"กมธ.ประชามติ" ปรับระดับเกณฑ์ผ่านประชามติด้วยเสียงข้างมาก เพิ่มเงื่อนไขต้องได้คะแนนสูงกว่า "งดออกเสียง" พบ กมธ.ฝั่งรัฐบาลขอเพิ่มเกณฑ์คนมาใช้สิทธิ 1 ใน 4 "ปกรณ์วุฒิ" หวัง “นายกฯ อิ๊งค์” มาสภา ตอบกระทู้-ให้เกียรติตัวแทน ปชช. รอดูสถานการณ์ส่งชื่อชิงรอง ปธ.สภาฯ 1 สานงาน "หมออ๋อง" ลั่นหากต้องเลือกขอ "ผู้นำฝ่ายค้าน" โอด กกต.ยังไม่ส่งเอกสารเป็น "สส.พรรคประชาชน”มาสภา "เท้ง" มั่นใจชนะเลือกตั้งซ่อม พิษณุโลก-นายก อบจ.ราชบุรี
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งมีวาระพิจารณาสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ..… ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีนายวุฒิสาร ตันไชย เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ มี สส.ที่เสนอคำแปรญัตติ 1 คนคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน
ขณะนี้สาระของการแก้ไขเนื้อหา กมธ.มีการแก้ไขเนื้อหา 7 มาตรา จากร่าง พ.ร.บ.ฉบับหลักที่เสนอ 9 มาตรา และมีเพิ่มขึ้นใหม่ 3 มาตรา โดยมีสาระสำคัญที่แก้ไขคือ 1.การกำหนดเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการทำประชามติที่เป็นวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป หรือการเลือกตั้งท้องถิ่นเนื่องจากครบวาระ ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน นับจากวันที่รับแจ้งจากประธานรัฐสภา 2.กรณีที่ประชาชน 5 หมื่นชื่อ จะยื่นเรื่องต่อ ครม.ให้พิจารณาทำประชามติ ได้เพิ่มรายละเอียดให้สามารถทำผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
3.เกณฑ์การผ่านประชามติที่กำหนดให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง กมธ. ได้เพิ่มหลักเกณฑ์คือ นอกจากจะได้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงแล้ว ต้องเป็นคะแนนที่สูงกว่าคะแนนที่ไม่แสดงความคิด (งดออกเสียง) ในเรื่องที่ทำประชามตินั้น ในเกณฑ์ผ่านประชามติตาม พ.ร.บ.ประชามติ พ.ศ.2561 กำหนดให้ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น คือต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และเสียงเห็นชอบต้องเป็นกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ
ส่วนมาตราที่ กมธ.เพิ่มใหม่นั้น พบความน่าสนใจคือ การกำหนดรายละเอียดให้เผยแพร่และจัดทำข้อมูลนำเสนอต่อประชาชนก่อนการออกเสียงประชามติที่ต้องมุ่งหมายให้ประชาชนเข้าใจในรายละเอียดที่ถูกต้อง ไม่ชี้นำว่าให้ออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี กมธ.ที่สงวนความเห็น โดยพบว่าเป็นฝั่งของ สส.ร่วมรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งขอแก้ไขในข้อความเดียวกันคือ กำหนดเกณฑ์ผ่านประชามติ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียง เพิ่มเติมจากการได้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง และคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องทำประชามติ
ทั้งนี้ ในรายละเอียดของการพิจารณานั้น ต้องจับตาการแปรญัตติเพิ่มเติมของ สส.พรรคประชาชน อาทิ แก้ไขคุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียงและมีหน้าที่ไปใช้สิทธิออกเสียงอย่างอิสระ ที่ให้เพิ่มบุคคลที่มีอาศัย ทำงาน หรือ ศึกษา อยู่ในเขตออกเสียงมาแล้วติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันออกเสียงจากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วันนับจากวันออกเสียง
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รักษาการประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการทำงานในสภาของฝ่ายค้านหลังได้นายกฯคนใหม่ว่า วาระการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 22 ส.ค.นี้ ประธานสภาฯ ไม่ได้บรรจุวาระกระทู้ถาม เข้าใจว่าคงไปปรึกษาหารือถึงข้อกฎหมายต่างๆ และอาจจำเป็นต้องรอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่ เข้ามาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ถึงจะพิจารณาวาระกระทู้ถามได้ ทั้งนี้ หวังว่านายกฯ คนใหม่จะมาตอบกระทู้ เพราะนายกฯ ต้องยึดโยงกับสภาที่เป็นอำนาจในระนาบเดียวกัน ก็ควรที่จะเข้ามาสภาเพื่อให้ สส.ตรวจสอบการทำงานและตั้งคำถามที่สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ จึงคาดหวังว่านายกฯ คนใหม่จะเข้ามาตอบกระทู้และให้เกียรติสภา ให้เกียรติตัวแทนของประชาชน
เมื่อถามว่า การที่ยังไม่มี ครม.และรองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะทำให้งานสภาชะงักหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ถ้ายังไม่มี ครม.อาจทำให้งานสภาบางอย่างชะงักลงไปบ้าง บางเรื่องเรายืนยันว่าทำต่อได้ แต่อาจจะมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่า ครม.รักษาการ ทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่ยังว่างอยู่นั้น คิดว่าควรจะมีโดยเร็ว เพราะการมีแค่ประธานและรองประธานสภาฯ คนที่ 2 สลับกันทำหน้าที่ในวันที่มีการประชุมยาวนาน ทั้ง 2 ท่านก็ทำงานหนักเหมือนกัน จึงคิดว่าต้องมีคนมาช่วยทำหน้าที่และในที่ประชุม และงานที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำค้างไว้ ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อ
