
นิด้าโพลเผย ปชช.ไม่เชื่อ “พปชร.”-“พท.” จับมือเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เพราะอุดมการณ์แตกต่างกัน ขณะที่ซูเปอร์โพลยก “อนุทิน” อันดับหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ แก้ปัญหาปากท้อง
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง 6 พรรคกับโอกาสได้เป็นรัฐบาล โดยสอบถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทางโทรศัพท์ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง
โดยการสำรวจให้ประชาชนวิเคราะห์ถึงโอกาสที่พรรคการเมือง 6 พรรค ซึ่งกำลังมีกระแสข่าวการไหลเข้า-ออกของนักการเมืองจะได้เป็นรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า คือ 1.พรรคเพื่อไทย (พท.) 40.38% ระบุว่าโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก, 32.44% ระบุว่าได้เป็นรัฐบาลแน่นอน, 16.88% ระบุว่าโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย และ 8.24% ระบุว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 2.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) 31.45% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย, 30.23% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก, 23.66% ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และ 11% ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 3.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 33.51% ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน, 32.60% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย, 20.38% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก และ 10.76% ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
4.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 43.12% ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน, 31.45% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย, 15.73% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก และ 5.73% เป็นรัฐบาลแน่นอน 5.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 39.16% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย, 30.84% ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน, 21.60% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก และ 4.96% ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 6.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 40.69% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย, 38.93% ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน, 13.20% โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก และ 4.58% ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อกระแสข่าวข้อตกลงการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันระหว่างพรรค พปชร. กับพรรค พท. ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า 45.65% ระบุว่าไม่เชื่อเลย เพราะเป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ โอกาสเป็นไปได้ยากเนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน, 29.24% ไม่ค่อยเชื่อ เพราะทั้งสองพรรคต่างต้องการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของตนเอง, 16.64% ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์, 5.19% ระบุว่าเชื่อมาก เพราะหัวหน้า พปชร.กับพรรค พท.เคยมีความสัมพันธ์กันในอดีต
อีกด้าน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่อง เปิดใจคนไทย อนาคตการเมือง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,028 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเชื่อมั่นช่วยแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ และปัญหาหนี้สินของประชาชนได้ พบว่า เกินครึ่งหรือ 50.7% เชื่อมั่นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. รองลงมาคือ 47.2% เชื่อมั่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรค พท., 46.4% เชื่อมั่นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป., 19.8% เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 17.6% เชื่อมั่นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรค ก.ก.ตามลำดับ
ที่น่าพิจารณาคือ อะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือ 59.8% ระบุปัญหาเดือดร้อนที่กำลังเจอเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง, 56.9% ระบุพรรคการเมืองเป็นอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง, 52% ระบุแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคการเมือง, 51.8% ระบุนโยบายพรรคการเมืองที่บอกประชาชน และ 46.7% ระบุผู้สมัครรับเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงผู้นำพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 47.8% ระบุนายอนุทิน, 44.9% ระบุ น.ส.แพทองธาร, 44.4% ระบุนายจุรินทร์ ในขณะที่ 17.2% ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ และ 14.5% ระบุเป็นนายพิธา
ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีคะแนนนิยมลดลง ตกไปอยู่อันดับท้ายๆ ของตารางผลสำรวจครั้งนี้ น่าจะมาจากปัจจัยสำคัญคือความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนเรื่องปัญหาปากท้อง รายได้ ค่าครองชีพ อาชีพการงาน ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อาจมีจุดอ่อนด้านทีมเศรษฐกิจ และปัญหาขัดแย้งแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แฟนคลับผิดหวังพลังสนับสนุนอ่อนลง เป็นต้น ผลที่ตามมาคือ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาผู้นำประเทศคนใหม่ที่เป็นความหวังและเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาปากท้องและอื่นๆ ที่สำคัญต่อชีวิตของประชาชนแทนคนเดิมที่อยู่มาช้านานก็เป็นไปได้
ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หัวหน้าพรรคเทิดไท และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงสำนักวิจัยซูเปอร์โพลถึงผลสำรวจประชาชนพบว่านักการเมืองต้นแบบ ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อหน้าที่ แก้วิกฤตต่างๆ อันดับแรกคือ นายกฯ ประยุทธ์ ว่า นายกฯ ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่คดโกง ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอามาเป็นผลประโยชน์ของตัวเองเลย มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมาโดยตลอด ไม่เหมือนบางรัฐบาลที่บริหารประเทศจนถูกดำเนินคดีจากการทุจริต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘จีดีพี’ไทยโตต่ำ ไม่ทันเพื่อนบ้าน ผ่าตัดใหญ่SME
กรุงไทยคาดจีดีพีไทยปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6
บรรจุอัฐิ42ทหารกล้า รัฐบาลสวนฮุนมาเนต
"ในหลวง" ทรงห่วงใยชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจ
ศาลปค.ยกฟ้อง‘กกต.’
“กกต.” โล่ง ศาลปกครองยกฟ้องปมลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแค่ 3 วัน
ฟัน28ผู้สมัครสส. จ่อเชือดอาญาหน.พรรค หนูโต้ทอน/ฟ้าชูปลอดภัย
กกต.ชงศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส. จ่อฟันอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค
นำผช.ทูตทหาร บุกรังสแกมเมอร์ พบหลักฐานอื้อ!
โลกต้องรู้! "เจ้ากรมข่าว ทบ." พร้อมตำรวจ นำเอฟบีไอ-20 ผช.ทูตทหารต่างประเทศ
‘อนุทิน’ตั้งเป้ากวาด200ที่นั่ง
"อนุทิน" ยกคำสอนพ่อต้องไม่เป็นที่ 2 ตั้งเป้ากวาดเรียบ 200 ที่นั่ง ลั่นพร้อมอ้าแขนรับทุกพรรค

