บิ๊กตู่ลั่นจัดงบป้องนํ้าท่วม ชทพ.โอดสุพรรณศึกหนัก

"บิ๊กตู่" ฟิตลงพื้นที่น้ำท่วมเพชรบูรณ์ รับปากจัดงบโครงการป้องกันน้ำท่วม ฝากชาวบ้านช่วยรักษาชาติ  ศาสน์ กษัตริย์ อย่าให้ใครมาทำลาย  ปลุกสร้างความสามัคคี ทำเพื่อลูกหลาน “ชทพ." โอดสุพรรณฯ รับศึกหนัก ทั้งน้ำเหนือ น้ำเขื่อน น้ำฝน แต่ติดล็อก กกต.แจกของไม่ได้

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง และคณะ ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์  โดยบอกกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำบ้านเมืองให้ดีที่สุดเพื่อคนรุ่นหลัง ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวกับนายอำเภอหล่มสักว่า ท้องถิ่นคือพลังของประเทศ ขณะที่ ส.ส.ในพื้นที่มาร่วมกันทำงาน โดยนายกฯ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ระหว่างนั้นประชาชนต่างตะโกนให้กำลังใจบอกรักนายกฯ และชื่นชมการทำงานอย่างต่อเนื่อง ช่วงหนึ่งนายกฯ ยังได้กำมือไว้ที่หัวใจและขว้างให้ชาวบ้านพร้อมกล่าวว่า เอาหัวใจมาฝากด้วย รู้ความเดือดร้อนทุกคน ไม่อยากให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น ประชาชนเดือดร้อน นายกฯ เดือดร้อนยิ่งกว่า และต้องแก้ปัญหาให้

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินลุยน้ำเข้าไปเยี่ยมบ้านประชาชนซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ในซอยศรีสะอาด หมู่ 11 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก พร้อมระบุว่า “ร่างกายที่สมบูรณ์ก็จะมาจากจิตใจที่เข้มแข็งสมบูรณ์ จิตใจดีร่างกายก็จะดีไปด้วย หากจิตใจไม่ดีร่างกายก็จะแย่ไปด้วย เป็นห่วงผู้ป่วยที่ติดเตียงอยู่ที่บ้าน ร่างกายที่แข็งแรงจะอยู่กับจิตใจที่ดี เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเองเชื่อผม ทำกรรมดีกันไว้เยอะๆ นายกฯ ทำให้พวกเราทุกคน เพื่อทุกคน ทุกวัน วันนี้มาด้วยใจ ขอให้มีความรักความสามัคคีกัน เพื่อประเทศชาติ ฝากทุกๆ คนด้วย แม้ผมไม่ได้ไปทุกบ้าน บอกไปด้วยว่านายกฯ ห่วงทุกบ้านทุกหลังเป็นห่วงทุกคน” ระหว่างนั้นชาวบ้านก็ตะโกนให้กำลังใจว่านายกฯ สู้ๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ชูสองนิ้วตอบว่า “สู้ๆ นายกฯ เป็นกำลังใจให้ทุกคน และเอาหัวใจมาฝาก ไม่ว่ายากดีมีจน ทำให้หมด เดี๋ยวนายกฯ จะดูภาพรวมให้”

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ฝนไม่ตกลงมา สถานการณ์ดีขึ้น การระบายน้ำก็จะคล่องตัวขึ้น โดยไหลลงแม่น้ำป่าสัก ซึ่งตนก็ติดตามสถานการณ์มาตลอด แต่ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักก็ยังคงสูงอยู่ นั่นคือธรรมชาติของน้ำ มีหลายโครงการที่รับไปพิจารณา ทั้งเรื่องพนังกั้นน้ำ ขยายขนาดคลองชลประทานในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตรก็จะเร่งรัดเรื่องการเยียวยาให้เร็วที่สุด ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ได้ทำอะไรมามากพอสมควร แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะธรรมชาติก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติ ต้องค่อยสร้างและต่อเติมไป แต่ต้องทำด้วยความเข้าใจ จะทำอะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยความขัดแย้งไปไม่ได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุดคือความรักความสามัคคี ตนไม่ใช่ศัตรูใครทั้งสิ้น และจะทำให้ที่สุดเท่าที่อยู่ในหน้าที่

