ประเดิมฉีดLAABใหภู้มิต่ำ สธ.สั่งเช็กศูนย์ดูแลคนแก่

ไทยพบผู้ป่วยโควิดใหม่อีก 1,664 ราย เสียชีวิต 26 คน “บิ๊กตู่” แนะให้ตรวจ ATK ก่อนเข้างานหลังหยุดยาว ดีเดย์ 1 ส.ค.ฉีด LAAB ให้ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ กรมอนามัยวอนศูนย์ดูแลคนแก่เช็กด่วนเจอเคสภูเก็ต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ของไทยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 1,664 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,366,741 ราย หายป่วยกลับบ้าน 2,800 ราย รวมหายป่วยสะสม 2,367,136 ราย มีผู้ป่วยกำลังรักษา 23,161 ราย โดยเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 925 ราย และมีผู้เสียชีวิต 26 ราย สะสม 31,385 ราย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานขณะนี้พบว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4, BA.5 แพร่ระบาดได้รวดเร็ว จึงอยากให้ประชาชนเน้นปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข Universal Prevention อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ประชาชนที่เดินทางก่อนกลับเข้าทำงานควรตรวจ ATK และเฝ้าสังเกตอาการตนเอง หากพบอาการน่าสงสัยจะติดเชื้อ ให้รีบตรวจ ATK ซ้ำ และหากติดเชื้อจะได้เข้าสู่ระบบกระบวนการรักษาตามสิทธิที่ตนเองมีอยู่ต่อไป

ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า ประชาชนที่มีภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ต่ำหรือผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ สามารถติดต่อเข้ารับการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือ Long Acting Antibody (LAAB) ได้ที่สถานพยาบาลซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดสำรวจรายชื่อและผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การรับ LAAB ในแต่ละสถานพยาบาลทุกสังกัด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับภูมิคุ้มกันจาก LAAB อย่างทั่วถึง  หลังจากที่ สธ.รับมอบ LAAB ล็อตแรกแล้ว 7,000 โดส เมื่อวันที่ 25 ก.ค. จากที่สั่งซื้อไป 2.5 แสนโดส โดยที่เหลือจะทยอยจัดส่งเข้ามาจนครบภายในปีนี้

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ต จำนวนรวม 23 ราย ว่าขอความร่วมมือสถานดูแลผู้สูงอายุทุกแห่งประเมินตนเองตามแนวทางของ สธ. โดยใช้แพลตฟอร์ม Thai Stop COVID 2 Plus ส่วนผู้ดูแลผู้ป่วย ถ้าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหรือติดเชื้อ ต้องงดเข้าใกล้หรือดูแลผู้สูงอายุโดยเด็ดขาด เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในผู้สูงอายุนับเป็นหนึ่งกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ ทำให้เสี่ยงมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มวัยอื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 47) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2565 ที่มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อผ่อนปรนให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำรงชีวิตและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้ใกล้เคียงกับปกติมากขึ้นว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมายให้  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ลงไปกำกับดูแล พร้อมกำชับการปฏิบัติของทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง โดยให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ สร้างการรับรู้ มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสตามแนวทางของ ศบค. และตามประกาศคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด รวมถึงการออกตรวจสอบ กวดขัน พร้อมให้คำแนะนำสถานประกอบการ ร้านค้า ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 47)

“ผบ.ตร.ได้กำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่เกี่ยวข้องประสานงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ ออกตรวจสอบสถานประกอบการ แหล่งมั่วสุม หรือสถานที่มีประชาชนแออัดจำนวนมาก หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ กำชับตำรวจทุกนายห้ามมีส่วนข้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม หากตรวจสอบพบว่าพื้นที่ใดปล่อยปละละเลย หรือหย่อนยานจะพิจารณาดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญากับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับต่อไปไม่มีข้อยกเว้น”

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศทางออนไลน์ 1,159 คน ในหัวข้อการดูแลสุขภาพของคนไทย ณ วันนี้ โดยเมื่อถามว่า โควิด-19 ทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้นหรือไม่ พบว่า 72.74% ดูแลมากขึ้น, 26.57% ดูแลเหมือนเดิม และ 0.69%ดูแลน้อยลง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง!นิด้าอวย6เดือนชัชชาติ

“นิด้าโพล” อวย “ผู้ว่าฯ 1.4 ล้านเสียง” เต็มสูบ ผลสำรวจเรื่องผลงาน 6 เดือนแรกคนแห่ชื่นชม! 42.60% บอกค่อนข้างพอใจ “ชัชชาติ” โวอยากได้คำติเยอะๆ

เข้าโหมดเคาต์ดาวน์เลือกตั้ง 2 ลุง ‘แยกกันเดิน แต่เจอกันได้’

จากที่เคยลุ้นๆ กันว่าผู้มีอำนาจจะตุกติก เล่นพิเรนทร์อะไรกับเรื่องกฎหมายลูกหรือไม่ วันนี้นักการเมืองหลายคนคงโล่งอก มองเห็นสนามเลือกตั้งชัดเจนขึ้น ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไฟเขียวให้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