นายกฯ ลั่นติดตามสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน ยันมีแผนสำรองพลังงานสอดคล้องสถานการณ์ เตรียมแจงยิบนโยบายเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเสาร์นี้ “สมช.” โวหารือรับมือวิกฤตพลังงานต่อเนื่อง “ลลิดา” อบรม “ตรีรัตน์” มองให้รอบด้าน โฆษก รทสช.รีบโดดป้อง “พีระพันธุ์” ช่วงนั่งเก้าอี้ รมต.พลังงาน
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการระยะต่อไปของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรหลังมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาอาจปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน จึงมีข้อห่วงใยเรื่องของราคาพลังงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ว่าก็ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา สอดคล้องกับสถานการณ์
เมื่อถามว่าเตรียมหาแหล่งพลังงานใหม่สำรองไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เตรียมอยู่ตลอดเวลา
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในเสาร์ที่ 31 ต.ค.2569 เวลา 09.05 น. ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” นายอนุทินจะมาตอบคำถามตรงๆ ในประเด็นที่อยู่ในความสนใจ โดยสัปดาห์นี้เจาะลึกนโยบายเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป้าหมายช่วยครัวเรือนลดภาระค่าไฟ ข้อครหาเรื่องการเอื้อทุนใหญ่และล็อกสเปกผู้ประกอบการ รวมถึงเหตุผลที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 เพื่อรับมือค่าครองชีพและต้นทุนภาคเกษตร
ขณะที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการข่าวสหรัฐเตรียมโจมตีอิหร่านในเร็วๆ นี้ว่ามีการข่าว แต่เป็นการข่าวที่เราวิเคราะห์จากการวางกำลังของส่วนต่างๆ และความเคลื่อนไหวทางการทูตของประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราวิเคราะห์เอาไว้ว่า ขณะนี้อยู่ในระดับใด
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เรามีความพร้อมอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ระบุว่า แน่นอน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว ทั้ง 2 หน่วยงานมีการประชุมหารือกันอยู่ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมแผนการสำรองพลังงานไว้แล้ว โดยมีการเตรียมการมาตั้งแต่ช่วงที่เกิดวิกฤตตอนต้น แต่หลังจากนี้คงหารือในรายละเอียดกันมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นที่แตกต่างจากช่วงเวลาที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ทั้งเรื่องราคาติดตั้ง การแข่งขัน บทบาทของการไฟฟ้า และเงื่อนไขหลักประกันว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ควรนำกรณีผู้ประกอบการบางรายไม่เข้าร่วมโครงการมาสรุปว่าเอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่ โดยไม่พิจารณาราคาที่ประชาชนจ่ายจริง สิทธิเลือกผู้ติดตั้ง มาตรฐานความปลอดภัย และบริการหลังการขาย
นางสาวลลิดากล่าวว่า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เผยแพร่แพ็กเกจ Solar Rooftop ขนาด 5 กิโลวัตต์ ราคาไม่เกิน 140,000 บาท พร้อมรับประกันงานติดตั้งและประกันอัคคีภัย 7 ปี รวมถึงบริการล้างแผงปีละ 1 ครั้ง ตลอด 7 ปี ขณะที่โครงการมีเงินสนับสนุนค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือนตามเงื่อนไข จึงต้องประเมินความคุ้มค่าจากทั้งราคา คุณภาพ และบริการระยะยาว ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะค่าติดตั้งเริ่มต้น
“รัฐไม่มีหน้าที่กำหนดราคาให้ผู้ประกอบการทุกรายได้กำไรตามที่ต้องการ แต่มีหน้าที่ทำให้ประชาชนได้ระบบที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่า และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานแข่งขันอย่างเป็นธรรม การที่บางรายเห็นว่าเงื่อนไขไม่คุ้มกับธุรกิจของตน ไม่ได้พิสูจน์ว่าโครงการเอื้อทุนใหญ่หรือทำให้ประชาชนจ่ายแพงขึ้น น.ส.ลลิดากล่าว
สำหรับข้อกังวลของนายตรีรัตน์เกี่ยวกับหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร หรือแบงก์การันตี ว่าอาจกีดกันผู้ประกอบการรายย่อย น.ส.ลลิดาชี้แจงว่า ต้องทำความเข้าใจว่าวงเงินค้ำประกัน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการต้องจ่าย 50,000 บาท แต่เป็นหลักประกันเพื่อป้องกันผู้รับเหมาทิ้งงาน โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า กำหนดคืนหลักประกันส่วนนี้ภายใน 7 วันหลังเชื่อมต่อระบบสำเร็จ ส่วนอีก 10,000 บาท เป็นหลักประกันบริการหลังการขายระยะ 7 ปี ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ที่สำคัญรัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้ SME แบกรับภาระเพียงลำพัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ได้ประสานธนาคารรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อจัดทำกลไกค้ำประกันที่มีค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1% ต่อปี หรือไม่เกิน 500 บาทต่อปีสำหรับวงเงิน 50,000 บาท พร้อมหารือให้ ธอส.จัดทำสินเชื่อพิเศษช่วยผู้ประกอบการรายย่อยมีเงินทุนจัดซื้ออุปกรณ์และดำเนินงาน
