เตือนค่าฝุ่นเหนือ-อีสานพุ่ง จว.ชายแดนอ่วม

ศกพ. เตือนค่าฝุ่นPM2.5 สูงขึ้นภาคเหนือ-อีสาน โดยเฉพาะชายแดน พบจุดความร้อน 2,145 จุดทั้งในไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวดมาตรการห้ามเผา

25 มีนาคม 2569 ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ 12:00 น. ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศขยับสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ ภาคเหนือ พบเกินค่ามาตรฐาน (สีแดง) ที่จังหวัดลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำปาง น่าน แพร่ พะเยา และเชียงใหม่ ในขณะที่ภาคอีสานส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม ทั้งนี้ ภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 26.6 – 137.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32.6 – 71.7 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก 14.5 – 30.9 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 13.1 – 37.5 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ 14.4 – 19.0 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 12.5 – 30.6 มคก./ลบ.ม.

ข้อมูลจุดความร้อน ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 พบว่า ประเทศไทยพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 2,145 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่ากว่า 1,813 จุด คิดเป็นร้อยละ 85 จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดได้แก่ ลำปาง ตาก เชียงใหม่ แพร่ และพะเยา ตามลำดับ ทั้งนี้ จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่ประชิดกับภาคเหนือและภาคอีสานขยับสูงขึ้นเช่นกัน

จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า พบว่า พื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่ประชิดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นครพนม หนองคาย บึงกาฬ อุบลราชธานี ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ เนื่องจากมีจุดความร้อนที่ขยับสูงขึ้นทั้งจากในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ฝุ่นละอองมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น และสัปดาห์นี้คาดว่า ฝนจะทิ้งช่วงจึงต้องควบคุมการเผาทุกชนิดภายในประเทศเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ศกพ. ขอประสานหน่วยงานในประเทศเข้มงวดมาตรการห้ามเผาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพ หากมีความจำเป็นควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คพ. ผนึกกำลัง SCG ศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู ในพื้นที่แม่น้ำกก

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประชุมหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (SCG) เร่งศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินลำน้ำ และดินแปลงเกษตรที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงน้ำผิวดิน และตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่แม่น้ำกก เพื่อศึกษาแนวทางจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชน

“สุชาติ” สั่ง คพ. ตรวจเข้มโรงงานปล่อยน้ำเสีย อำเภอพนัสนิคม พบไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง เตรียมดำเนินคดี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน

“สุชาติ” สั่ง คพ. เร่งตรวจสอบกองกากสารเคมี–ขยะอิเล็กทรอนิกส์ใกล้แหล่งน้ำพนัสนิคม หากพบเป็นของเสียอันตราย เร่งประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบกรณีประชาชนร้องเรียนพบกองวัสดุต้องสงสัย ลักษณะคล้ายกากสารเคมีและขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำมาทิ้งใกล้แหล่งน้ำ ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเภทของวัสดุดังกล่าวอย่างละเ

'รมว.สุชาติ' สั่ง คพ. ผนึกกำลังจังหวัดสมุทรสาคร ปูพรมตรวจโรงงานเสี่ยง ป้องกันลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 (สคพ.5) บูรณาการร่วมกับจังหวัดสมุทรสาครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปูพรมตรวจสอบโรงงานและสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

คพ.เผยกำจัดน้ำเสีย-ตะกอนปนเปื้อนน้ำมัน Data Center พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษ-การลุกติดไฟเป็นศูนย์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษติดตามและสนับสนุนการจัดการกรณีน้ำมันรั่วไหลจากศูนย์ข้อมูล Data Center พระราม 9 ซึ่งไหลเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำสาธารณะอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งเก็บกู้และกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม