
“เปรมศักดิ์” โวยชงญัตติน้ำท่วมแต่ถูกดองไม่บรรจุวาระ “มงคล” โต้กลับชงด้วยวาจาไม่ได้ ต้องมีเอกสารที่มาที่ไป หมอเปรมเขย่าอีก มีข่าวแว่วล็อกเก้าอี้ “ประธาน กมธ.” ทุกคณะ ชี้อย่าเป็นลูกคุณช่างบล็อก ขอเว้นที่สัก 6 คณะ ประธาน สว.ย้ำไม่มีใบสั่ง ดูได้จากการอภิปรายที่หลากหลาย
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ส.ค.2567 มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่น่าสนใจ เมื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. พร้อมด้วยนายเศรณี อนิลบล สว. แถลงถึงกรณีการยื่นญัตติขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากวิกฤตอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ ต่อประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.
โดย นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่า ตอนแรกคาดการณ์ว่าญัตตินี้จะถูกบรรจุลงวาระไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. แต่ปรากฏว่าประธานวุฒิสภากลับบอกให้รอการพิจารณา กระทั่งจนหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปก็ยังไม่บรรจุลงวาระในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ มีแต่เรื่องอื่นที่เสนอภายหลังทั้งนั้น จึงสงสัยว่าเหตุใดการวินิจฉัยเรื่องญัตติน้ำท่วมจึงเป็นปัญหามากมายขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ประชาชนรอการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบครบวงจร
ด้านนายเศรณีกล่าวเสริมว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนี้ เป็นปัญหาอุบัติภัยซ้ำซากเป็นเวลาหลายปี ทางรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนหรือหน่วยงานใดก็ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอญัตตินี้ ย้ำว่าเราพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่ระบบรัฐสภายังไม่เดินไปข้างหน้า จึงอยากวิงวอนให้กับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจช่วยพิจารณาวินิจฉัยว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีและมีความจำเป็น
นพ.เปรมศักดิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ซึ่งได้พิจารณาวาระการปรับลดจำนวนคณะ กมธ.เสร็จสิ้น และส่งเรื่องให้วุฒิสภาบรรจุลงวาระในสัปดาห์หน้าแล้ว ซึ่งที่สุดเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบตาม พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว. ที่เสนอให้เหลือ 21 คณะ จาก 28 คณะไปอย่างไม่น่าเชื่อ
“มีความรู้สึกเห็นใจสมาชิกกลุ่มอื่นๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งนี้เสมือนมีอะไรบางอย่างบอกมาว่าต้องเอาตามนี้ จึงค่อนข้างไม่สบายใจ เพราะตั้งแต่การคัดเลือก สว. ในทุกระดับมีการบล็อก และบล็อกมาจนกระทั่งจำนวน กมธ. ตอนนี้มีข่าวแว่วว่าจะบล็อกคนเป็นประธาน กมธ.ทั้งหมดด้วย เลยไม่ทราบว่าต้องใช้คำไหน แต่ขอใช้คำอย่างสุภาพว่า เป็นลูกคุณช่างบล็อก บล็อกได้บล็อกดี บล็อกจนทำให้คนที่มีความรู้ความสามารถและความตั้งใจเป็น กมธ.แทบจะหมดโอกาสที่จะเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง”
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวต่อว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ก็อยากขอให้ทบทวน และให้โอกาสคนที่อยากจะทำงานให้กับส่วนรวมโดยที่ไม่ถูกบล็อกบ้างได้หรือไม่ หรือถ้าจะบล็อก ก็บล็อกแค่ 15 คณะได้หรือไม่ ให้อีก 6 คณะที่เหลือ ให้คนที่เสียงข้างมากไม่สนใจได้ทำงาน เพราะถ้าตั้งขึ้นมาแล้วก็อยากมีการเปลี่ยนแปลง และยังเป็นห่วงว่าภาพลักษณ์ของวุฒิสภาจะเสียหาย เพราะตอนนี้ก็เสียหายไปมากแล้ว เป็นลูกคุณช่างบล็อกมาตลอด