นายกรัฐมนตรียอมรับว่า กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่น่าห่วง หลายหน่วยงานประสานกันอยู่แล้ว ปัญหาคือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น ล้นตลิ่ง ล้นพนังกั้นน้ำ ต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด ปัญหากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่ต่างจากระดับน้ำทะเล เมื่อล้นมาก็ต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด  ขณะเดียวกันน้ำเหนือก็หนุนมา น้ำป่าสักก็เร่งระบาย หากไม่ระบายก็อยู่ไม่ได้ จึงต้องให้เตรียมความพร้อม หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว

จากนั้นเวลา 16.16 น. พล.อ.ประยุทธ์  เดินทางถึงสวนสาธารณะดงตาล เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนผู้ประสบภัยในเขตพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลหล่มสัก 11 ชุมชน โดยนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเขาหนักกว่าเรา แม้กระทั่งในประเทศยุโรปตะวันตกโดนกันหมด ซึ่งไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร คนไทยต้องเข้มแข็ง และตนจะดูแลเต็มที่ ซึ่งต้องดูอีกหลายโครงการที่ทยอยทำมา ตั้งแต่เข้ามาปีแรกๆ จนถึงวันนี้หลายอย่างลงมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้โครงการที่ขอมาจะกลับไปดูให้ และดูในเรื่องของงบประมาณจะจัดหาที่ไหน เพราะงบประมาณต้องใช้กับคนทั้งประเทศ ตรงไหนสำคัญก็จะปรับมา วันนี้ขอมา 2-3 เรื่องก็จะไปดูในแผนงาน 

“ผมเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศไทย ภาษาอีสานก็พูดได้ ใต้ก็แหลงได้ผสมๆ ไป แต่นี่คือคนไทย 100% คนไทยต้องรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชนคือประเทศไทย นั่นคือแกนหลักของประเทศไทย อย่าให้ใครมาบิดเบือนอะไร ทั้งหมดความรัก ความสามัคคีเป็นหัวใจ ในการแก้ปัญหาทั้งหมดทุกคนเดือดร้อน มากบ้าง น้อยบ้างรัฐบาลใช้เวลาที่เหลืออยู่จะทำให้ดีที่สุดวันนี้เอาหัวใจคนกรุงเทพฯ มาฝาก ถ้าเห็นหัวใจกันแบบนี้ประเทศเราประเทศเราก็เดินไปได้ทุกอย่าง เราต้องทำให้บ้านเมืองปลอดภัยส่งถึงลูกถึงหลานให้ได้วันไหนไม่ปลอดภัย” นายกฯ กล่าว จากนั้นนายกฯ เดินพบปะประชาชน โดยระหว่างพบกับประชาชน นายกฯ ได้ถามชาวบ้านที่มารอต้อนรับว่า "หน้าตาแบบนี้ทรยศไหม หน้าตาแบบนี้ทำอะไรไม่ดีไหม ไม่มีหรอก จะทำให้ดีที่สุด"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินพบปะพูดคุยกับประชาชนที่ สวนสาธารณะดงตาล ปรากฏว่ามีวัยรุ่นชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าเวทีในจุดที่นายกฯจะต้องพบประชาชน พยายามชู 3 นิ้วเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านนายกรัฐมนตรี แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารเห็นทัน จึงได้เข้าไปรวบตัวไว้และนำตัวออกไปด้านนอกเพื่อสอบถาม พร้อมขออย่าทำแบบนี้อีก

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จะเชิญ 50 สำนักงานเขตมาทบทวนบทเรียนเรื่องน้ำท่วมของปีนี้ ให้นำปัญหาของชุมชนย่อยลงแผนที่และเตรียมแผนระยะยาว 1 ปีเพื่อแก้ไขปัญหาให้ครบถ้วน จากการถอดบทเรียนปัญหาหนึ่งที่พบคือน้ำท่วมขังในหมู่บ้านเอกชน อาจต้องเชิญบริษัทผู้พัฒนาโครงการมาพูดคุย อย่างน้อยต้องรับผิดชอบลูกบ้าน เพราะเอากำไรไปแล้ว ไม่ใช่ผลักภาระให้ กทม. หากไม่ได้ต้องหาทางยกให้เป็นสาธารณะ เพื่อให้ กทม.สามารถเข้าไปได้ หากไม่ได้จริงๆ สุดท้ายกทม.ต้องอาศัยกฎระเบียบเข้าไปช่วยเหลือ

