รบ.เกลือเป็นหนอน! โรมอ้างล้วงข้อมูลส่งให้ โต้เดือดวลี‘โง่-ห่วย-เลว’

“ฝ่ายค้าน” เสียงแข็งซักฟอก 5 วันเหมาะสม “ไอติม” บอกยึดตามบรรทัดฐาน ชี้สภาไม่ใช่สาขารัฐบาล “รังสิมันต์” ลั่นถ้า 3 วันไม่ต้องมาคุย ถามรีบรวบรัดกลัวอะไร เขย่าต่อ รบ.เกลือเป็นหนอน มีนาตาชาส่งข้อมูลเพิ่ม “ปชป.”  โว 21 เสียงคุณภาพอภิปรายใช้หลักฐานข้อเท็จจริงไม่เล่นเกมการเมือง “ภราดร” ยืนกราน 3 วันกำลังพอดี “อนุทิน” หัวเราะสวนเจ็บสโลแกน  "ปชป.” โง่-ห่วย-เลว ย้อนพูดถึงตัวเขาเองเหรอ   เหน็บวาทกรรมพรรคหลัก 10 จากเคยมีกว่า 100  เสียง “ศุภชัย” ตามขยี้ถามพรรคอะไรมีประวัติศาสตร์โง่-ห่วย-เลว ตลอด 30 ปีจากพรรคเกินร้อยเหลือแค่ 20 “การดี” สวน 20 ทำงานเหมือน 200 จะเอาอะไรอีก บอกเดี๋ยวเจอวันอภิปราย

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ปธ.วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ หรือการตกลงกันใดๆ ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถึงจำนวนวันหรือห้วงเวลาและวันที่ที่จะใช้สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายพริษฐ์ระบุว่า สภาไม่ใช่สาขาของรัฐบาล  การกำหนดวาระหรือแนวทางการทำงานในสภาเป็นสิ่งที่ต้องหารือร่วมกันทุกฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะกำหนดได้ด้วยตนเอง ยิ่งเมื่อเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกหลักที่ฝ่ายค้านใช้ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เป็นญัตติที่ฝ่ายค้านย่อมรู้ดีกว่าว่าจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นอะไรบ้าง ยิ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่รัฐบาลจะมากำหนดเองว่ากี่วันจะเพียงพอ หรือเอาตารางของตนเองมาบีบจะมีเวลาให้ได้เพียงแค่กี่วัน

 “พรรคฝ่ายค้านเราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา และสำหรับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงข้อกล่าวหา เหตุผลที่เราเสนอเวลาอภิปรายไว้ 5 วัน มาจากการอ้างอิงบรรทัดฐานในอดีต ที่หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เราจะเห็นว่าทั้ง 4 ครั้งที่เป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายคนเป็นรายบุคคลนั้น เกิดขึ้นทั้งหมดในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีการจัดสรรวันในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 ดังนั้นด้วยปริมาณข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในมือฝ่ายค้าน มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นเป็น 18 คน เราจึงเห็นว่าการจัดสรรเวลา 5 วันน่าจะมีความสมเหตุสมผล” นายพริษฐ์กล่าว

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า การที่รัฐบาลออกมากำหนดอภิปราย 3 วัน แสดงให้เห็นถึงการร้อนตัวของรัฐบาล คงรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ดีไว้เยอะ ถึงจะให้เวลาเรามีน้อยๆ ซึ่งรายละเอียดแทบจะเป็นครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวลาน้อยอภิปรายให้ประชาชนเข้าใจในรายละเอียด

“ถ้ารัฐบาลคิดมีจำนวนมือพอแล้วก็จบ ไม่จำเป็นต้องชี้แจงหรือแก้ไขข้อกล่าวหา ถ้าคิดแบบนี้ระวังจะยิ่งพัง เราต้องการเวลาอภิปรายให้ประชาชนได้เข้าใจในรายละเอียดและได้รับรู้ความจริง และเพื่อความเป็นธรรมรัฐบาลควรมีเวลาชี้แจงอย่างมีประสิทธิภาพในข้อกล่าวหาทุกเรื่อง จะมาบอกมีเวลาแค่ 3 วันโดยไม่เคยคุยกับพวกเราเลย คิดว่าการทำแบบนี้ระวังมันจะกลายเป็นการทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากขึ้นว่าคุณกลัวอะไร” นายรังสิมันต์กล่าว