ด้านนายมงคล สุระสัจจะ ประธาน สว. กล่าวถึงการยื่นญัตติด่วนเสนอให้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากวิกฤตอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ แต่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมว่า ต้องขอบคุณที่หลายๆ ท่านมีความเห็น ขณะนี้ สว.ตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยการช่วยเหลือมี 2 ส่วนคือ ในฝ่ายบริหารทุกคนก็ไปช่วยกันอย่างเต็มที่ ส่วนเราอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ สิ่งที่เราทำได้คือ สว.ในพื้นที่ลงไปบริจาคเงิน ขณะนี้รวบรวมได้ยอดจำนวนกว่า 100,000 บาทแล้ว ซึ่งคงส่งผ่านไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจนำไปซื้อสิ่งของที่จำเป็น ส่วนการยื่นญัตตินั้นเป็นสิ่งที่ดี และพร้อมสนับสนุน แต่การศึกษาต้องทำโดยละเอียดรอบคอบ ซึ่งเมื่อได้ผลการศึกษาออกมาแล้วจะมีข้อเสนอแนะส่งต่อให้ฝ่ายบริหาร
ถามถึงเหตุที่ไม่บรรจุลงระเบียบวาระนั้น นายมงคลชี้แจงว่า กมธ.สามัญกำลังจะตั้งขึ้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำวันนี้พรุ่งนี้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำโดยละเอียดรอบคอบในระยะยาว ซึ่งต้องปรึกษาหลายๆ ฝ่าย
“ต้องขอบคุณท่านที่เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ท่านเร่าร้อน มีความรู้สึกว่าอยากจะทำงาน เป็นเรื่องที่ดี ผมต้องขอบคุณท่านด้วย ซึ่งการทำงานของประธานวุฒิสภา มีหน้าที่อำนวยความสะดวกและรับใช้ทุกฝ่าย ไม่ใช่การชี้สั่งการ อีกทั้งต้องรับฟังทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดร่วมกัน”
นายมงคลยังกล่าวถึงข้อบังคับการประชุม สว. ที่การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต้องส่งเป็นเอกสารล่วงหน้าให้ประธานว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเราต้องทราบเรื่อง เพราะหากประธานไม่ทราบ แต่มีการเสนอหรือพูดเรื่องอะไรขึ้นมา ไม่ใช่ว่านึกแต่จะพูดอะไรขึ้นมาก็พูดได้ ต้องทราบว่าเป็นเรื่องอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ญัตตินี้จะด่วนหรือไม่ด่วนก็ตาม ก็ต้องมีเรื่องราวมาก่อน มีที่มาที่ไปอย่างไร สำคัญคือเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสภาหรือไม่ มีเหตุผลพอที่จะอภิปรายกันหรือไม่อย่างไร ผู้ที่จะอนุญาตให้พูดก็ต้องรู้ก่อน
นายมงคลยังกล่าวถึงการลดจำนวนคณะ กมธ.สามัญฯ ลงเหลือ 21 คณะ ซึ่งทำให้ สว.บางกลุ่มมองว่าอาจมีใบสั่ง ว่าไม่สามารถไปห้ามความคิดของแต่ละคนได้ แต่ส่วนตัวคิดว่า สว.แต่ละท่านมีวุฒิภาวะ หากสังเกตในการประชุมแต่ละครั้ง แต่ละท่านก็อภิปรายไม่ซ้ำกัน ท่านจะมีหลายมุมมอง เหมือนดอกไม้หลายๆ สี เอามารวมกัน หลายๆ มุมมองเอามาช่วย เอามาดูแลกัน เพราะฉะนั้นจะไปบอกให้คนนั้นทำอย่างนั้นอย่างนี้ น่าจะใช้กับสภาคงจะยาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดสมการ หลังประชามติผ่าน มีโอกาสเกิด ร่าง รธน.ฉบับสีน้ำเงิน
ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้ความเห็นชอบกับคำถามประชามติที่ว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ด้วยคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วม 19.9 ล้านเสียง
รัฐบาล อนุทิน 2 สูตรไหน ตอบโจทย์ประชาชน หากส้มยังปลุกไม่หยุด ระวัง 6 ตุลาฯ
จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การจัดตั้งรัฐบาล "อนุทิน 2" ก็ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวว่ามีการเปิดดีล-เจรจากันอยู่ ระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทยกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย
นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!
"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ
เพื่อไทยทำได้ 'เด็จพี่' แจงยิบเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใ

