นายกฯ อิ๊งค์นั่งหัวโต๊ะประชุมหัวหน้าส่วนราชการ บี้เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุน 9.6 แสนล้านปีงบ 68 ขีดเส้นต้องให้ได้ตามเป้าหมายที่ 80% หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน “คลัง” ยันยังไม่ได้ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ที่ห้องกำปั่นทอง ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เวลา 11.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2567 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง รอให้การต้อนรับ
โดยก่อนที่นายกฯ จะขึ้นมาบนชั้น 21 ได้ถ่ายภาพร่วมกับรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ ก่อนเป็นประธานการประชุม โดยนายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาเจอทุกท่านในวันนี้ และถือว่าเป็นการเจอกันครั้งที่ 2 บางท่านอาจจะเพิ่งได้พบกันในตามงานต่างๆ ได้มีการสวัสดีกันบ้างแล้ว รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้มาเจอกัน และแน่นอนต้องขอขอบคุณปลัดกระทรวงที่เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ เป็นโอกาสแรกที่ตนได้มาที่นี่ ตึกสวยงามน่าทำงานมากๆ และหวังว่าทุกคนจะมีการทำงานที่สดชื่นสดใส พร้อมพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไป และในวันนี้ที่มาประชุม ถือได้ว่ากระทรวงการคลังเป็นเสาหลักทางการคลังของประเทศ เพื่อที่จะพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจให้ยั่งยืนต่อไป และในช่วงท้ายจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อหารือเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายกฯ กล่าวว่า ในวันนี้เศรษฐกิจไทยรอบนี้เจอปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน และความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองโลก ดังนั้นวันนี้เราจึงต้องแก้ไขส่วนที่เป็นปัญหาสะสม พร้อมกับสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าและสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น
"โดยแน่นอนเครื่องมือที่สำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุนที่มีมูลค่าถึง 9.6 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จึงขอให้ทุกคนในฐานะผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน ร่วมกันผลักเม็ดเงินการลงทุนทุกบาทลงสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างจีดีพีให้ประเทศและสร้างรายได้ให้ประชาชน" น.ส.แพทองธาร กล่าว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมเรื่องเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยอยากเห็นการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เข้าเป้าหมายที่ 80% ซึ่งมองว่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากเม็ดเงินจะสามารถลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และช่วยเรื่องการเจริญเติบโตได้ทันทีโดยไม่ต้องมีมาตรการอะไรเลย
ทั้งนี้ ภาพรวมการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนในช่วง 1 เดือนแรกที่ผ่านมาถือว่าดีกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้รักษามาตรฐานตรงนี้ไว้ และเบื้องต้นรัฐบาลจะมีการติดตามเรื่องการเบิกจ่ายงบลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการติดตามเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน จะไม่ปล่อยไปถึงกลางปีแล้วค่อยมาพิจารณาว่าเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ตรงนี้ถือว่าเป็นการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ขอความร่วมมือหน่วยราชการ เรื่องการจัดทำและเชื่อมระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (ดาต้าเลก) ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังได้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภายในแล้ว แต่มองว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากมีการเชื่อมโยงกับส่วนราชการอื่น ๆ ที่สำคัญด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของภาครัฐมากขึ้น
ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่ได้มีการหารือหรือพูดคุยเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงการรายงานความคืบหน้าในการทำงานของส่วนราชการต่างๆ ซึ่งบางเรื่องมีความคืบหน้า บางเรื่องมีอุปสรรคที่อยากให้นายกฯ รับทราบและช่วยแก้ไข.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลสั่งถอนชื่อ22ปาร์ตี้ลิสต์
“ประธาน กกต." โต้ข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน เดินหน้าตรวจทุกเส้นเงิน "พีระพันธุ์" ฟาดเข้าข่ายผิดปกติ “แสวง” ป้อง กปน.ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วย
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.
‘ในหลวง’ทรงห่วง กำลังพลชายแดน ลุยบูรณะปราสาท
“ในหลวง” ทรงห่วงใยกำลังพลปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทาน ส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย “มทภ.2” ลั่นกองทัพ
ทบ.เตือนเขมร ทหารเสียวินัย! ยิงระเบิด40มม.
กัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทยพื้นที่กันทรลักษ์ อ้างกำลังพลชุดใหม่เสียวินัย
แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงตั้งรบ.
นักวิชาการวิเคราะห์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย "ภูมิใจไทย-อนุทิน" ครบเครื่อง
ปลุกกาไม่เห็นชอบจัดทำรธน.ใหม่
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ แถลงคัดค้านการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.