ต่อข้อถามว่า พรรคประชาชนเตรียมส่งนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ เป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เรายังไม่ได้ตัดสินใจ 100% ว่าจะส่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน คิดว่าคงต้องดูจังหวะเวลา ณ ตอนนั้น ว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ส่วนจะส่งใครนั้นมีการหยิบยกชื่อในวง สส.ว่ามีชื่อใดบ้างที่มีความเหมาะสม ซึ่งตอนนี้เหลือประมาณ 3-4 ชื่อ ยังไม่ได้มีความชัดเจนใดๆ ตอนนี้เอกสารจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องยืนยันกลับมายังสภาว่าเราคือ สส.พรรคประชาชน กกต.ยังไม่ส่งกลับมา ฉะนั้นขนาดนี้ยังไม่มีอะไรเป็นทางการทั้งสิ้น
"เราต้องการตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน แต่ก็ส่งชื่อแข่งชิงประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ ด้วย เพื่อแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสภา เพราะมองเห็นว่าใครที่อาจจะมีความเหมาะสมมากกว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลส่งรายชื่อมา แม้เราเป็นเสียงส่วนน้อยโหวตไปอย่างไรก็แพ้ ดังนั้นจึงต้องมีจุดยืนบางอย่างที่เราจะต้องยืนยัน โดยเฉพาะสิ่งที่นายปดิพัทธ์ทำไว้ ประชาชนสามารถมองออกได้ว่า ไม่เคยมีรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คนไหน ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อทำในสิ่งที่นายปดิพัทธ์ทำ จึงมองว่าควรจะสานต่อเพื่อประโยชน์ของสภา" นายปกรณ์วุฒิ กล่าวถึงกรณีหากจะต้องเลือกระหว่างรองประธานสภาคนที่ 1 กับผู้นำฝ่ายค้านฯ
นายปกรณ์วุฒิกล่าวถึงความเคลื่อนไหวเวทีการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยยืนยันว่า พรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนไม่ได้ส่งคนลงสมัครนายก อบจ.พิษณุโลก มีเท่าที่ปรากฏในเว็บไซต์ของพรรคเท่านั้น คือ จ.ราชบุรี เป็นสนามแรกที่พรรคประชาชนส่งผู้สมัครนายก อบจ. อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ ที่ จ.พิษณุโลก คนที่ไปช่วยหาเสียงคือนายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีต สส.พิษณุโลก พรรคเป็นธรรม ไม่ใช่พรรคก้าวไกล ส่วนที่ อบจ.พิษณุโลกหรือจังหวัดอื่นที่มีกระแสข่าวว่าพรรคก้าวไกลแพ้ พรรคประชาชนแพ้ เราไม่เคยส่ง ดังนั้นยังไม่เคยแพ้การเลือกตั้ง แผนเดิมคือเราทุ่มสรรพกำลังไปที่การเลือกตั้ง อบจ.ราชบุรี แกนนำพรรคประชาชนก็ไปที่นั่นตลอด
เมื่อถามถึงสนามเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก มีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะชนะการเลือกตั้งกลับคืนมา นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เรามั่นใจมากว่าจะได้ สส.เขตคนแรกของพรรคประชาชนที่ชนะเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เริ่มจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือกันระหว่างสนามนายก อบจ.ราชบุรี และเวที สส.พิษณุโลก จึงยังมีความมั่นใจอยู่มากว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร
ที่วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ หรือโฟล์ค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 ในนามพรรคประชาชน ได้มากราบไหว้พระพุทธชินราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่มีการสมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 ในระหว่างวันที่ 21-25 ส.ค.นี้ และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 15 ก.ย.2567 นี้ จากนั้นได้เดินหาเสียงขอคะแนนและแนะนำตัว โฟล์ค จากพ่อค้าแม่ค้าภายในร้านค้าวัดใหญ่ เป็นการเบิกฤกษ์นำร่องในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ทางพรรคถือว่ามีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่เดิมของนายปดิพัทธ์ ที่ชนะการเลือกตั้งมาถึง 2 สมัย ทำให้ในพื้นมีความพร้อมในการหาเสียงอยู่แล้ว ซึ่งความหวังขั้นต่ำเราจะต้องคืนพื้นที่ สส.เดิมเอาไว้ให้ได้ เพราะว่า 1 เสียงเก้าอี้ผู้แทนราษฎร ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ก็ถือว่าเป็นเสียงที่สำคัญ ถือว่าเป็นการปักธงที่สำคัญที่ในการเลือกตั้ง ที่ จ.ราชบุรี และพิษณุโลก ถือว่าเป็น 2 ก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยทางพรรคจะนำแกนนำที่สำคัญมาลงพื้นที่หาเสียงช่วยเหลือที่ จ.พิษณุโลกกันอย่างเต็มที่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 15 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง หรือแทนนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ในวันที่ 15 ก.ย. 2567 และกำหนดวันรับสมัคร ผู้รับการเลือกเป็น สส. ตั้งแต่วันที่ 21-25 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวังหวัดพิษณุโลก ชั้น 1 ตำบลท่าทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก ล่าสุด กกต.ได้ออกเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการรับสมัครและคุณสมบัติผู้สมัครแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

