‘ภาค4’แจงยิบ! วิสามัญ3โจรใต้ ประวัติโชกโชน

      สืบเนื่องมาจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีชุดคุ้มครองตำบล รวมทั้งมีภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนพักพิงในพื้นที่ป่าภูเขา บริเวณเทือกเขาตะเว ม.4 บ.ดาฮง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อเตรียมการก่อเหตุ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 เวลา 09.15 น.  โดยขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ออกปฏิบัติภารกิจเดินเท้าลาดตระเวน ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่ จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้นหลายระลอก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกลุ่มคนร้ายเสียชีวิตจำนวน 3 ราย ทราบชื่อดังนี้

      1.นายบือรอเฮง มือสา อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุรุนแรง  มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 1 หมาย 2.นาย ไพศาล ซาเงาะ อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุรุนแรง มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 3 หมาย ที่สำคัญคือ กรณีเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 3.นายตูรมีซี เย็ง อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุรุนแรง มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 3 หมาย ที่สำคัญคือ กรณีขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการ นปพ.21 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 เม.ย.64

      ทั้งนี้ ตรวจยึดอาวุธปืนสงครามได้จำนวน 3 กระบอก  ประกอบด้วย ปืน M16 จำนวน 2 กระบอก ปืนอาก้า 1  กระบอก ระเบิดขว้างแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ที่พักชั่วคราว และของใช้ส่วนตัวจำนวนหนึ่ง โดยภายหลังเกิดเหตุได้มีเพจข่าวบางสื่อพยายามไลฟ์สดเพื่อบิดเบือน และปลุกระดมชี้นำว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของศาสนา ในการส่งศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในเวลาที่กำหนด

      ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ขอเรียนให้ทราบว่า ในขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายหลังเกิดเหตุ มีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งจัดตั้งจุดสกัดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายที่เหลือจะหลบหนีเพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งต้องดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ถูกซุกซ่อนในพื้นที่เพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานที่จะเข้าไปเก็บรวบรวมวัตถุพยานและสารพันธุกรรม เพื่อตรวจพิสูจน์ความเชื่อมโยงทางคดีและขยายผลกลุ่มคนร้ายที่เหลือ

      รวมทั้งในขั้นตอนการดำเนินการตรวจชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการโดยละเอียด ก่อนที่จะส่งศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ ซึ่งทั้งหมดต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย เพราะในพื้นที่อาจจะยังมีกลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานได้

      กอ.รมน.ภาค 4 สน.ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกนายล้วนต่างเข้าใจในการจัดการศพให้เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม สามารถส่งศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาเป็นที่เรียบร้อยในเวลา 17.50 น. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า กลุ่มคนร้ายมุ่งหวังที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยเปิดฉากยิงเข้าใส่ก่อน จนทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยิงตอบโต้และนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว ในนามของ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต มา ณ โอกาสนี้

      อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเห็นต่างจากรัฐเข้ารายงานตัวแสดงตน และพร้อมช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเพื่อต่อสู้คดีตามกฎหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม รวมทั้งยังคงเดินหน้าสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูล และหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า

ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง