษี ซึ่งเบิกความเกี่ยวกับขั้นตอนและความเห็นการทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการเรียกเก็บภาษี
โดยระหว่างพยานฝ่ายอัยการปากที่ 4 ขึ้นเบิกความ นายทักษิณได้ขออนุญาตศาลเดินทางกลับเนื่องจากติดภารกิจ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต
ระหว่างเดินทางกลับนายทักษิณเปิดเผยสั้นๆ ว่า ไม่มีอะไรต้องพูด เจ้าตัวมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนเดินทางกลับทันที
ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีคำพิพากษา วันที่ 14 ส.ค.2568 กรมสรรพากรได้ดำเนินการเร่งรัดหนี้ภาษีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอายัดทรัพย์สินของนายทักษิณ โดยปัจจุบันมีเงินในบัญชีที่ถูกอายัดประมาณ 90 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์ 5 คัน และที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกับน้องสาวที่ จ.เชียงใหม่
นายวิญญัติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายโจทก์นำเสนอต่อศาล คือยอดภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บ ซึ่งมีการกล่าวถึงเงินต้นประมาณ 5,800 ล้านบาท อันเป็นเงินที่กรมสรรพากรอ้างว่าเป็นภาษีจากเงินได้จากการขายหุ้น รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทำให้ยอดเรียกร้องรวมอยู่ในระดับประมาณ 17,000 ล้านบาท โดยฝ่ายโจทก์ตั้งข้อโต้แย้งว่า หากเงินดังกล่าวเป็นเงินได้จากการขายหุ้นก้อนเดียวกับเงินที่ถูกดำเนินการตามคำพิพากษาและนำส่งรัฐไปแล้ว ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นเงินได้ก้อนเดียวกันหรือไม่
“ถ้ามันเป็นเงินได้ก้อนเดียวกัน ก็คือเป็นเงินได้ที่จัดเก็บไปแล้ว ยังจะให้ผู้เสียภาษีคนหนึ่ง โดยเฉพาะนายทักษิณ มาจ่ายอีกหนึ่ง ไม่ใช่น้อยๆ แต่เป็น 17,000 ล้านบาท มันอยู่ใน 46,000 ล้านบาท ถ้าไม่ใช่ ให้ทุกคนออกมาปฏิเสธ กระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธ” นายวิญญัติกล่าว
สำหรับการดำเนินคดีต่อจากนี้ นายวิญญัติกล่าวว่า ฝ่ายอัยการได้ขอขยายเวลาในการยื่นคำให้การเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าคดีมีความซับซ้อนและมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับคำพิพากษาที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่คัดค้านการขยายเวลา โดยศาลให้โอกาสขยายเวลาเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 ทั้งนี้ศาลนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับการคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 16 พ.ย.2569 เวลา 09.00 น. ส่วนกระบวนการในคดีหลักมีการนัดหมายในขั้นตอนต่อไปตามที่ศาลกำหนด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก742ปีอลงกต คืนเงิน306ล้าน โกงวัดพระบาท
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก "อดีตพระอลงกต" 742 ปี
สสส.ปลุกภาคีต้านรื้อกม. ศุภชัยยันภาษีบาปเข้ารัฐ
“ศุภชัย” โต้ “บรรเจิด” ปม Earmarked Tax “อย่าเอากฎหมายคนละฉบับมาปนกัน”
บ้านสร้างสวน‘หนู’ฟัน‘นอภ.’
เดือด! “อนุทิน” ซัดแหลก “นายอำเภอบ้านสร้าง” เกียร์ว่างไม่ช่วยน้ำท่วม
ล็อกเป้ารมต.ฮั้วสว. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกน้ำเงินเกินโหล/ขวางสอบไอเดียร์
ฝ่ายค้านตีเหล็กตอนร้อน “หัวหน้าเท้ง” นำทีมลุย ยื่นซักฟอก 18 รมต.น้ำเงิน พุ่งเป้าพันคดีฮั้ว สว. รวมถึงบริหารเหลว
ทรัมป์เร่งหนูปิดดีล เนเน่โชว์แบงก์โลก
นายกฯ เผย “ทรัมป์” ส่งจดหมายหวังลงนามสัญญาภาษีกับรัฐบาลไทยช่วงมาเอเชีย
ปปช.ลุยอภิโกง คุ้ยลึกทุนสีเทา สว.ฉุนด่ากราด
เลขาฯ ป.ป.ช.ป้ายแดงประกาศเดินหน้าลุยคดีทุจริตขนาดใหญ่