ถามว่า รัฐบาลอ้างเรื่องนายกฯ อนุทินระบุช่วงว่างวันที่ 27-29 ต.ค.เตรียมไว้ให้ฝ่ายค้านอภิปรายเพื่อลงมติในวันที่ 30 ต.ค. ก่อนที่นายอนุทินจะเดินทางไปต่างประเทศนั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องวันไหนอย่างไรเป็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยจำนวนวันอภิปรายตนยืนยันเหมือนเดิม คือ 5 วัน ซึ่งวิป 3 ฝ่ายยังไม่มีการพูดคุยกัน เราตั้งต้นก่อนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การอภิปรายตามสะดวกของนายกฯ หรือรัฐมนตรี  แต่เป็นการอภิปรายที่เป็นวาระของสภา นายกฯ และ ครม.ต้องบริหารบนความไว้วางใจของสภา จะเอาแต่ความสะดวกของนายกฯ ไม่ได้

ลั่นให้แค่ 3 วันไม่ต้องคุย

“จะเคลียร์คิวอย่างไรเรามาพูดคุยกันระหว่างวิป 3 ฝ่าย ถ้าจะ 3 วันก็ไม่ต้องมาคุยกันไม่มีประโยชน์ เรายืนที่ 5 วัน เพราะไม่ใช่มีแค่พรรค ปชน.อย่างเดียว แต่มีพรรคอื่นด้วย การที่จะอภิปรายรัฐบาล 3 วัน เป็นไปไม่ได้ และรวมเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลที่น่าจะประท้วงกันเยอะอีกด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว

ถามถึงกรณีเคยให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์เรื่องมีคนในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ส่งข้อสอบมาให้ซักฟอกรัฐบาล ตอนนี้มีส่งมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า พูดเรื่องแหล่งข่าวไม่ได้หรอกว่าตนเอาข้อมูลมาจากไหน แต่บอกได้แค่ว่าเรามีนาตาชา (หมายถึงสายลับ) ของเราส่งข้อมูลเรื่อยๆ

“ถามว่ามีหมัดน็อกหรือไม่นั้น เราเชื่อว่าข้อมูลเรามีคุณภาพสูงแน่ๆ ส่วนคำว่าน็อกต้องอยู่ที่มือของ สส.ในสภา จริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน วันนี้บ้านเมืองกินรวบโกยเรียบกันขนาดนี้เป็นสิ่งที่เรายอมรับสภาพกันได้จริงหรือไม่ ยังไม่ต้องพูดไปถึงเรื่องหลักฐานอะไรหรอก  ใช้จิตใจที่มีความเป็นวิญญูชน บ้านเมืองแบบนี้ หนักขนาดนี้ เราทนอยู่กันได้อย่างไร ส่งสัญญาณถึง สส.ทุกคน ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล เราไม่ควรทนกับระบอบสีน้ำเงินอีกแล้ว” นายรังสิมันต์ระบุ

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.ดวงฤทัย บัวแก้ว รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า กรอบเวลาซักฟอกที่รัฐบาลพยายามบีบให้เหลือเพียง 3 วันถือว่าน้อยเกินไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถูกอภิปรายที่มีทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกันถึง 18 คน อีกทั้งยังมีประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ความเสียหายด้านนโยบาย และข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสที่ประชาชนทั้งประเทศกำลังจับตามองและรอฟังคำตอบอย่างใกล้ชิด

 "การจำกัดเวลาให้สั้นและกระชั้นชิดเป็นการใช้เทคนิคทางการเมือง เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบในการบริหารเวลา สามารถหลีกเลี่ยงการชี้แจงอย่างแนบเนียน แต่กลับเกิดผลกระทบโดยตรงกับประชาชนที่ต้องเสียโอกาสในการรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ขอตั้งคำถามไปยังฝ่ายบริหาร การพยายามรวบรัดตัดตอนเวลาเหลือเพียง 3 วันเช่นนี้ เป็นเจตนาเพื่อลดแรงกระแทกทางการเมืองและปกปิดบาดแผลของรัฐบาลเองใช่หรือไม่" รองโฆษก ปชป.กล่าว

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ปชป. ยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรค ปชป.จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านมืออาชีพ ทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และความถูกต้อง โดยไม่เล่นเกมการเมือง มุ่งเน้นไปที่ 4 ปัญหาสำคัญ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล 1.ปกป้องระบบตรวจสอบ 2.วิกฤตเศรษฐกิจ-ปากท้อง ไร้ยุทธศาสตร์ยั่งยืน 3.ชำแหละแผลใหญ่ธรรมาภิบาล-ฮั้วอำนาจ 4.ความล้มเหลวในการรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ สะท้อนถึงการขาดภาวะผู้นำในการบริหารจัดการความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยที่ล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ

"ฝ่ายค้านคุณภาพวัดกันที่พยานหลักฐาน ไม่ใช่จำนวนมือในสภา ถึงเราจะมี 21 เสียง แต่คือ 21 เสียงที่ทำงานสุดความสามารถ ต่างจากรัฐบาลที่มีมากกว่า 200 เสียง แต่เน้นใช้พวกมากกอดอำนาจ" ร.ต.อ.พงศกรกล่าว

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะผู้ประสานงานฝ่ายคณะรัฐมนตรี (วิป ครม.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางประธานสภาฯ กำลังตรวจสอบเนื้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากตรวจเสร็จแล้วก็จะส่งมายังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเรื่องบรรจุเข้าสู่ที่ประชุม ครม. กำหนดวันส่งกลับไปยังสภา แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีการประสานมายัง ครม.

 “การกำหนดวันนั้นคงต้องไปหารือกับฝ่ายค้าน แต่เบื้องต้นนายกฯ อนุทินได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า ครม.จะมีช่วงว่างระหว่างวันที่ 27-29 ต.ค. เนื่องจากวันที่ 26 ต.ค.จะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ขณะวันที่ 27-29 ต.ค.ได้เตรียมไว้ให้ฝ่ายค้านอภิปรายเพื่อลงมติในวันที่ 30 ต.ค.  ก่อนที่นายกฯ อนุทินจะเดินทางไปต่างประเทศ  และเมื่อกลับมาจากต่างประเทศก็จะมีงานพืชสวนโลกต่อที่จังหวัดอุดรธานี สัปดาห์หลังจากนั้นยังมีภารกิจประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 33 และประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 ต่อ จึงมีช่วงเวลาให้อภิปรายในช่วง 3 วันดังกล่าว”  นายภราดรกล่าว

หนูย้อนโง่พูดถึงตัวเอง

ถามว่า รัฐบาลจะให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายเพียง 3 วัน ไม่ให้ถึง 5 วันตามที่ฝ่ายค้านร้องขอใช่หรือไม่ วิป ครม.ระบุว่า ด้วยกรอบของเวลา แต่ระยะเวลา 3 วัน ตนมองว่าไม่มากไม่น้อย เมื่อถามว่าล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปชป. บอกจะมีหมัดเด็ดในเวทีอธิบายเพื่อน็อกรัฐบาล นายภราดรกล่าวว่า คงต้องรอฟังการอภิปราย ซึ่งญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอนอยู่แล้วว่ามีเพื่อกล่าวหารัฐบาล นายกฯ และรัฐมนตรีอีก 17 คน หากมีข้อมูลเนื้อหาหลักฐานใดๆ ในการกล่าวหา เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านพร้อมตอบในทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชป. ตั้ง 3 ปมซักฟอกรัฐบาลบริหาร "โง่-ห่วย-เลว" โดยนายกฯ หัวเราะก่อนย้อนถามสื่อมวลชนว่า "หึย เขาพูดแบบนี้เลยเหรอ เขาพูดคำว่าโง่ด้วยเหรอ" ก่อนที่นายกฯ จะย้อนถามผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า “เขาพูดถึงตัวรัฐบาลหรือพูดถึงตัวเขาเอง”

ผู้สื่อข่าวบอกเป็นสโลแกนที่พรรค ปชป.ตั้งไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล  นายอนุทินร้องโอ๊ยพร้อมส่ายหน้า ก่อนกล่าวว่า  คนเราพูดคำนี้ได้ก็แสดงว่ากำลังพูดถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นมากกว่า เป็น Defense Mechanism (การอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง)

เมื่อถามอีกว่า มองอย่างไรกับวาทกรรมของพรรค ปชป. นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นวาทกรรมของพรรคที่เคยมี 100 กว่าเสียงและเหลืออยู่ 10 กว่าเสียง ที่พูดกับพรรคที่เคยมีอยู่ 10 กว่าเสียง และขึ้นไปเป็นเกือบ 200 เสียง ก็ไม่รู้ว่าใครโง่ ใครห่วย ใครเลว

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงสโลแกนโง่-ห่วย-เลว ที่นางการดีระบุในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วาทกรรมทางการเมืองดังกล่าวขอตั้งข้อสังเกตเป็นการแย่งซีนกันเองระหว่างพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรค ปชน.มีมติอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกับพรรค ปชป. มติก็ดูบันเทิงดี แต่เมื่อมติออกมาแล้วกระแสกลับดูเหมือนจะส่องไปไม่ถึงพรรค  ปชป.มากพอ การออกมาพูดเช่นนี้จึงอาจเป็นเพราะต้องการเรียกกระแส

 “หากจะพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในสภา  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคายหรือกล่าวหาว่าใครโง่ เพราะการวัดความฉลาดในทางการแพทย์ไม่สามารถดูจาก IQ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้ง EQ, MQ และความสามารถด้านอื่นๆ อีกหลายด้าน การตีตราคนอื่นว่าโง่จึงเป็นการกล่าวหาที่ไม่เหมาะสม และควรย้อนมองตัวเองด้วย ส่วนคำว่าห่วยก็ไม่แน่ใจว่าใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัววัด เพราะเมื่อพิจารณาผลงานของพรรคการเมืองที่เป็นผู้กล่าว ก็ต้องถามกลับเช่นกันว่าที่ผ่านมามีผลงานดีหรือห่วย ส่วนคำว่าเลวนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ แต่การกล่าวหาคนอื่นว่าชั่ว โง่ ห่วย หรือเลว ต้องย้อนกลับมาพิจารณาตัวเองด้วย เพราะการชี้นิ้วไปที่คนอื่นหนึ่งนิ้วยังมีอีกสี่นิ้วชี้กลับมาที่ตัวเอง” นายเอกภพกล่าว

ถามถึงกรณีที่ตั้งหัวข้ออภิปรายว่ารัฐบาลห่วย นายเอกภพกล่าวว่า ต้องรอฟังฝ่ายค้านว่าจะหยิบยกเรื่องใดขึ้นมาถาม และรัฐบาลห่วยอย่างไร ยกตัวอย่างการจัดการประชุมผู้ว่าการการเงินระดับโลก ซึ่งนายกรณ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ยังกล่าวชื่นชมว่ารัฐบาลดำเนินการได้ดี

โง่ห่วยเลวซัดกันเดือด

ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง “พรรคอะไร….?” เนื้อหาระบุว่า โง่-การบริหารเศรษฐกิจช่วงวิกฤตจนเป็นหนี้ IMF 5.1 แสนล้าน และขายหนี้มูลค่า 851,000 แสนล้านไปในราคา 190,000 แสนล้าน ผ่าน ปรส. ประเทศชาติเสียหายอย่างมหันต์เป็นประวัติศาสตร์ จนผู้บริหาร ปรส.ติดคุกจนทุกวันนี้ ห่วย-ตลอด 30 ปีนับจากปี 2539 แพ้เลือกตั้งมาตลอด พรรคไม่เคยกลับมาชนะการเลือกตั้งทั่วไปเป็นอันดับหนึ่งอีก สาละวันเตี้ยลง จากได้เกิน 100 เหลือเพียง 20 เพราะประชาชนหมดความเชื่อถือ เลว-กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีปี 2539 ถือเอกสารอยู่แผ่นเดียว อภิปรายถือโชว์แกว่งไปมาในสภา ซึ่งต่อมามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเท็จของเอกสาร แต่ไม่มีใครเคยรับผิดชอบ ก่อนตรวจสอบผู้อื่น ควรตอบคำถามจากประวัติศาสตร์ของตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน!

อย่างไรก็ตาม นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์ตอบโต้ตอนหนึ่งระบุว่า ไอ้เราก็ต่อมสลิ้งแตกอยู่สูงซะด้วย ไม่ค่อยปรี๊ดแตกกับใคร ขอบคุณนายศุภชัยและนายกฯ ผู้มีประสบการณ์การเมืองที่ช่วยทวนประวัติศาสตร์ อ้อไม่เถียงเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์เราผ่านทั้งความสำเร็จและบทเรียน ปีนี้ครบรอบ 80 ปีแล้ว มีทั้งขึ้นและลง บทเรียนและความสำเร็จ สำคัญกว่านั้น เรามองไปข้างหน้า เพื่ออนาคตใกล้ไกลของประเทศเสมอ

"โพสต์ของท่านศุภชัยยาวพอสมควร แต่อ้อหาคำตอบของ 3 ข้อนี้ไม่เจอเลยสักบรรทัด อ้อถามถึงรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่วันนี้ ไม่ได้ถามถึง 3 ทศวรรษที่แล้ว ที่ท่านศุภชัยพูดถึง จะบอกว่ายังไม่เกิดก็ไม่ได้ ตอนนั้นเรียนมหาลัยอยู่  และถ้าจะยกตัวเลขหนี้มาสอนเรื่องเศรษฐกิจ  ลองเช็กหน่วยอีกสักรอบ 851,000 แสนล้านบาท  อันนี้อ้องง" นางการดีระบุ

ต่อมานางการดีให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เป็นแนวทางของพรรคเขาอยู่แล้ว เพราะปกติมีอะไรก็จะออกมาดิ้นกันขนาดนี้ แต่จริงๆ แล้วหลักง่ายๆ คือเป็นคำถามที่ประชาชนพึงสงสัย และก่อนที่จะมาถึงคำย่อ 3 คำนี้ มันคือเฟรมเวิร์ก ในการทำข้อมูลและวิจัยของตนเองที่ไหนบางครั้งจะเขียนครบแล้วว่า 1, 2, 3 คืออะไร แล้วแต่คำวิชาการให้สั้นและเข้าใจง่ายว่าประเด็นในการที่จะอภิปรายจะอยู่ใน 3 วงนี้ ซึ่งตนคิดว่าไม่ได้เกินกว่าเหตุอะไร เพราะถ้าเราต้องการให้มีความมั่นใจว่ากลุ่มคนหรือคนในนั้นมีความสามารถในการบริหารประเทศอย่างไร เรื่องสามเรื่องแบบนี้เขาต้องมีความสามารถในการตอบได้

"ประเด็นคือตอนนี้กลายเป็นดรามา สรุปแล้วไม่มีใครตอบ มีแต่การด่ากันไปด่ากันมา ซึ่งตลกมาก ทั้งๆ ที่เป็นคำถามที่รัฐบาลพึงตอบคำถาม  แต่ถ้ายังไม่มีคำตอบ วันนี้ก็ไม่ต้องรีบตอบก็ได้   ให้ไปรอตอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้" นางการดีกล่าว

ถามว่า คำกล่าวพรรค ปชป.จากกว่า 100 คนเหลือ 10 กว่านั้น นางการดีกล่าวว่า ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย 20 ก็ทำงานเหมือน 200 แล้วจะเอาอะไรอีก ซึ่งไม่มีปัญหา เราอยู่มานานแล้ว มีทั้งประสบการณ์ดีและประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้ ก็แค่นั้น ดังนั้นขอให้รอวันอภิปรายเลย

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรค ปชป.  ได้แชร์ข่าวที่นายศุภชัยออกมาโพสต์ประเด็นร้อน โง่ ห่วย เลว โดยระบุว่า พรรคอะไร…. โง่…. ไม่รู้ว่าเกิดในยุคไหน ตัวเลขง่ายๆ ก็ยังผิด ถนัดคัดลอกไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ห่วย… ไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีว่าข้อมูลที่เอามาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น คัดลอกตัวเลขมั่วๆ มาเผยแพร่ เลว….ภูมิใจกับการโกงทุจริตเลือกตั้ง ฮั้ว สว….ชั่วกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใต้ระอุ!ดักยิงอส.ดับกลางสวนยาง

ใต้เดือดอีก! หลังปาบึ้มฐานคุ้มครองตำบลที่ยะลาเจ็บ 5 ราย ล่าสุดดักยิง อส.กลางสวนยาง เจ้าตัวสู้ยิบตา ดวลปืนดับทั้งคู่ เร่งล่าคนร้ายอีก 1 ราย

'ภราดร' ชี้ซักฟอกแค่ 3 วันกำลังดี แจงนายกฯ คิวงานแน่น ไม่หวั่นหมัดเด็ด

'ภราดร' ยันอภิปรายแค่ 3 วันกำลังพอดี แจงนายกฯ มีคิวภารกิจต่างประเทศเพียบ ไม่หวั่น 'กรณ์' มีหมัดเด็ด เชื่อรมต.พร้อมชี้แจง

ลุยเยียวยาเพิ่ม ชี้วิกฤตนํ้าท่วม ค่าครองชีพพุ่ง!

ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 4  พันล้าน 5.4 แสนครัวเรือน "วราวุธ" นั่งหัวโต๊ะแก้อุทกภัยลุ่มน้ำท่าจีน สั่งเร่งระบายน้้ำเสริมคันกั้นน้ำ