“อยากให้คุณตรีรัตน์มองมาตรการของรัฐบาลให้ครบทุกด้านค่ะ เพราะรัฐบาลไม่ได้เพียงกำหนดหลักประกันแล้วปล่อยให้รายเล็กแบกรับต้นทุน แต่ได้เตรียมกลไกลดค่าธรรมเนียมและสนับสนุนสินเชื่อควบคู่กัน” นางสาวลลิดากล่าว
ส่วน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวชี้แจงกรณีมีการพาดพิงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ในฐานะอดีตรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ทำไมไม่ยกเลิกระบบอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ในช่วงดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2566-2568 ว่า นายพีระพันธุ์ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า การยกเลิกดังกล่าวไม่ใช่เพียงการสั่งให้เลิกใช้ แต่ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าจะนำระบบใดมาทดแทน และรัฐจะใช้อำนาจตามกฎหมายใดดำเนินการ จึงจำเป็นต้องเตรียมระบบใหม่และกฎหมายรองรับให้พร้อมเสียก่อน โดยขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล การผลักดันกฎหมายสำคัญจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ รมว.พลังงานเพียงคนเดียว แต่ต้องหารือและสร้างความเข้าใจกับแกนนำรัฐบาลด้วย โดยตลอดปี 2567 ได้ใช้เวลาหลายเดือนศึกษาข้อมูล หารือและถกเถียงกับผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ควบคู่กับการรับผิดชอบแก้ปัญหาก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า
น.ส.ศศิกานต์ระบุต่อว่า ประมาณต้นปี 2568 นายพีระพันธุ์เริ่มรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำร่างกฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อได้ร่างฉบับแรกแล้ว ได้นำไปให้ผู้รู้และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิจารณา ปรับปรุงและแก้ไขหลายรอบ จนได้ร่างที่เห็นว่ามีความเหมาะสมประมาณเดือน มิ.ย.2568 ซึ่งนายพีระพันธุ์มองว่าสำหรับกฎหมายที่ยุ่งยากและซับซ้อนเช่นนี้ ถือเป็นการดำเนินงานที่รวดเร็วแล้ว และหลังจัดทำร่างกฎหมายเสร็จ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเสนอในรูปแบบพระราชกำหนดมากกว่าพระราชบัญญัติ ซึ่งนายพีระพันธุ์เห็นด้วย แต่การเปลี่ยนรูปแบบกฎหมายทำให้ต้องกลับไปหารือและทำความเข้าใจกับแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง จนประมาณกลางเดือน ก.ค.2568 จึงได้ข้อยุติร่วมกันว่าจะดำเนินการในรูปแบบ พ.ร.ก. โดยตกลงให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นตรวจสอบร่างอีกครั้งก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
“ขณะที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนได้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ตามมาด้วยความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากการพ้นตำแหน่งของนายกฯ และเปลี่ยนขั้วรัฐบาลในเดือนกันยายน 2568 ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย และรัฐบาลที่เข้ามาภายหลังไม่ได้ดำเนินการเรื่องกฎหมายฉบับนี้ต่อ” น.ส.ศศิกานต์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ
ตั้งเป้าขรก.เออร์ลี3หมื่น ก.พ.ปูดได้เงินก้อน18เท่า
“ปกรณ์” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา
อานนท์อ่วมต่อ! คุกอีก2ปี8เดือน รวมขังยาว38ปี
“อานนท์ นำภา” อ่วมอีก คุก 2 ปี 8 เดือน ศาลอาญาฟัน 112 กรณีไปชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ไทยพาณิชย์
หนูเยือนภูฏาน/สมช.ถกด่วน
นายกฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการในรอบ 8 ปี พระภูฏานจัดพิธีกรรมสำคัญ “ซุงดึอ” ให้ “อนุทิน” ย้ำให้ตระหนัก
อัด‘จับปลาสองมือ’ อดิศรชี้ทำศึกซักฟอกเสียของ/ศาลไม่ให้ประกัน‘ชัยรัตน์’
“อนุทิน” แจงยิบปม “ซักฟอก-ข้อกล่าวหาหนีสภา” ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” 31 ต.ค.นี้ “อดิศร” อัด “ปชน.” อ่อนหัดวางเกมยื่นอภิปราย ม.152
'อนุทิน' หารือทวิภาคี 'นายกฯ ภูฏาน' กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น เตรียมลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับสำคัญ
นายกฯอนุทิน หารือทวิภาคีนายกฯภูฏาน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ต่อยอด FTA เปิดตลาดสินค้าไทย หนุนเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–พลังงานสะอาด ขยายความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการศึกษา

