เดชอิศม์มั่นใจ‘เสี่ยต่อ’ผงาด

ชิงเก้าอี้ "หัวหน้า ปชป." ระอุ! "ชวน" แฉเหตุ 1 ใน 21 สส.ดัน "เฉลิมชัย" หน.พรรค เพราะอุปถัมภ์มาตลอด 4 ปี "เสี่ยต่อ" ย้อนถามผิดหรือดูแลสส.ของพรรค ลั่นเป็น รมต.สุจริตไม่เคยแตะเงินโสโครก ขอคุย สส.ก่อนตัดสินใจนั่งผู้นำประชาธิปัตย์ ย้ำทั้งชีวิตทุ่มเทปกป้องพรรคตลอด "มาดามเดียร์" ไม่ถอย ขอโอกาสสมาชิกทำพรรคเติบโต ปลุกเลือกความสามารถไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์  "นราพัฒน์" พร้อม "เดชอิศม์-ชัยชนะ" นำสมาชิกแห่หนุนเฉลิมชัย "2 โพล" โชว์เสียงปชช.ชู "นราพัฒน์-มาร์ค" คุม ปชป.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วันที่ 8  ธ.ค. นายชวน หลักภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี 21 สส.ของพรรคเชิญให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่  ในการเลือกหัวหน้าพรรคคนที่ 9 วันที่ 9 ธ.ค.ว่า การที่ สส.จะเสนอชื่อนายเฉลิมชัยนั่งหัวหน้าพรรคก็ไม่ทราบ ตนดูจากข่าวเท่านั้น

 “ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร  ซึ่ง พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา  เขาพูดในที่ประชุมพรรคหลายครั้งว่าจะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรคดี ก็แล้วแต่เลขาธิการพรรคสั่ง เพราะเลขาฯ ดูแลเขามา 4 ปีแล้ว” นายชวนกล่าว

ถามว่านายชวนจะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรค นายชวนกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการประชุมกันเลย และไม่ทราบว่ามีใครเสนอตัวบ้าง ตนก็ให้กำลังใจทุกคนที่จะลงสมัครหัวหน้าพรรค ส่วน น.ส.วทันยา บุนนาค ผู้สมัครหัวหน้าพรรค ตนก็ให้กำลังใจ ที่มีความตั้งใจและน่าชื่นชม แต่จะเลือกใครก็แล้วแต่สมาชิกพรรค

ขณะที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงข่าวอีกครั้งว่า  จุดยืนที่ตั้งใจเสนอตัวเองเป็นทางเลือก เพราะมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในพรรคปชป. หนทางเดียวที่จะทำให้พรรคกลับมาเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งของประชาชน คือการทำจุดยืนและอุดมการณ์ให้กลับมาชัดเจน ดังนั้นพรรคจะต้องเสนอทางออก เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเอง ตนตั้งใจและศรัทธาในวิถีอุดมการณ์ ไม่เปลี่ยนแปลงคำพูดใดๆ ไม่เปลี่ยนจุดยืนแต่จะขอสู้ให้ถึงที่สุด

ถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ 21 สส.สนับสนุนให้นายเฉลิมชัยเป็นหัวหน้าพรรค ทั้งที่นายเฉลิมชัยเคยประกาศว่าจะเลิกเล่นการเมือง น.ส.วทันยากล่าวว่า ไม่รู้สึกอย่างไร ยิ่งมีจำนวนผู้สมัครมากเท่าใดสมาชิกจะมีโอกาสที่ดี

ซักว่าดูเหมือนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ยังมีความหวังหรือไม่ เพราะดูแล้วผลโหวตจะเทไปในทางนายเฉลิมชัย น.ส.วทันยากล่าวว่า วันที่ตนตัดสินใจ เพราะศรัทธาวิถีของพรรคเช่นนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจลงมือทำ ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น จะขอทำตามความฝันและสู้ถึงที่สุด ซึ่งที่มีการระบุนายเฉลิมชัยดูแลสมาชิกมาตลอด 4 ปีนั้น ก็คงต้องเป็นการตัดสินใขของสมาชิกพรรค ตนเคารพความเห็นที่แตกต่าง ไม่สามารถตอบแทนสมาชิกอื่นๆได้

เมื่อถามว่า การสมัครหัวหน้าพรรคครั้งนี้เป็นการเทหมดหน้าตักหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นการเทหมดหน้าตัก แต่มีความฝันในการเมืองแบบนี้และเห็นว่าสิ่งที่พรรคต้องแพ้พ่ายในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะเราไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาภายใน แต่เกิดจากการทำหน้าที่ของพรรคและนักการเมืองที่ต้องยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่ทำงานเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

น.ส.วทันยากล่าวว่า อยากบอกสมาชิกพรรคเหมือนที่หลายคนบอกตนเป็นเลือดใหม่ประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ในฐานะคนคนหนึ่ง เชื่อวิถีอุดมการณ์ ฉะนั้นการให้โอกาสครั้งนี้ไม่ใช่ให้โอกาสตนได้เลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการให้โอกาสพรรคเติบโตเปลี่ยนแปลง

"หากวันนี้ต้องการฟื้นฟู ต้องเลิกที่จะเลือกจากความสัมพันธ์ และจากระบบอุปถัมภ์ ต้องก้าวข้าม เลือกคนที่คุณสมบัติและความสามารถ หากเลือกเพราะความสัมพันธ์และระบบอุปถัมภ์จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งของคนในพรรค ท้ายที่สุดประชาชนและพรรคจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถออกไป" ผู้สมัครหัวหน้าพรรค ปชป.รายนี้ระบุ

เสี่ยต่อถามผิดหรือดูแล สส.

ต่อมานายเฉลิมชัยได้เดินทางเข้าพรรค ปชป. พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 21 สส.เชิญให้เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ว่า   ต้องคุยกับ สส.ทั้ง 21 คนอีกครั้งหนึ่ง  เพราะยังไม่ได้คุยรายละเอียดกันเลย แต่วันนี้ที่ตนเข้าพรรคก็เพื่อมาเตรียมการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 ธ.ค.นี้

"ขอเรียนตรงๆ ว่าเรื่องที่จะให้ผมเป็นหัวหน้าพรรคเป็นสิ่งที่ผมคิดมากที่สุดในชีวิต การจะตัดสินใจแต่ละเรื่องไม่ใช่ว่าจะตัดสินใจทันที แต่สิ่งหนึ่งที่ผมแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วคือ นับตั้งแต่วันเลือกตั้งจบ ผมไม่เคยแสดงความกระสันหรืออยากจะเป็นอะไรทุกอย่างเลย แค่อยากให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้เท่านั้นเอง นี่คือจุดที่ผมแสดงออก 4-5 เดือนที่ผ่านมา" นายเฉลิมชัยกล่าว

รักษาการเลขาฯ พรรค ปชป.กล่าวว่า  เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตน จึงต้องคุยกับกลุ่มที่เสนอมาอีกครั้งว่าไม่ได้เชิญ สส.พรรคประชาธิปัตย์ไปกินข้าวที่บ้านตนมา 2 เดือนแล้ว ตนเดินทางไปทำธุรกิจที่จีน ลาว คนที่รู้ดีที่สุดคือมาดามเดียร์ ไปถามดูได้ เพราะคุยกับท่านเป็นประจำ นี่คือสิ่งที่อยากให้สังคมได้รับรู้ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

"สำหรับสิ่งที่ผมได้ดำเนินการว่าผมก็มีความรับผิดชอบในส่วนของผม บ้านหลังนี้เป็นบ้านของผม ผมก็ต้องการให้บ้านหลังนี้เดินไปข้างหน้าได้ด้วยความราบรื่น  มันมีเรื่องหลายเรื่องภายในที่คนภายนอกไม่รู้ แต่คนภายในรู้ว่าเป็นอย่างไร แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ขอให้ผมได้คุยกับ สส.อีกครั้งหนึ่งก่อน”รักษาการเลขาฯ พรรค ปชป.กล่าว