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 4 พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนกระเสียว และได้รับรายงานว่า ขณะนี้เขื่อนปล่อยน้ำอยู่ประมาณวันละ 2.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากเทียบกับตัวเลขปีที่แล้ว หากระบายน้ำไม่เกิน 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะไม่ทำให้น้ำล้นลำห้วยกระเสียวตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ฝายยางกั้นน้ำขณะนี้ ยกใช้งานแค่ครึ่งเดียว ถ้ายกสูงสุด จะทำให้เขื่อนสามารถเก็บน้ำได้อีกประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นในพื้นที่ อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ ยังคงวางใจได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ต้องขึ้นกับว่าจะมีฝนตกซ้ำในพื้นที่อีกหรือไม่

ส่วนสถานการณ์ทางพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ที่บางส่วนน้ำเริ่มล้นตลิ่ง ไหลท่วมชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตนได้สอบถามชลประทานจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ความว่า ทางจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดชัยนาทจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่ม เนื่องจากมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมา ทำให้แม่น้ำท่าจีนและคลองชลประทาน จะมีระดับน้ำที่สูงขึ้น และอาจจะมีน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ หากวันนี้มีมวลน้ำฝนเข้าซ้ำในพื้นที่อีก อาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากระเบียบการเลือกตั้งในกรอบ 180 วัน ที่ห้าม ส.ส.มอบสิ่งของให้ประชาชน ซึ่งทาง กกต.ได้ประกาศใช้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตนจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ และประสานงานหน่วยงานรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด" นายเสมอกันกล่าว

วันเดียวกัน นายปลอดประสพ สุรัสวดี  ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้เพิ่มระบายน้ำท้ายเขื่อนเกินกว่า 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มาตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ย.ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน อ.สรรพยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ที่ ม.4, ม.5 ต.สรรพยา น้ำที่กัดเซาะดินใต้พนังกั้นน้ำบริเวณบ้านโพธิ์เตี้ย ยังคงทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้าน และโรงเรียนสรรพยาวิทยา อย่างต่อเนื่อง น้ำท่วมสูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านยังเก็บข้าวของหนีน้ำขึ้นไปไว้บนชั้น 2 และขนย้ายออกไปไว้ริมถนนทางหลวง 311 ชาวบ้านบอกว่าน้ำมาเร็วไม่ทันตั้งตัว เก็บข้าวของไม่ทัน

และเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 5 ต.ค. น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาได้ลอดใต้พนังกั้นน้ำบริเวณหน้าตลาดสรรพยา ทะลักเข้ามาท่วมร้านค้าอาคารพาณิชย์ที่อยู่ติดกับพนัง โดยน้ำเข้ามาทางหลังร้าน ไหลออกหน้าร้าน เข้าท่วมถนนและพื้นที่ภายในตลาดไปจนถึงโรงพักเก่า ร.ศ.120 สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาทต้องไปช่วยพ่อค้าแม่ค้าขนย้ายสินค้าและทรัพย์สินต่างๆ ขึ้นที่สูง.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูตรไหนป้อมก็‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” หวังศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกประเทศในการตีความกฎหมายลูก ผวา! หากขัด รธน.ต้องออก

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก

'บิ๊กตู่'ปักหลัก'รวมไทยสร้างชาติ' แยกทางกับ'บิ๊กป้อม'สู่เป้าหมายเดียวกัน

“การแยกกันกันเดินของ ประยุทธ์-ประวิตร การวางแผนไว้ระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า คะแนนนิยมของพรรค พปชร.ตกต่ำลงเรื่อยๆ หากยังอยู่ในพรรค พปชร.ด้วยกันก็อาจตายหมู่ การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปปักหลักที่พรรค รทสช. จึงเป็นทางเลือกใหม่”