
ครม.อนุมัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ประชารัฐสวัสดิการใหม่ ให้แก่ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 14.6 ล้านราย เริ่มกระบวนการยืนยันตัวตน 1 มี.ค.66 นายกฯ ขอพรรคร่วมดูแล ปชช.แม้ช่วงปลายเทอมรัฐบาล ชาวสวนยางเฮ! ครม.ไฟเขียวประกันรายได้ชาวสวนยางเฟส 4 กว่า 7.64 พันล้าน พร้อมอนุมัติสินเชื่อ 2 หมื่นล้าน หนุนกิจการไม้ยางเฟส 2
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติบัตรสวัดิการแห่งรัฐในเฟสต่อไป โดยทำเป็นระยะๆ ซึ่งใช้เงินพอสมควร อย่างที่บอกไปแล้วคือเรื่องของการให้ความเป็นธรรมกับผู้มีรายได้น้อยว่ามีกฎเกณฑ์กติกาพอสมควร ใช้เงินอยู่หลายหมื่นล้านบาทในแต่ละครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์ โดยจะเริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน ยืนยันว่าจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ถึงแม้จะเป็นช่วงปลายรัฐบาลก็ตาม และได้มีการขอร้องกันในพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้วในทุกๆ เรื่อง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบรายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 และกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการ พร้อมทั้งอนุมัติงบกลาง จำนวน 9,140.35 ล้านบาท ให้กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม นำมาสมทบกับเงินกองทุนฯ ในการดำเนินการจัดสรรประชารัฐสวัสดิการใหม่ เช่น วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าประชารัฐ จำนวน 300 บาท/คน/เดือน วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน เป็นต้น
สำหรับรายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนโครงการปี 2565 มีรายละเอียด ดังนี้ ผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนโครงการ ปี 2565 ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 14,596,820 ราย ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 5,050,421 ราย ซึ่งผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ อาทิ มีรายได้เกิน 100,000 บาท/ปี มีบัญชีเงินฝากเกิน 100,000 บาท มีบัตรเครดิต มีวงเงินกู้บ้าน/รถ เป็นต้น ส่วนกรอบระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ปี 2565 โดยประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติและเริ่มกระบวนการยืนยันตัวตน 1 มีนาคม 2566, เริ่มใช้สิทธิ์สวัสดิการสำหรับผู้ลงทะเบียนรอบปกติ 1 เมษายน 2566, กระบวนการอุทธรณ์ (กรณีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ) 1 มีนาคม-1 พฤษภาคม 2566, ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบอุทธรณ์ 20 มิถุนายน 2566, เริ่มใช้สิทธิ์สำหรับผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติรอบอุทธรณ์ 1 กรกฎาคม 2566
สำหรับข้อเสนอ ประชารัฐสวัสดิการใหม่ ที่จัดสรรให้แก่ผู้มีบัตรฯ 1.วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้า : ต่างจังหวัดและ กทม. 300 บาท/คน/เดือน 2.วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม : 80 บาท/คน/สามเดือน 3.วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน 4.วงเงินค่าไฟฟ้า ต่างจังหวัดและ กทม. 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน 5.วงเงินค่าน้ำประปา ต่างจังหวัดและ กทม. 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน แต่ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า โครงการปี 2565 วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจะได้รับเท่ากันทุกคน และเพิ่มครอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะ 8 ประเภท เช่น รถ ขสมก., รถ บขส., รถไฟฟ้า, รถสองแถว, เรือโดยสาร และขยายสิทธิ์ให้เท่าเทียมกันทุกพื้นที่ รวมทั้งสามารถเฉลี่ยการใช้วงเงินได้กับทุกประเภท รวมทั้งยังกำหนดให้วงเงินค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ให้เป็นสวัสดิการหลักที่ไม่มีเวลาหมดอายุด้วย โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพื่อจัดสรรประชารัฐสวัสดิการใหม่ ปีละ 65,413.80 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายประชารัฐสวัสดิการใหม่ให้กับผู้ถือบัตรที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการแล้ว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า สวัสดิการรอบนี้จะได้รับเป็นวงเงินทั้งหมด ไม่มีการกดเป็นเงินสดออกมา และหากใช้สิทธิ์ในแต่ละเดือนไม่หมด ก็ไม่สามารถเอาไปทบในเดือนต่อไปได้ โดยกรณีค่าน้ำค่าไฟก็จะไม่เข้าบัญชีของผู้ได้รับสวัสดิการ แต่กระทรวงการคลังจะทำการจ่ายตรงไปยังการไฟฟ้า เพราะหน่วยการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนจะถูกบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถยืนยันว่ามีการจ่ายจริง
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 วงเงิน 7,643.86 ล้านบาท และอนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 วงเงินกู้ยืม 20,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ
โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2566 ระยะเวลาประกันรายได้รวม 2 เดือน คือ ตุลาคม-พฤศจิกายน 2565 คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และเป็นเกษตรกรที่ปลูกยางในพื้นที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น ซึ่งมีประมาณ 1.6 ล้านคน รวมพื้นที่สวนยางกรีดได้ 18.18 ล้านไร่ สำหรับการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางที่ผ่านมา 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 วงเงินสะสมโครงการรวม 46,682.88 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้เฉลี่ยปีละ 1.4 ล้านคน
น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 มีระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติอนุมัติโครงการนี้ เป็นการสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการแปรรูปไม้ยางและผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยมากกว่าร้อยละ 50 เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง การดำเนินงานกิจการไม้ยาง การขยายกำลังการผลิตและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิตแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี และค่าดำเนินการ รวมวงเงิน 604 ล้านบาท.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”
ลุยถอด‘คนโกง’ เร่งบรรจุตัวจริง ภายในสิงหาฯนี้
นายกฯ หารือเลขาธิการ ป.ป.ท. ย้ำโกงข้อสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่นอน มท.4
ชวนหนุนกกต.ฟันฮั้วสว. ค่อยตอบแทนตอนตาย!
"สุขสมรวย" ยันไม่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. ลั่นเดินหน้าฟ้องหมิ่น
กองทุนหมู่บ้านดอกเบี้ยคนละครึ่ง
เอาใจรากหญ้า! รัฐบาลทุ่ม 4 พันล้าน จำแลงกองทุนหมู่บ้านเป็น
ท้าทายห้ามพกปืน! ‘ฉลอง’ยิงนายกอบจ.นนทบุรีดับ/‘อนุทิน’สั่งตั้งด่านจับอาวุธ
นายกฯ หารือเลขาธิการ ป.ป.ท. ย้ำโกงข้อสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่นอน มท.4 ขอบคุณทุกหน่วยงาน ร่วมทำงานอย่างหนักจนได้ผลสอบท้องถิ่นล่าสุด
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ และกราบนมัสการสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569