ถามว่าหาก สส.ยังยืนยันเหมือนเดิมให้นายเฉลิมชัยเป็นหัวหน้าพรรคจะทำอย่างไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่เป็นไรขอคุยก่อน ทุกอย่างต้องมีเหตุและผล จึงต้องขอคุยก่อนดีกว่า เพราะเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ไม่ได้คุยอะไรกันมาก คุยกันประมาณ 5 นาที

ซักว่า ทาง 21 สส.มองว่าหากนายเฉลิมชัยมานั่งหัวหน้า พรรคจะมีเอกภาพอย่างนี้จะยอมเสียสละมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ แต่ก่อนที่จะมีผลหรือมีข่าวอะไร ตนอยากให้ใช้ความคิดกันสักนิดว่าการจะนำเสนอสิ่งต่างๆ ขอให้ทุกอย่างใช่ก่อน 2 วันที่ผ่านมา ตนก็โดนด่าฟรีไปเยอะแล้ว ขอถามสั้นๆ ว่าตนเป็นผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 30 ปี ทั้งคนที่เคยเลือกพรรค และไม่เคยเลือกพรรค คนที่ติดตามทางการเมือง มีผู้บริหารคนไหนกล้าถวายชีวิตเหมือนตนบ้าง เอาชีวิตเป็นตัววัด เอาชีวิตมาให้พรรคเลย เอาชีวิตปกป้องผู้นำพรรค ท่านไปศึกษาประวัติมาเลย มีผู้บริหารพรรคคนไหนบ้างกล้าทำแบบตน

 “ผมไม่ได้อยากดัง แล้วสักวันหนึ่งผมจะพูดให้ฟังว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร เพราะมีความพยายามเบี่ยงเบนไปว่าที่ผมประกาศจะเลิกเล่นการเมือง เพราะอวดดี อวดเก่ง อยากดัง ท่านไม่ได้อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ท่านไม่รู้หรอก แต่ผมยืนยันได้เลยว่าผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ ท่านลองไปดูแล้วเอาใจเป็นกลาง ไม่ต้องไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วมองพรรคประชาธิปัตย์เป็นองค์กรหนึ่ง อย่าไปมองว่าเป็นอนุรักษนิยม แต่เป็นพรรคการเมืองหนึ่งแล้วใช้ความเป็นกลางของจิตใจมาดูผมก็จะเห็นความจริง ท่านจะรู้คำตอบตรงนี้ ผมเป็นคนไม่พูดมาก เล่นการเมืองไม่เก่ง เป็นคนที่ยังไงก็ยังงั้น แต่สิ่งที่ผมมีคือความจริงใจให้กับพรรค" นายเฉลิมชัยกล่าว

รักษาการเลขาฯ พรรค ปชป.กล่าวว่า เคยถามว่าน้องๆ สส.ที่เขานับถือ ผมผิดใช่ไหมที่ผมดีกับเขา ผมออกมาดูแลพรรค ดูแลเขา แล้วมีตรงไหนบ้างที่ผมเสียหาย ผมกล้าพูดว่าผมเป็นรัฐมนตรีที่สุจริตคนหนึ่งเหมือนกัน ผมถึงกล้าพูดว่าผมไม่เคยแตะเงินโสโครก ถึงเวลาผมก็จะออกมาชี้แจงทั้งหมด ไม่ต้องห่วง ขอให้รอนิดหนึ่งคุยกับ สส.อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่ผมว่าต้องมีเหตุมีผล เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องภายใน อาจจะพูดออกมาภายนอกไม่ได้ จึงต้องขอให้เขาพูดให้ฟังว่าเป็นอย่างไร

ถามว่า หากทำเพื่อพรรคพร้อมที่จะกลับคำพูดหรือไม่ที่ว่าไม่เล่นการเมืองแล้ว นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ต้องห่วง อย่างไรท่านเจอตนอยู่แล้ว ตนไม่หนีไปไหน                    แห่หนุน 'เฉลิมชัย' แน่น ปชป.

จากนั้นเวลา 12.20 น. บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม มีบรรดาสมาชิกพรรค, สาขาพรรค, สส., อดีต สส., อดีตผู้สมัคร สส. รวมทั้งนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้สมัครหัวหน้าพรรคที่ประกาศถอนตัว ร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายเฉลิมชัย และเรียกร้องให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนที่ 9 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเสียงตะโกน “เฉลิมชัยสู้ๆ” ดังกึกก้องทั้งลานพระแม่ธรณีฯ

นายนราพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ได้เห็นพลังของ สส.21 คน รวมเป็นหนึ่ง ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ตนต้องการ ดังนั้นจึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนนายเฉลิมชัย เพื่อให้กลับมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียวเสียที จึงอยากให้รับตำแหน่งตรงนี้ เพื่อพวกเราจะได้สบายใจและมีความสุขเสียที 

ส่วนนายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นน้องเล็กสุด นายเฉลิมชัยเป็นพี่ชายคนโต มีนายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นพี่ชายคนที่สอง เรา 3 คนพี่น้องรักกัน ไม่ว่าพายุหรืออุทกภัยแปรปรวนจะเข้ามาถึงอย่างไร แต่ไม่สามารถทำให้จิตใจ หัวใจเราทั้ง 3 คนที่มีความเป็นลูกผู้ชายนั้นแตกแยกออกจากกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายชัยชนะกล่าวเทียบเชิญให้นายเฉลิมชัยขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคจบ นายชัยชนะได้สวมกอดนายเฉลิมชัยอย่างแนบแน่นและอบอุ่น

ด้านนายเดชอิศม์กล่าวว่า พวกเราทราบดีว่าตำบลกระสุนตกคือนายเฉลิมชัย เพราะนายเฉลิมชัยเคยลั่นวาจาว่าจะเลิกเล่นการเมือง การตัดสินใจของนายเฉลิมชัยในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาดของความเป็นผู้นำ และถ้านายเฉลิมชัยไม่พูดอย่างนั้น วันนี้พรรคคงได้ สส.ไม่ถึง 25 คน ตนมั่นใจว่านายเฉลิมชัยชนะใจผู้สมัคร สส.เขตทุกคน ดังนั้นวันนี้จึงคิดว่านายเฉลิมชัยเป็นคนที่เสียสละมากที่สุด เสียสละมาทั้งชีวิต จึงขอร้องให้นายเฉลิมชัยเสียสละอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นายเฉลิมชัยกล่าวกับผู้ที่มาให้กำลังใจว่า ขณะนี้ตนยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ ขอคุยกับ สส.ของพรรคก่อนว่าเป็นมาอย่างไรถึงมาลงที่ตน แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของสมาชิกพรรคทุกคน โดยตนต้องตัดสินใจอยู่แล้วไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง และในวันที่ 9 ธ.ค. จะต้องชัดเจนว่าตนจะเดินหน้าต่อหรือไม่ และก็ต้องรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นความรู้สึกของ สส.ในพรรคทุกคนให้หมดก่อนว่ามีเหตุผลอะไร

 “สิ่งที่ผมเรียกหาจากพรรค ปชป.ที่ผ่านมาก็คือสำนึก วันนี้สิ่งที่ผมพูดไปมันเป็นศพไปแล้ว เหลือแต่วิญญาณ แต่วิญญาณผมก็ยังมีคุณค่า ถึงผมจะมีวิญญาณ แต่ก็มีสำนึก ผมจะไปคุยเหตุคุยผล บวกลบคูณหาร หากจะทำให้ ปชป.เดินได้ ผมก็จะพิจารณา แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใดที่พรรคจะต้องแตก เลือดจะต้องไหลไม่หยุดอีก ผมก็จะต้องพิจารณา  ฉะนั้นพรุ่งนี้มีคำตอบแน่นอน” นายเฉลิมชัยกล่าว

นายเดชอิศม์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า  ขณะนี้เชื่อมั่นว่านายเฉลิมชัยจะรับเป็นหัวหน้าพรรค 50:50 เพราะนายเฉลิมชัยยังต้องวิเคราะห์และทำอย่างไรให้ตัวเองบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วนายเฉลิมชัยจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค หากนายเฉลิมชัยรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตนพร้อมจะเป็นเลขาธิการพรรคให้

โพลโผล่ชู 'นราพัฒน์-มาร์ค'

วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพล เปิดเผยผลการศึกษา เรื่อง ประชาธิปัตย์ในใจประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพมหานครอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,685 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค. ถึงคนประชาธิปัตย์ที่ประชาชนอยากให้เป็นหัวหน้าพรรค พบว่า อันดับแรกได้แก่ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ร้อยละ 18.2, อันดับที่สอง น.ส.วทันยา บุนนาค ร้อยละ 14.9, อันดับสาม  นายชัยชนะ เดชเดโช ร้อยละ 14.3, อันดับที่สี่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ร้อยละ 12.8, อันดับที่ห้า พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ร้อยละ 12.4 และอื่นๆ ร้อยละ 27.4

ส่วนอาจารย์ธนกร พงษ์ภู่ อาจารย์ประจำสำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เสนอผลสำรวจเรื่อง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,741 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 1-7 ธ.ค.ที่ผ่านมา  พบว่า ประชาชนร้อยละ 27.5 อยากได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชื่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เพราะมีประสบการณ์การเมืองสูง เคยเป็นนายกรัฐมนตรี มีบารมีสูง มีความเป็นอินเตอร์ นานาชาติ ยังชื่นชอบหลักการ อุดมการณ์ มีความรู้ความสามารถ การศึกษาดี มีผลงาน ยังทำงานได้ดี เป็นต้น

อันดับสองคือ พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล เพราะเป็นคนประชาธิปัตย์ยาวนาน เป็นลูกอดีต รมว.ศึกษาธิการ ปฏิรูปการศึกษา แก้ปัญหายาเสพติดโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง อยากเห็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้หญิง ผลักดันสิทธิสตรีเท่าเทียมขึ้น น่าจะคอยเชื่อมประสานคนในพรรคได้ดี ดูดีไม่มีปัญหา เป็นต้น ร้อยละ 18.0 แต่ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ผู้ที่ประชาชนให้อยากให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มากสุดคือ พันโทหญิงฐิฏา

ขณะที่อันดับสาม ร้อยละ 14.9 อยากได้ น.ส.วทันยา บุนนาค เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีบุคลิกดี ถึงลูกถึงคน อยากเห็นผู้นำพรรคเป็นผู้หญิงคนแรกของพรรคประชาธิปัตย์ สื่อสารกับสังคมได้ดี มีความเป็นผู้นำสูง เฉียบคม กล้าคิดกล้าพูด เข้าถึงประชาชน เป็นต้น, ร้อยละ 14.5 อยากได้นายชัยชนะ เดชเดโช เพราะเป็นคนเก่งการเมือง เข้าถึงประชาชน เรียบง่าย น่าเชื่อถือ มุ่งมั่นเพื่อประชาชน รู้งานรู้จริง ทำงานได้ เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรค เป็นต้น, ร้อยละ 12.9 อยากได้นายนราพัฒน์  แก้วทอง เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ สายเลือดนักการเมือง เข้าใจงานการเมืองได้ดี เข้าถึงประชาชน บุคลิกดี พูดจาดี มีหลักการ มารยาทดี สัมมาคารวะ ไม่ยกตนข่มท่าน สุภาพนอบน้อม เป็นต้น และร้อยละ 12.2 ระบุอื่นๆ เช่น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และไม่ตอบ ไม่มีความเห็น เป็นต้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง