
"บิ๊กตู่" แจงย้ายเลขาฯ ศอ.บต. เหตุใกล้ครบวาระ และเห็นเรื่องร้องเรียนในโซเชียล ด้าน "บิ๊กป้อม" ประชุม กบฉ.ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ 3 เดือน กำชับเตรียมดูแลช่วงการเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ รับโอน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการเสนอมาจากรองนายกรัฐมนตรี จึงได้นำเข้าไปพิจารณา แต่จะต้องทบทวนอีกครั้งว่าเขามีปัญหาอะไรหรือไม่ เป็นการตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากทราบว่ามีเรื่องอะไรต่างๆ พอสมควร จึงต้องตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เท่าที่เห็นในโซเชียลก็มี เดี๋ยวก็ต้องสอบถามไปอีกครั้งหนึ่ง แต่อันที่จริงแล้วเขาใกล้จะครบวาระ ซึ่งในความจริงแล้วเมื่อใกล้ครบวาระก็ต้องจัดหาคนแทน จึงอยู่ในขั้นตอนของการหาคนแทน หรือไม่ก็ต้องต่อสัญญาให้เขา อันนี้ก็ต้องไปพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการหารือใน ครม. เดี๋ยวไปดูกันอีกที
เมื่อถามว่า คนที่จะมาแทนจำเป็นต้องเป็นทหารหรือไม่ หรือจะให้รองเลขาฯ ศอ.บต.ขึ้น นายกฯ ตอบว่า เป็นใครก็ได้ที่ผ่านการพิจารณาคัดสรรมาแล้ว และมีความเหมาะสม เพราะการทำงานเช่นนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในการจะต้องได้คนดีให้ขึ้นมาทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งจึงเกิดเสียงวิจารณ์ว่าอาจจะเกี่ยวโยงกัน นายกฯ กล่าวว่า หากไปทำเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ต้องมีความผิด ไปเกี่ยวข้องกันได้ที่ไหน เรื่องเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง แล้วจะไปเกี่ยวอะไรกับ ศอ.บต. ไม่เกี่ยวกัน เกี่ยวไม่ได้
ด้าน พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ช่วง 20 ธ.ค.65-23 ก.พ.66 และแนวโน้มสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จชต. หลังจากนั้นได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบ ตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 เสนอ โดยขอให้ปรับลดพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เนื่องจากผ่านเกณฑ์การประเมินผล และขอให้นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาบังคับใช้แทน พร้อมเห็นชอบขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน 3 จชต. ยกเว้น อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงโก-ลก, อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยกเว้น อ.ยะหริ่ง, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ยกเว้น อ.เบตง, อ.กาบัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค.66 ถึง 19 มิ.ย.66 โดยเป็นการขยายเวลา ครั้งที่ 71 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป้องกันและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ตำรวจภูธรภาค 9 เร่งหามาตรการทางกฎหมายปกติ ทดแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อสร้างบรรยากาศเชิงบวกในพื้นที่ และให้สอดรับกับทิศทางของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข พร้อมเน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงประสานการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งในและนอกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องเตรียมการดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยด้วย
พล.อ.ประวิตรยังได้ขอบคุณกำลังพลทุกนายของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ เพื่อส่วนรวม สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กระทั่งปรับลด อ.มายอ จ.ปัตตานี เป็นอำเภอที่ 10 ได้เป็นผลสำเร็จ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระดมตร.1.2แสน คุมหน่วยเลือกตั้ง
สตช.ระดม ตร. 1.2 แสนนายดูแลความปลอดภัย แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน
‘เท้ง’ชิ่งเรือบินเทา ไม่ตอบสื่อปม‘สุริยะ-เบนสมิธ’/‘อนุทิน’โต้ภาพAIเก่าแต่ดูแก่
“อนุทิน” โต้ภาพเอไอ หลังถูกเพจดังแฉนั่งกินข้าวคู่ “เบน สมิธ” ชี้ภาพเก่าทำไมดูแก่ สาธุ หลังผลโพลให้ ภท.ได้ สส.เกิน 180 ที่นั่ง ขอรอชัดเจนก่อนฟอร์มรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขจับขั้ว ไม่แก้หมวด
กกต.จับคนซื้อเสียง
กกต.คุมเข้มโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ระดมตำรวจ-อส.ตั้งด่านทั่วประเทศ เตรียมขยายผลซื้อเสียงเชียงราย-สุราษฎร์ธานี เจอโพยพร้อมเงิน 6 หมื่น
สรุปคำสั่งศาล สอย49ผู้สมัคร
กกต.เปิดคำสั่งศาล สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 คน กล้าธรรมโดนไป 6 และบัญชีรายชื่อ 31 ราย ขอ ปชช.ตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ เน้นย้ำ
ศาลสั่งถอนชื่อ22ปาร์ตี้ลิสต์
“ประธาน กกต." โต้ข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน เดินหน้าตรวจทุกเส้นเงิน "พีระพันธุ์" ฟาดเข้าข่ายผิดปกติ “แสวง” ป้อง กปน.ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วย
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.

